Welcome to LESLA!!!
ห้องพูดคุยกับเพื่อนๆ
       Chatroom 1
       Chatroom 2
 
WEBBOARD
   เรื่องทั่วไป
   หาเพื่อนใหม่
   วัยทำงาน
   เลสและทอมสวย
   มุมหนังสือ
   คนอกหักมาทางนี้
   คนรักดนตรี-หนัง
   เรียนกภาษา
   เพื่อนต่างชาติ
   โฆษณา-ประชาสัมพันธ์
   รวมทุก Webboard
 
เกี่ยวกับ Lesla
    ประวัติ-ความเป็นมา
    กิจกรรมประจำปี
    กิจกรรมประจำ
    กิจกรรมทั่วไป
  
ข้อมูลเกี่ยวกับ ญรักญ
    บทความต่างๆ
    บทสัมภาษณ์
    เล่าประสบการณ์
  
มุมหนังสือ
    มุมหนังสือ
    Webboard
  
ดูหนัง-ฟังเพลง
    กระดานข่าว
    ข้อมูล-ข่าว
  
ช๊อปปิ้ง
    สรพพสินค้า
    แหล่งของถูก
  
ชวนชิมของอร่อย
    แนะนำร้านอาหาร
    เมนูของอร่อย
  
ช่วยเหลือเพื่อนๆ
    ประกาศหางาน
    ซื้อ-ขายทั่วไป
    ธุรกิจชวนสนับสนุน
  
ชื่นชม-นินทา คนดัง
    มาเล่าหรืออ่านเรื่องของคนดังกัน
  
เรื่องน่าสนใจ
  เกี่ยวกับ Computer
  การกีฬา
  สุขภาพ
  ความสวยความงาม
  เครื่องสำอาง
  งานอดิเรก
  สัตว์เลี้ยง
  ท่องเที่ยว/เดินทาง
  ดูดวง
  ความรู้ทั่วไป
 
             Webboard รวม    Chatroom1    มุมหนังสือ    Photo Vote    SEX    English
มุมหนังสือ

คลิกหน้าตามลำดับดังนี้ -->  หน้าแรก >  มุมหนังสือ >  แค้นต้องชำระ
เรื่องสั้นหญิงรักหญิงเรื่อง : แค้นต้องชำระ
เขียนโดย : ภัส

          ผมต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าที่ผมจะรู้สึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น..
          ผมยังจำได้ถึงวันแรกที่พ่อซื้อรถคันนี้มาให้ เพราะพ่อทำตามสัญญาว่าจะซื้อรถให้ถ้าหาก ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ ก็เหมือนกับวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปในสมัยนี้ ผมตั้งใจเรียนอย่างหนักและ สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐบาลได้พร้อม ๆ กับได้รถคันหรูราคาแพงป้ายแดงมาหนึ่ง คัน เมื่อผมเริ่มขับรถคล่องผมก็เริ่มรู้สึกตัวว่าผมขับรถเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถจะบังคับตัวเอง ให้ขับรถช้า ๆ ได้ เวลาที่ผมอยู่ข้างหลังพวงมาลัยนั้นผมรู้สึกเหมือนในตัวมีพลังที่อัดกันอยู่อย่างเต็ม ปรี่และพร้อมที่จะทะยานไปสู่จุดมุ่งหมายอย่างเร็วที่สุด
          เมื่ออาทิตย์ก่อน ขณะที่ผมกำลังจะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปท่องราตรีกับเพื่อนตามปกติ ขณะนั้นเป็นเวลาตี 3 เศษ ๆ ผม , ไอ้โจ้ , ไอ้เอก กำลังมึน ๆ ได้ที่และมีความสนุกสนานเบิกบานใจ กันยิ่งนัก ถนนหนทางก็ช่างเป็นใจโล่งตลอดเหมือนกับเป็นคนละสายกับตอนกลางวันที่มีรถไม่รู้ ว่ามาจากไหนอัดกันเต็มถนนจนไม่มีที่ให้ขยับ ผมขับรถมาด้วยความเร็วที่ถ้ารถของผมมีปีกมันคง จะทะยานขึ้นไปบินอยู่บนท้องฟ้าเป็นแน่ จนมาถึงสี่แยกหนึ่งสีของไฟที่แดงโร่บอกให้รู้ว่าไม่ใช่ทาง ของผมที่เขาอนุญาตให้ไป แต่เสียงของไอ้โจ้ก็ดังขึ้น
          “ เร่งไปเลยไอ้อาท ” เสียงอ้อแอ้เร่งเร้า
          “ เฮ้ย ! ไฟแดงนะโว้ย เดี๋ยวก็ได้นอนอ่านหนังสือพิมพ์กันแถวนี้หรอก ” ผมแย้ง
          “ โธ่เอ้ย ดึกป่านนี้แล้วจะมีรถที่ไหนวะ หรือว่ามึงปอดแหก ”
          คำว่าปอดแหกมันช่างบาดใจผมยิ่งนัก มันเข้าไปกระตุ้นต่อมระห่ำของผมทำให้ผมกดคัน เร่งจนแทบจะมิด ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่กลางแยกนั้นเอง รถปิกอัพสเปซแค็บแต่งซิ่งคันหนึ่งก็แล่น ทะยานมาจากทางที่ไฟเขียว           “ เอี๊ยด ! ” เสียงยางที่หุ้มล้อแม็กขนาด 16 นิ้วดังครูดไปกับพื้นเฉียดท้ายรถผมไปนิดเดียว
          ผมหันไปมองกระจกหลังในขณะที่เท้าก็กดคันเร่งเพิ่มขึ้นอีก เห็นเจ้ารถกระบะคันนั้น เปลี่ยนเส้นทางมาขับตามรถผมแทน มันแล่นตะบึงมาอย่างกับพายุบุแคม เมื่อแซงรถผมไปได้หน่อย นึงมันก็หักพวงมาลัยเข้ามาในเลนของผมพร้อมกับไฟเบรคที่สว่างวาบขึ้น
          “ เอี๊ยด ! ” คราวนี้เป็นเสียงยางของรถผมเอง สัณชาตญาณทำให้ผมเหยียบเบรคอย่างแรง โดยลืมไปว่ารถกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงแค่ไหน รถเก๋งคันงามหมุนคว้างกลางถนนอย่างสะเปะ สะปะ ไอ้ที่เคยได้ยินคำโฆษณาจากบริษัทรถว่าเกาะถนนแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้
          เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมและเพื่อน ๆ ก็มองไม่เห็นเจ้ารถกระบะคันนั้นแล้ว
          คืนนี้หลังจากที่ผมกลับจากเที่ยวเหมือนอย่างเคย สภาพของผมไม่ต่างไปจากเมื่อคืนนั้น เท่าไรนัก แต่เป็นเพราะวันนี้ไม่มีไอ้เพื่อนช่างยุผมจึงจอดรถติดไฟแดงอยู่ที่สี่แยกตามที่เค้ารณรงค์ กันว่าจะช่วยให้รถติดน้อยลง 10 %
          เมื่อผมหันไปมองทางขวาผมก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที นั่น ! ไอ้รถสเปซแค็บคู่กรณีเมื่ออาทิตย์ ก่อนกำลังแล่นผ่านแยกไปอย่างสบายอารมณ์ ผมจำมันได้ทันที ก็จะมีใครอีกล่ะที่จะแต่งรถด้วยการ เอาสีทุเรศ ๆ อุจาดตาขนาดนี้มาทารถได้อีก
          ผมตบไฟเลี้ยวซ้ายพร้อมกับเข้าเกียร์ทะยานตามมันไปทันที คราวนี้ล่ะมึงเอ๋ย สถานการณ์ มันเปลี่ยนไปแล้ว คราวนี้เป็นผมแล้วไม่ใช่มันที่อยู่ข้างหลัง แถมมันยังไม่รู้ตัวอีกด้วย
          เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนผุดเข้ามาในความคิดของผมเหมือนกับกำลังดู หนังเลยทีเดียว บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระและต้องเป็นสิบเท่าทวีคูณด้วย ผมเอื้อมมือไป เปิดกล่องใส่ของหน้ารถหยิบเอาปืนออโตเมติกอัดแก๊สที่ผมซื้อเอาไว้ยิงหมาข้างบ้านขึ้นมาวางไว้ บนตัก วันนี้มันจะต้องขวัญผวาและจะต้องจดจำไปตลอดชีวิตทีเดียว
          ผมตบเกียร์ต่ำลงพร้อมกับเร่งรถขึ้นไปจนแซงหน้ามัน หักพวงมาลัยเข้าไปในเลนของมัน พร้อมกับเหยียบเบรคอย่างแรง
          “ เอี๊ยด ! ” เสียงที่คุ้นเคยมาอีกแล้ว สัณชาตญาณทำให้มันกระทืบเบรคอย่างแรงเช่นกัน แต่ แปลกที่รถของมันไม่ยักกะหมุนเหมือนกับของผมแฮะ มันแค่เซถลาไปข้าง ๆ นิดเดียว สงสัยว่าผม คงจะต้องลองเปลี่ยนไปใช้รถอย่างมันบ้างแล้วล่ะ
          เมื่อมันตั้งตัวได้มันก็เร่งตามรถผมมาอย่างที่คาดไว้ แต่ผมเตรียมตัวรับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว ผมหลบเข้าเลนซ้ายเปิดกระจกและชลอรถรอมัน เมื่อมันแซงขึ้นมาขนาบคู่กับผมมันก็ไขกระจกลง ทำให้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามันไม่ได้มาคนเดียว ในรถยังมีคนนั่งมาอีก 3-4 คนอายุรุ่นราวคราวเดียว กับผมทั้งนั้น มันคงเปิดกระจกมาดูหน้าผมและคงคิดจะตะโกนด่าผมด้วยกระมัง
          ผมยกปืนอัดแก๊สขึ้นช้า ๆ พอให้มันมองเห็นอย่างถนัดถนี่
          “ เอี๊ยด ! ” บ๊ะ ! เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกแล้วแต่คราวนี้ดังทั้งสองครั้งไม่ได้มาจากรถผมเลย ซักครั้ง ผมอดรู้สึกภูมิใจในความเก่งกล้าสามารถของผมไม่ได้ คราวนี้มันคงจะขวัญผวาและ ประสาทเสียจนไม่กล้าหาเรื่องใครอีกแน่ ๆ นี่ผมทำคุณให้กับคนทั่วไปโดยไม่รู้ตัวหรือนี่
          ขณะที่ผมเตรียมตัวเปลี่ยนเส้นทางเพื่อกลับบ้านนั้นเอง ผมเหลือบไปมองที่กระจกหลังเห็น รถปิกอัพสีแสบทรวงคันเดิมกำลังเร่งเครื่องตามผมมาติด ๆ เอ๊ะ ! นี่มันยังไม่เข็ดอีกหรือ สงสัยเมื่อกี้ มันยังไม่แน่ใจหรือไม่ก็คิดว่ามันตาฝาดไปแน่เชียว ได้อยู่แล้ว ผมจะช่วยสงเคราะห์มันอีกทีคราวนี้ เอาให้จำไปจนวันตายเลยทีเดียว
          เมื่อมันแซงขึ้นมาขนาบกับรถผม ผมก็ยกเจ้าออโตเมติกขึ้นโชว์อีกที แต่คราวนี้ผมไม่ยักกะ ได้ยินเสียงล้อครูดไปกับถนนแฮะ หรือว่ามันจะรู้แล้วว่าเป็นปืนปลอม แต่มันก็ไม่น่าจะรู้ได้นะก็มัน เหมือนออกจะตายไปขนาดผมเอาไปหลอกใครเค้าก็นึกว่าเป็นของจริงกันทุกคนเลย
          ขณะที่ผมกำลังสงสัยอยู่นั้นเองผมก็มองไปที่หน้าต่างรถที่เปิดอยู่ของมัน ผมเห็นเด็กหนุ่มที่ นั่งคู่กับคนขับยื่นอะไรบางอย่างออกมา ผมไม่แน่ใจว่าเป็นรุ่นเดียวกับของผมหรือเป็นรุ่นที่ไอ้โจ้มัน ซื้อไปเพื่อเอาไว้ยิงเล่นกันแน่ แต่มาถึงตอนนี้ผมถึงเข้าใจ เล่นมุกเดียวกันนี่เองถึงได้ไม่กลัวของผม
          ขณะที่ผมกำลังพิจารณาว่าปืนอัดแก๊สของมันเป็นปืนรุ่นไหนกันแน่ผมก็ได้ยิน
          “ เปรี้ยง ! ” เป็นเสียงที่ผมไม่คุ้นเคยเลยแต่มันดังอยู่ข้าง ๆ หูของผมนี่เอง
          ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าปืนในรถปิกอัพนั้นเป็นรุ่นอะไร แล้วก็รู้แล้วด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม...

จบบริบูรณ์
ฝากข้อความถึงเพื่อนๆ
หรือแวะทักทายกันหน่อยนะคะ


 
ดูรายละเอียดการโฆษณาได้ --->ที่นี่
สงวนลิขสิทธิ์ โดย www.lesla.com
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอ่าน font thai ได้ กรุณา download Thai font นี้
เมื่อ download แล้ว ให้ Unzip แล้ว save ที่ C:\windows\fonts
You can download Thai Font HERE. Unzip and save it to C:\windows\fonts
เชิญสอบถาม หรือให้คำเสนอแนะโดยโทรศัพท์มาที่ (09)218-9119 หรือ email ไปที่ webmaster@lesla.com
เพื่อรูปแบบที่สวยงาม กรุณาจัดหน้าของ Lesla.com ให้เป็น 800 by 600 pixels. และใช้ Internet Explorer