เรื่องสั้นหญิงรักหญิงเรื่อง : แค้นต้องชำระ
เขียนโดย : ภัส
ผมต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าที่ผมจะรู้สึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น..
ผมยังจำได้ถึงวันแรกที่พ่อซื้อรถคันนี้มาให้ เพราะพ่อทำตามสัญญาว่าจะซื้อรถให้ถ้าหาก
ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ ก็เหมือนกับวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปในสมัยนี้ ผมตั้งใจเรียนอย่างหนักและ
สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐบาลได้พร้อม ๆ กับได้รถคันหรูราคาแพงป้ายแดงมาหนึ่ง
คัน เมื่อผมเริ่มขับรถคล่องผมก็เริ่มรู้สึกตัวว่าผมขับรถเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถจะบังคับตัวเอง
ให้ขับรถช้า ๆ ได้ เวลาที่ผมอยู่ข้างหลังพวงมาลัยนั้นผมรู้สึกเหมือนในตัวมีพลังที่อัดกันอยู่อย่างเต็ม
ปรี่และพร้อมที่จะทะยานไปสู่จุดมุ่งหมายอย่างเร็วที่สุด
เมื่ออาทิตย์ก่อน ขณะที่ผมกำลังจะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปท่องราตรีกับเพื่อนตามปกติ
ขณะนั้นเป็นเวลาตี 3 เศษ ๆ ผม , ไอ้โจ้ , ไอ้เอก กำลังมึน ๆ ได้ที่และมีความสนุกสนานเบิกบานใจ
กันยิ่งนัก ถนนหนทางก็ช่างเป็นใจโล่งตลอดเหมือนกับเป็นคนละสายกับตอนกลางวันที่มีรถไม่รู้
ว่ามาจากไหนอัดกันเต็มถนนจนไม่มีที่ให้ขยับ ผมขับรถมาด้วยความเร็วที่ถ้ารถของผมมีปีกมันคง
จะทะยานขึ้นไปบินอยู่บนท้องฟ้าเป็นแน่ จนมาถึงสี่แยกหนึ่งสีของไฟที่แดงโร่บอกให้รู้ว่าไม่ใช่ทาง
ของผมที่เขาอนุญาตให้ไป แต่เสียงของไอ้โจ้ก็ดังขึ้น
เร่งไปเลยไอ้อาท เสียงอ้อแอ้เร่งเร้า
เฮ้ย ! ไฟแดงนะโว้ย เดี๋ยวก็ได้นอนอ่านหนังสือพิมพ์กันแถวนี้หรอก ผมแย้ง
โธ่เอ้ย ดึกป่านนี้แล้วจะมีรถที่ไหนวะ หรือว่ามึงปอดแหก
คำว่าปอดแหกมันช่างบาดใจผมยิ่งนัก มันเข้าไปกระตุ้นต่อมระห่ำของผมทำให้ผมกดคัน
เร่งจนแทบจะมิด ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่กลางแยกนั้นเอง รถปิกอัพสเปซแค็บแต่งซิ่งคันหนึ่งก็แล่น
ทะยานมาจากทางที่ไฟเขียว
เอี๊ยด ! เสียงยางที่หุ้มล้อแม็กขนาด 16 นิ้วดังครูดไปกับพื้นเฉียดท้ายรถผมไปนิดเดียว
ผมหันไปมองกระจกหลังในขณะที่เท้าก็กดคันเร่งเพิ่มขึ้นอีก เห็นเจ้ารถกระบะคันนั้น
เปลี่ยนเส้นทางมาขับตามรถผมแทน มันแล่นตะบึงมาอย่างกับพายุบุแคม เมื่อแซงรถผมไปได้หน่อย
นึงมันก็หักพวงมาลัยเข้ามาในเลนของผมพร้อมกับไฟเบรคที่สว่างวาบขึ้น
เอี๊ยด ! คราวนี้เป็นเสียงยางของรถผมเอง สัณชาตญาณทำให้ผมเหยียบเบรคอย่างแรง
โดยลืมไปว่ารถกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงแค่ไหน รถเก๋งคันงามหมุนคว้างกลางถนนอย่างสะเปะ
สะปะ ไอ้ที่เคยได้ยินคำโฆษณาจากบริษัทรถว่าเกาะถนนแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้
เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมและเพื่อน ๆ ก็มองไม่เห็นเจ้ารถกระบะคันนั้นแล้ว
คืนนี้หลังจากที่ผมกลับจากเที่ยวเหมือนอย่างเคย สภาพของผมไม่ต่างไปจากเมื่อคืนนั้น
เท่าไรนัก แต่เป็นเพราะวันนี้ไม่มีไอ้เพื่อนช่างยุผมจึงจอดรถติดไฟแดงอยู่ที่สี่แยกตามที่เค้ารณรงค์
กันว่าจะช่วยให้รถติดน้อยลง 10 %
เมื่อผมหันไปมองทางขวาผมก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที นั่น ! ไอ้รถสเปซแค็บคู่กรณีเมื่ออาทิตย์
ก่อนกำลังแล่นผ่านแยกไปอย่างสบายอารมณ์ ผมจำมันได้ทันที ก็จะมีใครอีกล่ะที่จะแต่งรถด้วยการ
เอาสีทุเรศ ๆ อุจาดตาขนาดนี้มาทารถได้อีก
ผมตบไฟเลี้ยวซ้ายพร้อมกับเข้าเกียร์ทะยานตามมันไปทันที คราวนี้ล่ะมึงเอ๋ย สถานการณ์
มันเปลี่ยนไปแล้ว คราวนี้เป็นผมแล้วไม่ใช่มันที่อยู่ข้างหลัง แถมมันยังไม่รู้ตัวอีกด้วย
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนผุดเข้ามาในความคิดของผมเหมือนกับกำลังดู
หนังเลยทีเดียว บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระและต้องเป็นสิบเท่าทวีคูณด้วย ผมเอื้อมมือไป
เปิดกล่องใส่ของหน้ารถหยิบเอาปืนออโตเมติกอัดแก๊สที่ผมซื้อเอาไว้ยิงหมาข้างบ้านขึ้นมาวางไว้
บนตัก วันนี้มันจะต้องขวัญผวาและจะต้องจดจำไปตลอดชีวิตทีเดียว
ผมตบเกียร์ต่ำลงพร้อมกับเร่งรถขึ้นไปจนแซงหน้ามัน หักพวงมาลัยเข้าไปในเลนของมัน
พร้อมกับเหยียบเบรคอย่างแรง
เอี๊ยด ! เสียงที่คุ้นเคยมาอีกแล้ว สัณชาตญาณทำให้มันกระทืบเบรคอย่างแรงเช่นกัน แต่
แปลกที่รถของมันไม่ยักกะหมุนเหมือนกับของผมแฮะ มันแค่เซถลาไปข้าง ๆ นิดเดียว สงสัยว่าผม
คงจะต้องลองเปลี่ยนไปใช้รถอย่างมันบ้างแล้วล่ะ
เมื่อมันตั้งตัวได้มันก็เร่งตามรถผมมาอย่างที่คาดไว้ แต่ผมเตรียมตัวรับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว
ผมหลบเข้าเลนซ้ายเปิดกระจกและชลอรถรอมัน เมื่อมันแซงขึ้นมาขนาบคู่กับผมมันก็ไขกระจกลง
ทำให้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามันไม่ได้มาคนเดียว ในรถยังมีคนนั่งมาอีก 3-4 คนอายุรุ่นราวคราวเดียว
กับผมทั้งนั้น มันคงเปิดกระจกมาดูหน้าผมและคงคิดจะตะโกนด่าผมด้วยกระมัง
ผมยกปืนอัดแก๊สขึ้นช้า ๆ พอให้มันมองเห็นอย่างถนัดถนี่
เอี๊ยด ! บ๊ะ ! เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกแล้วแต่คราวนี้ดังทั้งสองครั้งไม่ได้มาจากรถผมเลย
ซักครั้ง ผมอดรู้สึกภูมิใจในความเก่งกล้าสามารถของผมไม่ได้ คราวนี้มันคงจะขวัญผวาและ
ประสาทเสียจนไม่กล้าหาเรื่องใครอีกแน่ ๆ นี่ผมทำคุณให้กับคนทั่วไปโดยไม่รู้ตัวหรือนี่
ขณะที่ผมเตรียมตัวเปลี่ยนเส้นทางเพื่อกลับบ้านนั้นเอง ผมเหลือบไปมองที่กระจกหลังเห็น
รถปิกอัพสีแสบทรวงคันเดิมกำลังเร่งเครื่องตามผมมาติด ๆ เอ๊ะ ! นี่มันยังไม่เข็ดอีกหรือ สงสัยเมื่อกี้
มันยังไม่แน่ใจหรือไม่ก็คิดว่ามันตาฝาดไปแน่เชียว ได้อยู่แล้ว ผมจะช่วยสงเคราะห์มันอีกทีคราวนี้
เอาให้จำไปจนวันตายเลยทีเดียว
เมื่อมันแซงขึ้นมาขนาบกับรถผม ผมก็ยกเจ้าออโตเมติกขึ้นโชว์อีกที แต่คราวนี้ผมไม่ยักกะ
ได้ยินเสียงล้อครูดไปกับถนนแฮะ หรือว่ามันจะรู้แล้วว่าเป็นปืนปลอม แต่มันก็ไม่น่าจะรู้ได้นะก็มัน
เหมือนออกจะตายไปขนาดผมเอาไปหลอกใครเค้าก็นึกว่าเป็นของจริงกันทุกคนเลย
ขณะที่ผมกำลังสงสัยอยู่นั้นเองผมก็มองไปที่หน้าต่างรถที่เปิดอยู่ของมัน ผมเห็นเด็กหนุ่มที่
นั่งคู่กับคนขับยื่นอะไรบางอย่างออกมา ผมไม่แน่ใจว่าเป็นรุ่นเดียวกับของผมหรือเป็นรุ่นที่ไอ้โจ้มัน
ซื้อไปเพื่อเอาไว้ยิงเล่นกันแน่ แต่มาถึงตอนนี้ผมถึงเข้าใจ เล่นมุกเดียวกันนี่เองถึงได้ไม่กลัวของผม
ขณะที่ผมกำลังพิจารณาว่าปืนอัดแก๊สของมันเป็นปืนรุ่นไหนกันแน่ผมก็ได้ยิน
เปรี้ยง ! เป็นเสียงที่ผมไม่คุ้นเคยเลยแต่มันดังอยู่ข้าง ๆ หูของผมนี่เอง
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าปืนในรถปิกอัพนั้นเป็นรุ่นอะไร แล้วก็รู้แล้วด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม...
จบบริบูรณ์
|
ฝากข้อความถึงเพื่อนๆ
หรือแวะทักทายกันหน่อยนะคะ
|
|
|