นวนิยายหญิงรักหญิงเรื่อง :
ดอกไม้สันโดษ เขียนโดย : สายลม สีเงิน
ดอกไม้สันโดษ
ลองเดินเงียบๆกลับเข้าไปสู่อดีตของตนเอง
ลองเดินเงียบๆกลับไปกอด..บอกรักความฝันในวัยเยาว์
ไม่มีท่วงทำนองเพลง
ความเงียบ
แทนคำอธิษฐาน
ความเงียบเป็นกุญแจชี้นำ
ความเงียบกับความคิดคำนึง
ทำให้ดวงตาของฉันปราฎสายธารบริสุทธิ์
' ดึกมากในป่า มีฉันและความเงียบสงัด เงียบจนรู้ว่า '
เสียงป่ากลายเป็นเรือนปลูกสร้างความรู้สึก อ้างว้าง
โดดเดียว ฉันชอบมานอนในป่าคนเดียวตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย
ชอบไขว่คว้าดวงดาวในอากาศ ด้วยความรู้สึกว่าโลกแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริงอยู่บนฟ้า
ความเงียบ รักสันโดษ ทำให้ฉันถูกมองเป็นดอกไม้แห่งคุณค่า ถูกตีราคาจากชายหนุ่ม
ด้วยของสารพัดที่พวกเขาต่าง พนันขันต่อเพื่อจะจีบฉันให้สำเร็จ
น่าเสียดาย เมื่อความพยายามของพวกเขาสูญเปล่า
ฉันไม่ใช่ดอกไม้งดงาม คู่ควรเป็นแม่ศรีเรือน ให้มนุษย์อีกเพศ
เราต่างความคิด ต่างความฝัน ต่างเตียงนอนตลอดความสาวของฉันยังเปล่งปลั่งหรือแม้มันจะ
เหี่ยวแห้งกรอบตายไป เพราะขาดน้ำใต้สะดือของผู้ชาย
ฉันหาสนใจ ความยั่วยุทางกามารมณ์ ทุกอย่างมิอาจจะเข้ามากลืนสามัญสำนึก
และตัวตนที่ถูกฝึกฝนบังคับใจไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ตั้งแต่เป็นเด็ก
ดวงตาสีดำขลับของฉันมักเย็นชาต่อเพศพ่อทุกคน จวบจนจากรั้วมหาวิทยาลัย
นิลยังเป็นหญิงสาวโสดสนิท ชอบกินข้าวกล่องนำมาจากบ้าน
ไม่มีกระเป๋าแฟชั่นหรือเครื่องสำอางแม้สักชิ้นเดียว
นิลเดินทางลูบคลำอากาศ หายตัวลึกลับไปในห้องสมุด ทุกยามว่าง
ไม่มีใครจะเห็นนิล
แม้เธอจะนั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขา ดวงตาของมนุษย์มักไม่ตอบรับ
คนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้คล้ายคนส่วนใหญ่ วิถีส่วนใหญ่แม้เสื่อมทราม
ไร้ค่า แต่เสียงส่วนใหญ่ดูถูกต้อง ชอบธรรม และน่าสรรเสริญ อย่างนิลไม่มีแฟน
เดินสะพายย่ามเดียวๆ เชยแสนเชย หญิงสาววัยเดียวกันสัพยอก ขบขัน มีคำล้อเลียนลับหลัง เป็น
คัมภีร์ยุทธจักรเล่มใหม่ได้ไม่ยากเพราะศัพท์แสงที่ใช้มันเกิน
แม่บทภาษาไทย
ทรงผมเดิม หยิกฟูยาว ติดกิ๊บสามตัว ขวาสอง ซ้ายหนึ่ง
ดวงตาสวยดูมีอำนาจเร้นลับ รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนไม่ผอม
ใส่สร้อยข้อมือ สีเงินเล็กๆ ลวดลายธรรมดา นี่คือนิล
ของแท้
เธอจะไม่ทรยศความรู้สึกตัวเองด้วยการหันหน้าไปหาความทันสมัยทุกชนิด
เอามาบำรุงบำเรอ ปรนเปรอปิดบังธรรมชาติที่งดงามตั้งแต่ออกมาจากครรภ์มารดา
เธอคิดว่าความสวยไม่จำเป็นต้องโดนรดน้ำ
ความสวยมีความสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้
เฉกเช่น ต้นไม้ป่าพวกมันล้วนไม่ต้องการปุย ถ้าได้ถือเสียว่าเป็นโบนัส
ไม่ได้ก็มีราก แสวงหาอาหารเอาเองคอยดูดซับสิ่งที่ก่อประโยชน์ให้ลำต้นใบและผล จากใต้พิภพ
โลกใต้ดิน ที่เรายังขาดความรู้ ความเข้าใจอีกมาก
มนุษย์จำกัด มนุษย์ควรยอมรับ และถ่อมตน
ความสนุกสนานของผู้ชายที่มาจีบนิล เมื่อไม่ได้รับการสนอง
ไม่ว่าเธอจะเดินไปมาในรั้วมหาวิทยาลัยสักกี่เที่ยว ย่อมไม่มีใครมองเห็น
นิลยังคงเดินลูบคลำอากาศ มีความเงียบเรียกหาเธอทุกวี่วัน
เธอบอกอากาศเพื่อนคนเดียวของเธอว่า มหาวิทยาลัยไม่ใช่โลกแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง
การเรียนรู้โลกกว้างที่แท้จริง คือนอกรั้วมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยปลูกเรือนเพาะชำทางปัญญา แต่แหล่งความรู้อยู่บนฟ้า
อยู่ในความเงียบเชียบ ที่เราจะได้นั่งคิดทบทวนว่า
เราคือใคร อยู่เพื่ออะไร เคยทำฝันอะไรหล่นหายไปบ้างเมื่อเยาว์วัย
ความเงียบ ความสันโดษนำมาซึ่งองค์ความรู้ใหม่
นักประพันธ์ นักกฎหมาย นักร้อง แม่ค้า ข้าราชการ
ทุกคนในโลก ต้องมีมุมสงบส่วนตัวก่อนเริ่มต้นออกมาเผชิญสารพัดปัญหาในสังคม
เพราะคนแกร่งเท่านั้น จะได้รับมงกุฎแห่งความสำเร็จในสาขาอาชีพตน
นิลบอกกับตัวเองว่า ถ้าบุคคลมากมายเหล่านั้น รู้จักสังเกตธรรมชาติของตนเอง
แม้พวกเพื่อนๆในมหาวิทยาลัย ที่ไม่คิดว่านิลเป็นเพื่อนก็ตาม ถ้าพวกเขา
หยุดพูดมาก แล้วหันมารับฟังอย่างจริงจัง พวกเขาจะพบ
การบำบัด รักษาที่พระเจ้าประทานให้มวลมนุษย์มาในธรรมชาติแสนสวย
โลกมีดวงจันทร์มาห่มเป็นอาภรณ์แห่งราตรีกาล ยามดึกทุกคนต้องนอนหลับในความเงียบ
.
ทุกอย่างกำลังได้รับเสียงกระซิบจากแดนไกล เข้ามาเป็นน้ำทิพย์ปลุกปลอบ ชีวิตเยียวยารักษาความ
เหนื่อยล้าต่อระยะทางที่วิ่งเมื่อวันวาน
สน สีดาห์แห่งเลบานอน ยืนต้นอวดความเย่อหยิ่ง มันแทนสัญลักษณ์นี้มานับร้อยนับพันปี กำลัง
ร่ำไห้ในความมืด มันแบกสัญลักษณ์ที่มนุษย์ยัดเยียนให้ได้เฉพาะช่วงเช้า พอความมืดเริ่มสร้าง
เรือน แห่งความเงียบให้ พลันน้ำตาไหลพร่างพรูออกมา
จนดินหนาว สะอื้นตาม
ทุกคนกำลังแบกบางสิ่ง เดินออกจากบ้านเพื่อค้นหาบางสิ่ง
แท้จริงถ้าพวกเขาลองหยุดเดินดูบ้าง เหมือนนิล
เขาจะได้รับคำตอบ มากมายจากการหยุดเดิน ภาระหนักๆจะผ่อนคลาย
นั่งพักตรงเก้าอี้สักตัว
พูดคุยกับตัวเอง และธรรมชาติสักนิด
การแสวงหาของพวกเขามีกำไรตรงการพักผ่อน ไม่เร่งรีบต่างหาก
นิลยังคงเดินลูบคลำอากาศ ชอบเดินช้าๆออกนอกเส้นทางประจำวัน
เพราะว่าการเรียนรู้ ยังคงอยู่บนท้องฟ้า
ใครล่ะจะเอื้อมถึง
ท่ามกลางความจำกัดในเรื่องยานอวกาศ
วันหนึ่ง ถ้ามีตั๋วเดินทางสู่นอกโลกออกมาจำหน่าย
ใครจะรู้ว่า โลกอาจกำลังกระซิบบอกต้นไม้ ภูเขา ก้อนหิน
ในยามค่ำคืนว่า ดีใจจังเลย พรุ่งนี้ฉันจะได้แบกประชากร นิสัยไม่ดี
ที่มีดีอยู่หนึ่งสิ่ง คือสักแต่เอาเปรียบโลก(มนุษย์ยกย่องคนพวกนี้ว่าดีให้บริหารโลก)โลกเยาะพวก
เขา เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เชื่อกระแสมากว่าตัดสินด้วยปัญญาของตัวเอง
พรุ่งนี้ยามเช้าคือวันเบาๆของฉัน โลกกล่าวกับนกฮูก
ประชากรนิสัยไม่ดี จะได้เดินทางไปสร้างความหนักใจให้ดวงดาวอื่น
โอ้
ฉันช่างเห็นแกตัวนะ ดวงดาวอื่นคงจะร้องไห้ให้ดวงจันทร์ฟังยามค่ำเช่นฉันทำอยู่ทุกคืนวัน
แค่นี้นิลก็รู้แล้วว่า โลกส่งดวงตะวันมาเป็นหน้ากาก
หลอกลวงความรู้สึกตัวเองไปวันๆ
เพราะคนนิสัยไม่ดี เริ่มมีมากขึ้น ยิ่งเป็นใหญ่เป็นโต ดีแต่เห่าและรังแกคนยากจนไปวันๆ
พวกนี้ โลกจะลงโทษสักวัน แน่นอนที่สุดกลุ่มคนดังกล่าวจะต้องได้รับตั๋ววีไอพี
นั่งชั้นที่ดี ที่สุด เดินทางกับยานอวกาศที่มีตรารับรองความปลอดภัย
จากกระทรวงที่พวกเขายกขึ้น
กลุ่มคนเหล่านี้ เดินทางออกนอกโลกเพื่อแสวงหาอะไรมากมาย ในความไม่รู้จักอิ่มกำไร
ของตน เขาช่างน่าสมเพช เมื่อความเงียบครั้งสุดท้าย อันยาวนานมาเยี่ยมเยียน
เถาธุลีดินของพวกเขา ไม่ได้พิเศษกว่าใคร
โลกบอกว่า ถ้ายานอวกาศระเบิด นั่งชั้นวีไอพี หรือชั้นประหยัดก็ตายไม่ต่างกันสักนิด
!!!นิล ได้ตีตั๋วเดินทาง เช่นนักศึกษาจบใหม่ไฟแรง มุ่งหน้าเข้าป่า
เธอชอบขุดหน่อไม้ มาทำแกงรับประทาน
นิลปลูกบ้านใกล้ น้ำตก เป็นเพื่อนกับกระรอก และงู
นิลไม่เคยทำร้ายสัตว์ป่า วิชาที่เฝ้าร่ำเรียนมา ก็นำใบปริญญาตรี
ไปแปะฝาบ้านให้แม่ชื่นใจเพื่อนบ้านชื่นชม ตามค่านิยมของสังคม
รูปของนิลยังคงความเย็นชา ฝาบ้านเป็นตัวช่วยให้ดูเตะตาคนมาเยี่ยมบ้าน
ทุกคนพูดว่า ประสบความสำเร็จแล้ว น่าปลื้มใจแทน
แล้วผลัดกันอวด ทุกอย่างที่มีไม้วัดเดียวกัน
ถ้าฉันไม่เข้าใจว่าตัวเอง ชอบอะไร ต้องการอะไรในการมีชีวิตอยู่
ฉันคงไม่ร่ำเรียนหนังสือ ถ้าเรียนเพื่อคนอื่นก็นับว่าประสบความล้มเหลวมากกว่าครึ่ง
การเรียนรู้จักตนเอง มันแทบจะเรียนไม่หมดในหนึ่งชีวิต
เสียเวลาจริงนะ ถ้าเราไม่ฟังเสียงจากใจของเรา
ความชัดเจน ยังคงเป็นองค์ประกอบของความสำเร็จอีกอย่าง
ผู้ฟังย่อมได้เปรียบ แต่ผู้รักความเงียบได้เปรียบกว่า
เพราะใบปริญญามิได้ วัดว่าผู้ใดจะล้มเหลวหรือชนะ
ลักษณะชีวิตต่างหากเป็นตัววัด
ความพึงพอใจในชีวิต ที่ตัวเองมีอยู่ เป็นไม้วัดที่นายหลวงพระราชทานให้ชนชาวไทยได้
สติ อย่าผันตัวเองไปในลู่การแข่งขัน จนลืมเม็ดข้าวสุกข้าวสวยว่ามาจากไร่นา
จากเกษตรกรสวมชุดราคาถูก มีขี้เล็บในมือทุกนิ้ว
เขาคือบุคคลผู้รู้แล้ว จึงไม่ต้องมองฟ้า เขารู้ว่าฝนจะมาคราใด
น้ำจะพอมั้ย ข้าวจะได้กี่ยุ้งฉาง ลูกเต้าจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร ไม่ได้จ่ายค่าเล่นเกมเล่นเนทเพิ่ม จึงไม่
รู้สึกว่าตนเองต้องขวยขวายกว่าที่เป็น
นิลชอบพวกเขา และได้ไปช่วยลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวร่วมกับเพื่อนใหม่
ทุกคนรักนิล มองเห็นนิล
เขาบอกว่า อากาศที่นิลกำลังลูบคลำ มันเป็นอากาศบริสุทธิ์
ร่างกายนิลจึงแข็งแรงไม่เจ็บป่วย ง่าย
นิลยิ้ม
บ้านริมน้ำตกของนิลจึงมีเพื่อนชาวนามาเยี่ยมบ่อยๆ
นิลชวนเพื่อนสนิทบางคนเข้าป่า ไปฟังเสียงของความเงียบ
ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและสดชื่น
สัตว์ป่าเป็นมิตร มากกว่าน่ากลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์น่ากลัวกว่า
ไส้เดือนหนีเบ็ดตกปลา
มนุษย์พอเกลียดโกรธ ยังมีอาฆาตมาดร้าย แถมส่งพลังแห่งความชิงชังเป็นไม้ต่อดังวิ่ง
ผลัดให้แก่ลูกหลาน วลีของการ์ตูนที่คนนึกหัวเราะ ว่า ใครฆ่าท่านพ่อ(มีภาพบุตรชายคุกเข่าร้องไห้
หน้าหลุมศพ มีกระบี่บงบอกว่าเป็นจอมยุทธ
จึงเป็นรากเง้าเรื่องผูกใจเจ็บ สะกิดให้เกิดน้ำตาแก่นิล
ทุกคนหัวเราะ ส่วนนิลครวญ
เมื่อหลายวันก่อน นิลเข้าป่าลึก พบหมูป่าหลายตัว
เพื่อนของนิลกำลังจะยิง แต่นิลห้าม เพราะเรามีอาหารป่าพอเพียงแล้ว
นิลจึงชวนเพื่อนชาวนาเดินเข้าไปบนหน้าผา
ตั้งเตาประกอบอาหารกัน
นิลทำแกงไก่ป่า มีผักลวกจิ้มน้ำพริกปลา แถมเนื้อแห้งนำมาวางอีกอย่าง
หญิงชาวนาและนิลยิ้มหวานให้กันก่อนรับประทานอาหาร
เธอกล่าวชมนิล ว่าเป็นผู้หญิงสวยมีการศึกษาใยรักการเรียนรู้จากป่า มาก
นิลเป็นดอกไม้ป่า งดงามน่าค้นหา
ใบหน้าหญิงชาวนาเอียงอายเมื่อกล่าวชมเสร็จ
มันเป็นคำหวานแรกที่แล่นผ่านหัวใจนิล
ต่างจากคำหวานจอมปลอมของหมู่ภมรที่หวังเพียงลิ้มชิมความหวานจากดอกไม้
ฟรีๆ จากดอกโน้นมุ่งสู่ดอกนี้ ไม่มีอะไรหยุดแมลงมีปีกได้
หญิงชาวนาก็สวย นิลชมกลับอย่างเชื่องช้า
ดอกไม้ป่ายังคงเบ่งบาน อวดสีสันสด มีม่วง ขาว ชมพู
นิลชี้ให้หญิงชาวนามองรอบกาย
พร้อมปฎิเสธเรื่องความงดงามของตน ว่าดอกไม้ทุกดอกในป่างามกว่าเธอนัก
หญิงชาวนา ยืนกราน นิลจึงชักชวน เธอให้เดินทางไปในเส้นทางเดินป่าใหม่
เป็นเส้นทางที่นิลค้นพบด้วยตัวเอง
ทุกอย่างรอบกายดูแปลกตา มีเถาวัลย์อยู่มาก
นิลพาเธอเดินหายไปในเส้นทางใหม่
พบน้ำตกสาดสายแรง มีดอกไม้ป่าดอกหนึ่ง ขึ้นอยู่โดดเดียว
มันเป็นดอกไม้ไร้สังกัด สวยงามกว่ากล้วยไม้ สวยงามกว่าดอกไม้
เพียงเราสองคนยังต้องเรียก เธอว่าดอกไม้
ตามคำจำกัดความ
ดวงตาหญิงชาวนาเป็นประกาย นิลก็เช่นกัน ภาพของน้ำตกและดอกไม้สันโดษดอกนั้น
เหมือนกำลังยิ้มกริ่มเป็นของขวัญให้นักเดินทาง
นิลบอกหญิงชาวนาว่า
เชื่อหรือยัง ว่าเธอไม่ได้เป็นดอกไม้ป่าที่งามที่สุดในป่า และน่าค้นหาเท่าใดนัก
ป่าคือฟ้าของนิล คือแหล่งแห่งความรู้ เป็นบ่อเกิดสายน้ำและสรรพสิ่งที่ดีงาม
ยิ่งค้นหา ลึกเข้าไป ลึกเข้าไป เราจะพบว่ามีเพียงความสวยงาม เป็นของขวัญให้ดวงตาและหัวใจ
หญิงชาวนา บอกนิลว่า เธองดงามเช่นดอกไม้สันโดษ
เธองดงามในวิญญาณสันโดษของเธอ
นิลรู้สึกรักหญิงชาวนา นิลคิดว่า ความฝันในวัยเยาว์ของเธอได้เดินทางมาหาเธอแล้ว
ทั้งคู่จึงกอดบอกรักกันและอยู่บ้านริมน้ำตกชั้นนอกของนิล
'รอคอยวันเก็บเกี่ยวในนา'
จบบริบูรณ์ |