Welcome to LESLA!!!
ห้องพูดคุยกับเพื่อนๆ
       Chatroom 1
       Chatroom 2
 
WEBBOARD
   เรื่องทั่วไป
   หาเพื่อนใหม่
   วัยทำงาน
   เลสและทอมสวย
   มุมหนังสือ
   คนอกหักมาทางนี้
   คนรักดนตรี-หนัง
   เรียนกภาษา
   เพื่อนต่างชาติ
   โฆษณา-ประชาสัมพันธ์
   รวมทุก Webboard
 
เกี่ยวกับ Lesla
    ประวัติ-ความเป็นมา
    กิจกรรมประจำปี
    กิจกรรมประจำ
    กิจกรรมทั่วไป
  
ข้อมูลเกี่ยวกับ ญรักญ
    บทความต่างๆ
    บทสัมภาษณ์
    เล่าประสบการณ์
  
มุมหนังสือ
    มุมหนังสือ
    Webboard
  
ดูหนัง-ฟังเพลง
    กระดานข่าว
    ข้อมูล-ข่าว
  
ช๊อปปิ้ง
    สรพพสินค้า
    แหล่งของถูก
  
ชวนชิมของอร่อย
    แนะนำร้านอาหาร
    เมนูของอร่อย
  
ช่วยเหลือเพื่อนๆ
    ประกาศหางาน
    ซื้อ-ขายทั่วไป
    ธุรกิจชวนสนับสนุน
  
ชื่นชม-นินทา คนดัง
    มาเล่าหรืออ่านเรื่องของคนดังกัน
  
เรื่องน่าสนใจ
  เกี่ยวกับ Computer
  การกีฬา
  สุขภาพ
  ความสวยความงาม
  เครื่องสำอาง
  งานอดิเรก
  สัตว์เลี้ยง
  ท่องเที่ยว/เดินทาง
  ดูดวง
  ความรู้ทั่วไป
 
             Webboard รวม    Chatroom1    มุมหนังสือ    Photo Vote    SEX    English
มุมหนังสือ

คลิกหน้าตามลำดับดังนี้ -->  หน้าแรก >  มุมหนังสือ >  ขอเป็นพระเอก ตอนเทพธิดาชุดขาว 1
นวนิยายหญิงรักหญิงเรื่อง : ขอเป็นพระเอก ตอนเทพธิดาชุดขาว 1
เขียนโดย : น้ำ


อ่านตอนที่ --> 1  |   2  |  

ถ่ายทอดประสบการณ์ความรักจากชีวิตของผมตั้งแต่เด็กจนโตครับ มีทั้งสมหวัง ผิดหวัง

ผมค่อยๆ สลัดผ้าห่มออกจากตัวอย่างเชื่องช้า เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา 6 โมงเช้า ไก่ที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้าน มันขันปลุก มันคงเดาใจผมถูก ว่า ผมไม่อยากลุก เสียงแจ๋วๆเลยถี่ติดกันหลายครั้ง เจ้าไก่มันคงจะคิดว่า ถ้าไอ้หมอนี่ ไม่เดินออกมาแปรงฟันที่ชานบรรได ข้าก็จะขันปลุกกวนโสตประสาทเอ็งแบบนี้แหละ (อยากขี้เซาดีนัก) ทำไมผมถึงอยากหลับต่อน่ะเหรอครับ อืม....มันเป็นความในใจที่ผมไม่เคยบอกใครเลยนะเนี่ย ใบหน้าสวยหวาน เกินห้ามใจ มีเสน่ห์ของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ทำให้ผมอยากจะอยู่ในภวังค์ฝันหวานจนเกินงาม ผมคิดว่าการที่จะห้ามใจไม่ให้คิดถึงเธอ มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในเวลาหลับ มันช่างเป็นเวลาสวรรค์ของผมเสียจริง มันทำให้ผมนึกถึงแต่หน้าเธอเท่านั้น โดยที่ไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางความคิด แต่หากตื่นขึ้นมาแล้ว ผมก็รู้สึกว่า ความฝันของผมนั้นมันเป็นเรื่องที่ไกลเกินตัวเสียจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อตื่นขึ้นมาพบกับสภาพอันอนาฐาของตัวเอง เมื่อนึกถึงเธอ ก็เริ่มรู้สึกละอายใจ ผมก้มมองดูเสื้อผ้าเก่าๆ ของตัวเองอย่างปลงตก มองไปที่รถมอเตอร์ไซด์คันเก่า ที่จะพังไม่พังแหล่ ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียว ที่ดูจะมีราคามากกว่าชิ้นอื่นที่มีอยู่ทั้งหมดในบ้าน ด้วยเหตุนี้คงเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ ว่าทำไมผมถึงไม่อยากตื่น ครับ สภาพชีวิตของผม แตกต่างกับเธอทุกกรณี

พิศดูสารรูปตัวเองในกระจกอยู่นาน ไอ้ครั้นจะนึกเข้าข้าง ตัวเองว่าเราเป็นทอมรูปงาม ก็ดูจะละอายปากเกินไปหน่อย ก็มันไม่ใช่นี่ครับ เอาเป็นว่า ถึงผมจะรูปไม่งาม แต่หัวใจก็งาม พอใช้ได้ทีเดียว

ขอแนะนำ คุณหมอของผมหน่อยนะครับ ผมรู้ว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่พิเศษ ซ่อนอยู่ในตัว เธอเป็นคนไม่ค่อยเปิดเผยตัวกับใครนักหรอกครับ ถึงแม้เธอจะเป็นคนสวยก็เถอะ ผมมั่นใจ มีผมคนเดียวเท่านั้น ที่เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และนั่นก็คือเสน่ห์ภายในของเธอ....เรารู้จักกันได้ เพราะอุบัติเหตุครับ ผมคิดว่าผมเป็นคนที่โชคดีนะ ที่รอดตายจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมา และเหนือไปกว่านั้น ผมโชคดี ที่ได้เจอคุณหมอ รถเมล์ท่องเที่ยวสายใต้สายนั้น อย่าให้อธิบายเลยครับ แหลกยับไม่มีชิ้นดี แต่น่าแปลกนะ ไอ้คนที่พาคนหลายคนเขาไปพบจุดจบ ยมบาลกลับปล่อยให้ลอยนวล คนขับอย่างไรละครับ หนีไปไร้ร่องรอยช่างไม่รู้สึกสำนึกผิดชอบอะไรบางเลย แต่ไม่เป็นไรครับ เชื่อว่ากรรมคงมีในชาตินี้ ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

มาพูดถึงคุณหมอของผมต่อ....รถเมล์สายมรณะ คันนั้น มีคุณหมออยู่ในรถด้วยแน่นอน เรานั่งกันคนละที่ เธอนั่งอยู่แถวกลางๆ ส่วนผม นู่นได้ตั๋วอยู่เกือบท้ายรถแน่ะครับ พอรถพุ่งตกคูน้ำ นัยว่าผมจะสลบไป แต่คุณหมอ คนสวยผู้มีเนื้อหนังทนทาน หรือจะมีบุญ ก็สุดแท้แต่จะทราบได้ กลับรับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ขณะที่ผมหมดสติอยู่นั้น เธอเล่าให้ผมฟังอย่างประทับใจ ตอนที่รู้สึกตัวอยู่ในโรงพยาบาลว่า เธอได้ช่วยอุ้มผมขึ้นมาจากน้ำ (ช่างใจบุญเสียจริง แม่คุณ แต่ก็สงสัยอยู่นิดนึง ผู้หญิงอะไรแรงเยอะเป็นบ้า น้ำหนักตัวผมน่ะ ประมาณ 60 กก. เชียวนะครับ เธอคงจะเหนื่อยแทบขาดใจกระมัง ที่โหนผมขึ้นจากน้ำมาได้) ก็จัดการปฐมพยาบาล และผายปอดตามวิชาที่เธอเรียนมา เธอเล่าว่า ที่เธอช่วยผมไว้ เพราะเห็นว่า ผมน่าจะมีโอกาสรอด ในขณะที่หลายๆ คนน่ะ เธอก็พยายามช่วย แต่เขาขาดใจไปซะก่อน

โอ้....นี่ผมมาเจอนางฟ้าหรืออย่างไรกันนี่ ทั้งสวย ทั้งมีเมตตา นึกถึงผู้อื่นก่อนนึกถึงตัวเอง ผมก็เลยขอบคุณเธออย่างสุดซึ้ง “คุณหมอ ผู้ช่วยชีวิตผมไว้ ผมจะไม่ลืมบุญคุณ ตลอดชีวิตที่เหลือนี้ ผมเป็นของคุณหมอนะ” หวานอีกแล้วครับ จะโดนตบ ไหมเนี่ยเรา เคยติดตามกันต่อไปนะครับ ว่าปากเคลือบน้ำตาลอย่างผมเนี่ยจะโดนฝ่ามือ อรหันต์ จาก แพทย์ หญิงหรือเปล่า แล้ว จะมาแปะให้อ่านต่อ......อ่านคลายเครียดครับ อย่าคิดมาก

“คุณหมอ ผู้ช่วยชีวิตผมไว้ ผมจะไม่ลืมบุญคุณ ตลอดชีวิตที่เหลือนี้ ผมเป็นของคุณหมอนะ” ผมท่องประโยคนี้ไว้ในใจ ถึงแม้แขนข้างถนัด จะยังใช้การไม่ได้ ก็พยายามใช้แขนที่เหลืออยู่ จดมันลงกระดาษ แล้วแอบซ่อนไว้ในตู้ใส่ของคนไข้

เชื่อว่า ชีวิตของทอมทุกคน ก็คงจะมีสักครั้งหนึ่ง ที่อยากบอกความในใจ ให้แก่ผู้หญิงที่ตัวเองรักได้ฟัง อย่างสุดซึ้ง และคำๆนั้นก็คือ คำว่า "รักคุณ"

ผมเคยคิดว่า สักวันหนึ่ง ผมคงจะได้มีโอกาสพูดคำนี้ ให้ใครสักคนได้ฟังบ้าง


.....ในโรงพยาบาล ผมนอนนิ่งอยู่บนเตียง เจ็บหนึบๆ ที่แขนและที่ท้อง รู้สึกเหมือนมีมือนุ่มๆ กำลังจับที่ชีพจรผมอยู่ จึงลืมตาขึ้น ผู้หญิงหน้าตาสวยจัด ชุดขาว ยืนอยู่ตรงหน้าของผมถึงสองคน คนหนึ่ง มองมาที่ผมด้วยสายตากระวนกระวาย

"ถามเขาหรือเปล่า ว่าเจ็บตรงไหนอีกบ้าง ให้ยาหรือยัง"


ผมสังเกตเห็นผ้าก็อตเล็กๆ ที่ปิดไว้ ตรงหน้าผากด้านขวาของผู้หญิงคนที่เป็นหมอ คงเป็นแผลฝากมา จากอุบัติเหตุครั้งนี้ กระมัง จึงอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“คุณหมอเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“นิดหน่อยเองค่ะ ถ้าเทียบกับคุณ ที่แขนหัก แล้วก็ ผลการตรวจเอ็กซเรย์ ภายในร่างกายอย่างละเอียด คงจะทราบอีกสักสองถึงสามวันนะคะ”

"คุณหมอคะ อย่าลืมจัดการนะคะ เรื่องที่ฟ้องไปเมื่อกี้" พยาบาลสาว กระซิบที่ข้างหูนายหมอของเธอ แล้วมองมาที่ผม อย่างขำๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ

"เอ่อ... คนไข้รายนี้ ขี้หนาว นะคะ เห็นขอผ้าห่มตั้งสองผืน"

"เธอไปดูคนไข้เตียงอื่นเถอะ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เดี่ยวหมอจะคุยกับเขาเอง ไม่ต้องห่วง"


"ได้ข่าวว่า ในห้องนี้ มีคนดื้ออยู่ด้วยเหรอคะ ทำไงน้า..ถึงจะหาย จะจับมัดเสียกับเตียง เดี๋ยวจะหาว่าหมอใจร้าย"

ผมไม่ค่อยเข้าใจที่เธอพูดนักหรอกครับ พยายามนึกแล้ว นึกอีก ว่าตัวเองทำความผิดอะไรไว้ และกลายเป็นคนดื้อไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จึงแสร้งทำเป็นคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน


“คุณหมอ นานไหม กว่าจะแขนจะกลับคืนดังเดิม” ผมถามไป ด้วยความกังวล ก็ผมเป็นนักเขียนนี่ครับ แขนและมือ เป็นสิ่งจำเป็นในการหาเลี้ยงชีพ มันจะเป็นอะไรไป ไม่ได้เลย ผมถนอมมันเท่าชีวิตเลยนะเนี่ย

“คงประมาณ 3 เดือนค่ะ กว่ากระดูกจะเข้าที่ ก็ถอดเฝือกออกได้ กลัวเขียนหนังสือไม่ได้รึไง ” เธอตอบยิ้มๆ ก่อนจะถือแฟ้มประวัติคนไข้ เดินคล่องแคล่วไปที่ข้างประตู เพื่อเบาแอร์คอนดิชั่น คุณหมอเธอรู้ว่าผมเป็นนักเขียน

"จริงๆ แล้วก็เขียนได้สองมือเลยนะ แต่ถนัดข้างขวามากกว่า"

"โอ้...อัจฉริยะ คุณเป็นนักเขียนสองมือหรือคะ แปลกจัง "

ผมยิ้มให้เธอ รู้สึกเพลินในกริยาของเธอจังเลยครับ ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไร ก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด

"คุณหมอรู้ได้ไง ว่าคนไข้รายนี้เป็นนักเขียน" ผมชี้มาที่อกตัว


"จากญาติของคุณ ที่มาเยี่ยม ตอนที่คุณสลบไป เขายังฝากนวนิยายที่คุณเขียนค้างมาให้ด้วย พวกเขาบอกว่า คุณจะขาดมันไม่ได้เลย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม คุณหลงใหลมันขนาดนั้นเลยเหรอคะ"

"ถูกต้อง.....แล้วนี่พวกเขาไปกันหมดแล้วหรือ"

"เหงาเหรอคะ พรุ่งนี้ ถึงจะอนุญาติให้เข้าเยี่ยมอีกครั้ง"


คุณหมอช่างอ่อนโยน พูดจาไพเราะ ผมอยากรู้ชื่อเธอใจจะขาด เอาเป็นว่า ถามซะเลยดีไหมครับ

“คุณหมอมีแฟนหรือยังครับ” อุ๊ย ...ตายละหวา ผมหลุดปากพูดอะไรออกไปเนี่ย ดีนะ ที่เสียงนั้นไม่ดังพอ มิฉะนั้น แฟ้มเหล็ก ในอ้อมแขนคุณหมอ อาจลอยละลิ่วมาใส่หัวผมได้

หมอสาว รีบหันกลับมามอง

“บ่นอะไร..พูดดังๆ สิ.” ผมเริ่มติดอ่างในทันที

“เอ่อ. คะ .คือว่า อยากรู้ชื่อคุณหมอ แหะ.. แหะ..” ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“ก็ถามพยาบาลเอาสิคะ หรือไม่ พอคุณลุกเดินได้ ก็ไปดูที่วอร์ด นู่นไป มีรูปถ่าย มีรายชื่อหมอตั้งหลายคน” ผมพยักหน้า อดไม่ได้ที่จะแอบลอบมองใบหน้าสวย หวาน ผิวพรรณสะอาด นวลเนียน นั้นบอกถึงการถูกเลี้ยงดูมาเป็น อย่างดี

“เอาละ หมอขอห้ามคุณ ถามอะไรอีก เกี่ยวกับตัวหมอ พักผ่อน มากๆ กินยาให้ครบ ตามที่พยาบาลจัดมาให้ แล้วอย่าให้รู้ล่ะ ว่าแอบทิ้งลงถังขยะ เหมือนเมื่อกี้” คราวนี้ จากเสียงหวานๆ เมื่อครู่ ก็เริ่มดุขึ้นเล็กน้อย ตายละ ผมลืมทำลายหลักฐาน เสียสนิท มันเลยเกลื่อนเต็มถังขยะ ข้างเตียงเลยครับ

“หมอรู้ คนดื้ออย่างคุณเป็นคนไม่ชอบทานยา คงจะติดนิสัยนี้มาแต่เด็ก แต่ยานี้ เป็นยาแก้ปวด คืนนี้ล่ะ คุณจะปวดแผลมาก เพราะมันอักเสบ คุณต้องทานยานี้ก่อน หมอไม่อยากจะเห็นคนบางคนร้องโอดโอย...”

“ไม่ร้อง ไม่ร้อง ” ผมให้คำมั่น พลางยกนิ้วก้อย ให้สัญญา อยากจะให้คุณหมอเอานิ้วมาเกี่ยวกับผมด้วยจัง แต่ก็เก้อครับ

“ดีค่ะ ...มีอะไร กดกริ่งเรียกพยาบาลละกัน อย่าดื้ออีกล่ะ ถ้าไม่เชื่อละก็ เราจะได้เห็นดีกัน !”

อะจึ๊ย ! ดุจังแฮะ

เจอคำสั่งอันเด็ดขาด ทำเอา ผมหงอเลยครับ ถึงจะเป็นหมอที่เฮี้ยบไปหน่อย แต่ก็น่ารักดีใช่ไหมครับ อ่านต่อไปนะครับ แล้วผู้อ่านจะหลงรักเธอ เหมือนที่ผมหลงรัก แต่ขอบอกไว้ก่อน คนเนี้ย ผมจองแล้วนา.....

ร่างบอบบางในชุดเสื้อกาวน์สีขาว บริสุทธิ์ เดินไปที่ประตูทางเข้าอีกครั้ง แต่แล้วก็หันกลับมาถามบางอย่างกับผม

“คุณชื่อเล่นว่าอะไร....หือ คุณ ระพินทร์”

ด้วยความทะเล้นที่มีอยู่ในตัวมาแต่อ้อนแต่ออก ผมจึงชี้ไปที่แก้วน้ำ ที่วางอยู่บนโต๊ะ คนไข้

“ชื่อแก้วเหรอ....” ผมรีบส่ายหน้า แล้วตอบกำกวมอีก เพื่อจะรั้งเจ้าหล่อนไว้ให้คุยกับผมนานๆ

“ในแก้ว....”

“อ๋อ...ที่แท้ก็ชื่อ น้ำ นี่เอง พูดจาเล่นลิ้นเก่งนักนะ สำบัดสำนวน อย่างนี้ต้องเจอพยาบาลดุดุ”

พอพูดจบ เธอก็รีบหันหลังเดินจากไป ผมได้แต่มองตามหลังเธอไป ด้วยความรู้สึกที่สบายใจ และเป็นสุข มาช่วยลุ้นนะครับ ว่านายพรานหนุ่มอย่างผม จะวางกับดักรัก คุณหมอสาว ได้หรือไม่

หายเจ็บเมื่อไหร่ละก็ จะแจกขนมจีบให้กิน จนอิ่มเชียว !

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*



อ่านตอนที่ --> 1  |   2  |  
ฝากข้อความถึงเพื่อนๆ
หรือแวะทักทายกันหน่อยนะคะ


 
ดูรายละเอียดการโฆษณาได้ --->ที่นี่
สงวนลิขสิทธิ์ โดย www.lesla.com
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอ่าน font thai ได้ กรุณา download Thai font นี้
เมื่อ download แล้ว ให้ Unzip แล้ว save ที่ C:\windows\fonts
You can download Thai Font HERE. Unzip and save it to C:\windows\fonts
เชิญสอบถาม หรือให้คำเสนอแนะโดยโทรศัพท์มาที่ (09)218-9119 หรือ email ไปที่ webmaster@lesla.com
เพื่อรูปแบบที่สวยงาม กรุณาจัดหน้าของ Lesla.com ให้เป็น 800 by 600 pixels. และใช้ Internet Explorer