Welcome to LESLA!!!
ห้องพูดคุยกับเพื่อนๆ
       Chatroom 1
       Chatroom 2
 
WEBBOARD
   เรื่องทั่วไป
   หาเพื่อนใหม่
   วัยทำงาน
   เลสและทอมสวย
   มุมหนังสือ
   คนอกหักมาทางนี้
   คนรักดนตรี-หนัง
   เรียนกภาษา
   เพื่อนต่างชาติ
   โฆษณา-ประชาสัมพันธ์
   รวมทุก Webboard
 
เกี่ยวกับ Lesla
    ประวัติ-ความเป็นมา
    กิจกรรมประจำปี
    กิจกรรมประจำ
    กิจกรรมทั่วไป
  
ข้อมูลเกี่ยวกับ ญรักญ
    บทความต่างๆ
    บทสัมภาษณ์
    เล่าประสบการณ์
  
มุมหนังสือ
    มุมหนังสือ
    Webboard
  
ดูหนัง-ฟังเพลง
    กระดานข่าว
    ข้อมูล-ข่าว
  
ช๊อปปิ้ง
    สรพพสินค้า
    แหล่งของถูก
  
ชวนชิมของอร่อย
    แนะนำร้านอาหาร
    เมนูของอร่อย
  
ช่วยเหลือเพื่อนๆ
    ประกาศหางาน
    ซื้อ-ขายทั่วไป
    ธุรกิจชวนสนับสนุน
  
ชื่นชม-นินทา คนดัง
    มาเล่าหรืออ่านเรื่องของคนดังกัน
  
เรื่องน่าสนใจ
  เกี่ยวกับ Computer
  การกีฬา
  สุขภาพ
  ความสวยความงาม
  เครื่องสำอาง
  งานอดิเรก
  สัตว์เลี้ยง
  ท่องเที่ยว/เดินทาง
  ดูดวง
  ความรู้ทั่วไป
 
             Webboard รวม    Chatroom1    มุมหนังสือ    Photo Vote    SEX    English
มุมหนังสือ

คลิกหน้าตามลำดับดังนี้ -->  หน้าแรก >  มุมหนังสือ >  ใต้ฟ้าเดียวกัน บทที่ 5
นวนิยายหญิงรักหญิงเรื่อง : ใต้ฟ้าเดียวกัน บทที่ 5
เขียนโดย : josephine


อ่านตอนที่ --> บทนำ  |   1  |   2  |   3  |   4  |   5  |  

เช้าวันนี้มันไม่สดใสอย่างที่เคยเป็น อะไรๆ ก็ดูแตกต่าง เสียงนกร้องที่เคยขับขานเพลงรัก กลับเงียบสงบ มีเพียงแค่เสียงของสายลมเท่านั้นที่พัดผ่านบานหน้าต่างของฉัน

คิดถึงเรื่องเมื่อวาน มันก็เหมือนฝัน ฝันที่เหมือนจะเป็นจริง เกือบจะเป็นจริง เฮ้อ...แล้วตอนนี้ ฉันก็ตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง พบตัวเองอยู่ตรงนี้เพียงลำพังผูเดียว แทนที่จะมีอลิชาอยู่เคียงข้างฉัน อยู่ด้วยกัน เพื่อที่จะต้อนรับเช้าวันใหม่ที่แสนหวานร่วมกัน ช่วยไม่ได้ ถ้าสิ่งนี้มันจะเป็นความจริง สิ่งที่ฉันต้องทำตอนนี้คือ เผชิญหน้ากับมัน และดำเนินชีวิตต่อไปอย่างที่เคยดำเนินมา

ตอนนี้ฉันอยู่กับอารยา เราสองคนกำลังทบทวนบทเรียนด้วยกันอย่างที่เคยทำทุกวัน แต่มันแปลกกว่าทุกครั้งตรงที่ ทุกทีฉันจะเป็นฝ่ายเหม่อลอย แต่คราวนี้ อารยาเอง กลับดูสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแทน เหมือนกับว่าเธอมีอะไรอยู่ในใจ พอถามไป เธอก็ตอบว่า ไม่มีอะไร แล้วเราก็กลับมาทบทวนบทเรียนต่อ

ในตอนบ่าย เราชวนกันไป มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยในฝันของเราทั้งสองคน เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจในการทำข้อสอบ

"พิน พร้อมรึยัง?" เสียงอารยาตะโกนมาจากด้านล่าง

"เสร็จแล้วจ้า เดี๊ยวฉันลงไปแล้ว" ฉันคว้าย่ามคู่ใจของฉัน แล้วรีบวิ่งลงไปหาอารยา

"จะกลับเมื่อไหร่ โทรบอกแม่ด้วยนะ" แม่บอกกับฉัน

"ค่ะแม่ เดี๊ยวพินโทรบอกแม่นะคะ ไปก่อนนะคะ" ทั้งฉันและอารยาไหว้ลาแม่และออกไป

เราเดินทางโดยรถประจำทาง นั่งรถเพียงสายเดียวก็ไปถึงแล้ว เนื่องด้วยขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายสองโมง รถไม่มาก จึงไปถึงที่นั่นได้เร็ว

ตอนนี้เราได้มาถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว มันรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเดินเข้าไป อารยาหันมามองหน้าฉันหนึ่งฉัน ยิ้มให้ แล้วจูงมือฉันเข้าไป

บรรยากาศภายในนั้นร่มรื่นมาก มีตึกเรียนอยู่เพียงไม่กี่ตึกเท่านั้น หน้าตึกเรียนมีนักศึกษานั่งรวมกันอยู่ มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องนั่งอยู่ด้วยกัน คุยเล่นกัน บางมุมก็มีคนมานั่งวาดรูป นั่งเสก็ตภาพอยู่ มันเป็นบรรยากาศที่ทั้งฉันและอารยาโหยหามาก จากที่เคยได้ยินจากคนอื่น ตอนนี้ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วยิ่งอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เข้าไปใหญ่

ตอนนี้เรามานั่งอยู่ใน "สวนแก้ว" ที่นี่เป็นที่ๆ เงียบสงบมาก มีต้นแก้วปลูกเรียงรายอยู่ทั่วไปหมด สายลมพัดโชยกลิ่นอ่อนๆ ของดอกแก้ว ล่องลอยไปทั่วทั้งบริเวณ แสงแดดส่องลงมารำไร มีใบไม้ร่วงพริ้วไหวลงมา ช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก

"สัญญานะ ว่าเราจะเข้าที่นี่ด้วยกัน" อารยาพูด สายตากวาดมองไปยังบริเวณรอบๆ แล้วมาหยุดมองที่ฉัน

"ได้เลย ฉันให้สัญญา" ฉันพูดพร้อมกับกุมมือเธอไว้ แล้วเราสองคนก็ยิ้มให้กัน

เราออกจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อตอนประมาณบ่ายสี่โมงได้ แล้วก็ไปยังวัดพระแก้วต่อ เพื่อที่จะสักการะ พระแก้วมรกต ขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มแล้ว ฝนมีเค้าว่าจะตกในอีกไม่ช้านี้

เราไปเดินดูของตรงถนนหน้าพระลาน คนมักจะมาขายของแบกะดิน ส่วนมากก็จะเป็นเครื่องประดับจำพวกสร้อยคอสร้อยข้อมือที่ถักขึ้นมาเอง ขณะที่เดินอยู่เพลินๆนั้น ฝนก็เทลงมา ทั้งฉันและอารยารีบวิ่งเข้าหาที่หลบฝนแทบไม่ทัน และในที่สุด ก็ได้มาอาศัยหลบฝนอยู่ที่ประตูด้านหน้าทางเข้าของมหาวิทยาลัยศิลปากร

"ฝนตกหนักแบบนี้ ไม่นานคงหยุดแหละ" อารยาพูดลอยๆ ขึ้นมา "โทรไปบอกแม่เธอก่อนดีกว่า ท่านจะได้ไม่เป็นห่วง"

"อืม" แล้วฉันก็จัดแจงโทรไปบอกกับแม่

ฉันนั่งนิ่งๆ เงียบๆ ฟังเสียงฝนตก เสียงของสายฝนที่ตกกระทบพื้น เมื่อฟังดีๆ แล้ว จะพบว่า มันตกดังเป็นจังหวะ แต่ถ้าหากเราฟังอย่างหยาบๆ มันก็จะเป็นเสียงที่น่ารำคาญ เช่นเดียวกับคน การมองคนอย่างหยาบๆ จากภายนอก ไม่ได้ช่วยให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนที่อยู่ภายในตัวเขาได้

"พินๆ ตื่นได้แล้ว" ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง นี่ฉันเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวเลยนะ ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว ตามพื้นถนนมีน้ำขังเป็นบางบริเวณ เราสองคนเดินออกมาเพื่อที่จะไปขึ้นเรือกลับบ้าน

ขณะนี้ดวงอาทิตย์ก็เริ่มร่ำลาเส้นขอบฟ้าแล้ว เหลือเพียงแค่แสงสีส้มแตะอยู่บนปุยเมฆเท่านั้น

"ดูวัดอรุณสิ พิน ตอนนี้ดูสวยมากเลยนะ" อารยาชี้ให้ฉันดูวัดอรุณที่มีฉากหลังเป็นแสงอาทิตย์ยามเย็น มันช่างเป็นภาพที่สงบดีแท้ ฉันมองอารยาและเห็นว่าในดวงตานั้น มีประกายของสิ่งบางสิ่งอยู่ ฉันไม่อาจบอกได้ว่ามันคืออะไร แต่ว่ามันช่างดูสดใสและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน

เรายืนอยู่ท้ายเรือ โบกมือสาพระอาทิตย์ยามอัสดง ที่ๆ เรายืนอยู่ อากาศเย็นสบาย ลมพัดโกรกจนผมปลิวยุ่งไปหมด แต่ก็เป็นการเดินทางที่สนุก สนุกจนฉันไม่อยากให้มันจบเลย

ฉันมองสายน้ำที่ไหลไปเรื่อยๆมันจะจบลงที่ใดกันนะ ชีวิตคนก็คงเหมือนกับสายน้ำนั่นแหละ เกิดขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร ดำเนินชีวิตมันไปเรื่อยๆ ไปวันๆ

"ลงไปด้านในเรือด้วยนะคะ ไม่ให้ยืนท้ายเรือค่ะ" พนักงานเก็บค่าโดยสารตะโกนขึ้นมา เราทั้งสองจึงเดินลงไปข้างในเรือ

ภายในเรือ คนเยอะมาก จนไม่มีที่นั่งเหลือ เราจึงไปยืนอยู่ตรงกล่องเครื่องยนต์ของเรือ แม้ว่าเสียงจะดังไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าตรงที่ไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่น

ผ่านท่าเรือไปหลายท่าแล้ว คนกลับไม่ลงกันเท่าไหร่ มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ ในเรือเริ่มแออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันมากกว่าเดิม จนแทบจะไม่มีที่เหลือให้ยืนอีก

ด้านหน้าฉันคือผู้ชายคนหนึ่ง เขาหันมามองฉันหลายที ฉันไม่ชอบสายตาแบบนั้นเลย ฉันกลัวมาก และไม่อยากยืนอยู่ตรงนั้นอีก

อารยาเคลื่อนตัวจากตำแหน่งที่อยู่ข้างฉัน มายืนอยู่ด้านหน้าฉันแทน "เมื่อยน่ะ เลยเปลี่ยนมุม จะได้คุยกันสบายขึ้นด้วย" แล้วก็ยิ้มให้ฉัน

ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเหตุบังเอิญรึเปล่า แต่ในใจฉันตอนนี้มีความรู้สึกว่า อารยาสามารถอ่านใจฉันได้ และพยายามที่จะปกป้องฉัน

เรือกระแทกกับโป๊ะขณะจอดเรือ มันแรงมากเสียกระทั่งอารยาเสียหลักล้มลงมาเกาะฉันไว้ คนลงเรือเพิ่มขึ้นมาอีก ตอนนี้เราจึงขยับไปไหนไม่ได้เลย

อารยาปล่อยมือออกจากตัวฉัน แต่เราอยู่ใกล้ชิดกันมาก ใกล้กันขนาดได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แล้วอยู่ดีๆ ฉันก็โอบเอวอารยาเอาไว้ และซบไหล่เธอ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดอะไรอยู่ มันเหมือนกับว่าพอใจที่ได้ทำ มีความสุขที่ได้ทำ

ตอนแรกฉันคิดว่าอารยาจะทำนิ่งเฉย แต่แล้ว เธอก็ใช้มือข้างนึงโอบไหล่ฉันไว้ มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน การกอดมันช่วยทำให้เราคลายทุกข์ได้จริงๆ นะ

เราไม่พูดอะไรกันซักคำ แต่แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว มันเหมือนกับว่าเราสามารถสื่อถึงกันได้จากการสัมผัส ณ เวลานี้ คำพูดมันไม่ใช่สิ่งที่สวยงามหรือจำเป็นอีกต่อไปแล้ว ความอบอุ่นที่เราส่งให้กันผ่านการสัมผัส มันมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด เสียงอึกทึกรอบๆ ตัวฉัน กลับเงียบสงบลงทันใด เหลือเพียงแค่เสียงหัวใจเท่านั้น ที่เต้นดังอยู่

เรากลับถึงบ้านตอนประมาณทุ่มนึง อารยามาส่งฉันที่บ้านแล้วจึงเดินต่อไปยังบ้านเธอ กลับมาถึงบ้านบนโต๊ะทานข้าว ก็มีกับข้าวเตรียมอยู่พร้อม ฉันจัดการฟาดอาหารบนโต๊ะจนเรียบ ล้างจานเสร็จ ก็ไปเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเช็คเมลล์

ไม่ปรากฏข้อความใดๆ จากอลิชาเลย สงสัยวันนี้เธอคงจะไม่ได้ออนไลน์ละมั๊ง ฉันคิด ดีแล้วล่ะ ที่วันนี้ได้ออกไปเที่ยวกับอารยา ไม่งั้นก็คงจะต้องจมปลักอยู่กับความเหงาคนเดียว ฉันเขียนอีเมลล์ฉบับสั้นๆ ไปเพื่อที่จะบอกกับเธอว่า ฉันจะไม่สามารถคุยได้นานๆ อีกแล้ว ฉันต้องทุ่มตัวเองให้กับการสอบเอนทรานซ์อย่างเต็มที่

ฉันปิดคอมพิวเตอร์และเข้านอน ในใจนึกขอบคุณอารยา ที่เปลี่ยนวันหม่นหมองของฉันให้กลายเป็นวันที่สดใสแทน

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*



อ่านตอนที่ --> บทนำ  |   1  |   2  |   3  |   4  |   5  |  
ฝากข้อความถึงเพื่อนๆ
หรือแวะทักทายกันหน่อยนะคะ


 
ดูรายละเอียดการโฆษณาได้ --->ที่นี่
สงวนลิขสิทธิ์ โดย www.lesla.com
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอ่าน font thai ได้ กรุณา download Thai font นี้
เมื่อ download แล้ว ให้ Unzip แล้ว save ที่ C:\windows\fonts
You can download Thai Font HERE. Unzip and save it to C:\windows\fonts
เชิญสอบถาม หรือให้คำเสนอแนะโดยโทรศัพท์มาที่ (09)218-9119 หรือ email ไปที่ webmaster@lesla.com
เพื่อรูปแบบที่สวยงาม กรุณาจัดหน้าของ Lesla.com ให้เป็น 800 by 600 pixels. และใช้ Internet Explorer