เรื่องเล่า : งานเขียนแก้เซ็ง - รักเธอที่ตรงไหน
เขียนโดย : นพนิต
ละออยืนหน้านิ่ว ร่างเล็กๆนั้นยังคงอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำ เธอมองบนเตียงของตัวเองที่บัดนี้มีเสื้อผ้าเรียงรายอยู่เกือบหมดทั้งตู้เสื้อผ้า รู้สึกสับสน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร
เอาล่ะสิ.. ทุกทีเธอก็ไม่เคยจะมีปัญหาว่าจะต้องแต่งองค์ทรงเครื่องแบบไหน เพราะไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องอย่างนี้ แต่วันนี้ ละออมีนัดสำคัญ เพื่อไปเจอกับคนรักของตัวเอง ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะมีกับเขา
แน่ล่ะ มันทำให้ละออรู้สึกแจ่มใสและตื่นเต้น ทว่าอีกใจหนึ่งก็หงุดหงิด กลัวจะผิดพลาด เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเสียเวลาเรื่องมากกับการเลือกเสื้อผ้าสักชุด เพื่อออกไปกินข้าวเย็นแค่มื้อเดียว จะเลือกแบบที่ใส่ทุกที ก็กลัวไม่ถูกใจอีกฝ่าย
ละออก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความรัก และอยากให้คนรักมีความสุขกับทุกสิ่งที่ละออทำนี่นะ
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ละออยืนรออยู่ใกล้บันไดเลื่อนของสถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง หัวใจก็ได้เต้นระทึกเมื่อเห็นรถคันเล็กสีดำที่คุ้นตานั่นเปิดไฟฉุกเฉินกระพริบ แล้วหยุดเทียบตรงหน้าเธอ
เป็นเวลาหลายวินาที กว่าละออจะได้ช้อนตามองและเอ่ยทักทายคนขับข้างกาย เพราะมัวแต่รีบกระโจนขึ้นรถ เพราะเกรงรถข้างหลังจะบีบแตรไล่เอา ไหนจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอีก
สวัสดีค่ะ พี่ปิ่น
พี่ปิ่นของละออหันมายิ้ม เอามือลูบผมนิ่มๆของละออเบาๆ หวัดดีจ้ะ อยากไปไหน
ไปไหนก็ได้ ละออตอบแล้วก็เกรงว่าจะฟังดูน่าเบื่อไปหรือเปล่า แต่ปิ่นไม่ได้ว่าอะไร นอกจากพูดเสียงนุ่มๆ ละอออยากดูหนังไหม พี่อยากไปดูหนังเรื่องนึง เพราะมันใกล้จะออกแล้ว ไม่รู้ละออจะชอบหรือเปล่า ปิ่นเอ่ยชื่อหนังนอกกระแสเรื่องนั้นออกมา มันเป็นหนังฝรั่งเศสที่ได้รางวัลมามาก แต่ไม่ได้รับความสนใจจากคนทั่วไปเท่าที่ควร
ดีค่ะ ละออก็อยากดูเหมือนกัน เธอตอบตามตรง
แต่มันต้องเข้าไปในตัวเมืองนะ ละออจะว่าอะไรรึเปล่า รถมันจะติดน่ะ
ถ้าพี่ปิ่นไม่ว่าอะไร ละออก็สบายอยู่แล้ว พี่ปิ่นเป็นคนขับนี่คะ ละออจะหลับแล้วกันหากว่ารถติดจริง
หลับเลยสิ เดี๋ยวพี่หลอกพาไปไหนไม่รู้ด้วยนะ ปิ่นหลิ่วตา ละออยิ้มตอบ แล้วหันออกนอกหน้าต่าง ทำหน้าเขินๆกับตัวเอง
รถไม่ติดอย่างที่คิด ละออนั่งหน้าระรื่น หัวใจพองโตไปตลอดทาง
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
โรงภาพยนตร์นั้นว่าง มีคนอยู่เพียงประปราย ละออกับปิ่นได้ที่นั่งดีๆโดยไม่ยากนัก ปิ่นอาสาถือข้าวโพดคั่วถุงโตไว้ให้ และปล่อยให้ละออหยิบกินตามใจชอบ
ครั้งหนึ่ง ทั้งคู่เกิดใจตรงกัน เอื้อมมือไปในถุงข้าวโพดคั่วพร้อมกัน ละออรีบชักมือออกด้วยความเกรงใจ
แต่ก็ไม่ไวเท่าปิ่น.. ฝ่ายนั้นยุดมือเธอไว้ และกุมมือที่เล็กกว่าไว้ในอุ้งมืออบอุ่น
จะหนีไปไหน พี่ไม่ปล่อยหรอกนะ
ละออหัวเราะอายๆ ในโรงถาพยนตร์นั้นแม้จะมืด แต่แสงจากภาพยนตร์ตัวอย่างก็สว่างพอ ที่จะสะท้อนเข้าไปในแววตาซึ่งจ้องมาของปิ่น ให้ละออได้เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งนั่น
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
หนังจบแล้ว.. ปิ่นพาละออไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารนั่งสบายๆในละแวกใกล้ๆ ปิ่นชวนละออคุยอย่างสบายอารมณ์ขณะรออาหาร
ปิ่น.. เสียงหวานใสเรียกมาจากอีกทิศหนึ่ง ส่งผลให้ทั้งคู่หันไปมอง
อ้าว.. นิ ปิ่นยิ้มให้สาวสวยตรงหน้า เอ่ยคำทักทายกับเพื่อนเก่า ขณะที่ปิ่นเองก็ยิ้มให้เธอคนนั้น แต่ในใจรู้สึกพิกล
ละออพินิจดูการแต่งตัวของหญิงสาวที่ว่า แล้วก็นึกเสียใจที่ตัวเองเลือกใส่เสื้อเชิร์ตเข้ารูปแบบธรรมดามา แม้กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบที่สวมอยู่จะเป็นทรงร่วมสมัย แต่เมื่อเทียบกับหญิงสาวตรงหน้าแล้ว ละออดูเป็นเด็กจืดๆไปเลย
ร่างผอมเพรียวที่ยืนอยู่ใกล้ปิ่นนั้น ย่อมสะดุดตาทุกคนที่ได้เห็น เธอเป็นผู้หญิงที่นับว่าสวยคนหนึ่ง ใบหน้าแต่งเครื่องสำอางสีฟ้าสีชมพูอ่อนๆได้โดยไม่น่าเกลี่ยด ริมฝีปากอิ่มเคลือบสีชมพูมุกวาวๆ เข้ากับชุดเกาะอกผ้ายืดและกางเกงสามส่วนโทนสีเดียวกัน ขาเรียวยาวดูเพรียวขึ้นไปอีกเมื่อมีรองเท้าส้นแหลมสูงรองรับไว้
ท่าทางที่มั่นใจในตัวเอง และบุคลิกที่โดดเด่นอย่างนั้น ทำให้ละออหวั่นใจ หรือเธอต้องเป็นอย่างนั้น ปิ่นถึงจะภูมิใจในตัวเธอ
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ละออ
ปิ่นเรียกหญิงสาวตรงหน้าอย่างใช้ความคิด เป็นอะไรไป อาหารไม่อร่อยเลยเหรอ
เปล่าค่ะ แต่ตอบแล้วตัวเองก็รวบช้อนส้อม
อิ่มแล้วหรือ
ค่ะ ละออตอบอย่างสำรวม
ขนมไหม
ไม่เอาค่ะ เสียงนั้นหงุดหงิดนิดๆ ทำไมทำเหมือนเธอเป็นเด็กเรื่อยเลยนะ
ครู่ต่อมา ปิ่นกับละออก็ออกมาจากร้านอาหาร ระหว่างทางเดินไปขึ้นรถ ทั้งคู่ผ่านร้านเสื้อผ้านำสมัย ปิ่นเหลือบตาเห็นชุดกระโปรงแขนล้ำสีแดงเพลิงที่โชว์อยู่หน้าร้าน แล้วก็รู้สึกถูกใจแบบและลายผ้า จึงเปรยออกมา ชุดนี้สวยดีนะ
ละออชายตามองชุดนั้น แล้วก็น้อยใจนิดๆ นี่คงจะชอบผู้หญิงแต่งตัวล่ะสิ พลางนึกไม่พอใจตัวเองที่ช่างไม่รู้จักแต่งตัวกับเขาเสียบ้างเลย
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
สัปดาห์ต่อมา ละออยืนรอพบปิ่นที่บันไดเลื่อนของสถานีรถไฟฟ้าแห่งเดิม ด้วยความประหม่านิดๆ
เมื่อรถมาเทียบ คราวนี้ปิ่นไม่สามารถรีบได้ เพราะไม่ชินกับรองเท้าส้นเข็ม จึงต้องค่อยๆก้าวขึ้นรถ และจัดท่านั่ง ไม่ให้ชายกระโปรงเลิกไปถึงไหนต่อไหน ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะปิดประตูรถได้
โชคดีว่าการจราจรขณะนั้นไม่ติดขัด หากจะมีอะไรขัด ก็คงเป็นใจของคนที่ขับรถมารับละออเสียมากกว่า
เกิดอะไรขึ้นน่ะ ละออ ปิ่นถาม ใบหน้าอ่อนใสที่มองกลับมานั่นถูกฉาบด้วยเครื่องสำอาง แม้จะเป็นเพียงบางๆ แต่ก็ดูแปลกตาไป ร่างเล็กๆนั้น อยู่ในชุดกระโปรงที่ปิ่นจำได้ว่าเห็นด้วยกันเมื่อหลายวันก่อน
สวย.. ใช่ล่ะ แต่ไม่ใช่ละออของเธอคนเดิม
ละออก็อยากเปลี่ยนบุคลิกบ้างสิคะ
นั่นแน่.. เชิดหน้าตอบเสียด้วย จะมาไม้ไหนนะ ปิ่นคิด
ละออโกรธหน่อยๆ อุตส่าห์แต่งตัวตั้งนาน จะชมกันบ้างก็ไม่มี แถมยังทำท่าเหมือนเธอแต่งเป็นงิ้วอย่างนั้นแหล่ะ ดีว่าสำรวจตัวเองก่อนออกจากบ้านมาแล้ว และทั้งพี่สาวน้องสาวต่างก็บอกว่าเธอเกิดแน่ ถ้าออกไปข้างนอกแบบนี้ จึงไม่ใจเสียไปตามปฏิกิริยาของปิ่น
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ปิ่นมองดูละออจากด้านหลัง ขำก็ขำ โมโหก็โมโห
ใครเสี้ยมสอนให้ใส่รองเท้าส้นเข็มทั้งๆที่ยังเดินไม่เป็น ท่าเดินก็ดูพิกล คงจะกังวลว่ากระโปรงสั้นนั้นมันโป๊ไปละมัง
ขณะที่อีกฝ่ายนึกขัน ละออก็พยายามยืดตัวตรง บอกตัวเองว่าให้มั่นใจเข้าไว้ และอดไม่ได้ที่จะขวางปิ่น ซึ่งมัวแต่เดินอ้อยอิ่งอยู่ข้างหลัง แทนที่จะมาเดินเคียงกัน
กลุ่มเด็กนักเรียนหนุ่มรุ่นๆเดินสวนมา แล้วส่งสายตาล้อเลียน ละออรีบเมินหน้าที่ร้อนฉ่าไปทางอื่น แล้วพาลหยุดเดิน หันหน้าเข้าร้านขายขนมที่อยู่ตรงนั้นพอดี ดวงตาเป็นประกายเมื่อครู่เริ่มขุ่นมัว
ปิ่นเดินมาแตะไหล่เธอเบาๆ อยากไปทานอะไร
ละออนิ่ง
ดู
จนป่านนี้ ยังไม่รู้จักชมอีก ว่าเธอแต่งตัวมาสวย
ละออไม่หิว
แต่พี่หิวนี่
นั่นก็เรื่องของพี่ปิ่น
ปิ่นนิ่งไปบ้าง พยายามใช้ความคิด เพิ่งจะได้รู้จักแง่มุมนี้ของละออก็วันนี้เอง ทุกทีก็ออกจะว่าง่ายน่ารัก วันนี้เป็นอะไรไป ตั้งแต่แต่งตัวก็แปลกๆแล้ว
ทานอาหารญี่ปุ่นไหม ปิ่นถามด้วยเสียงเอาอกเอาใจ เพราะรู้ว่าละออชอบอาหารญี่ปุ่น
ละออเหลือบตามองคนถาม เห็นปิ่นหน้าไม่แจ่มใสเหมือนเมื่อแรกพบก็รู้สึกผิดขึ้นมา ว่าไม่ควรกระเง้ากระงอดให้มากนัก จึงยอมตอบตกลง
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ร้านที่ละอออยากทานนั้น คนแน่นขนัด ต้องรอคิว
ปิ่นบอกให้ละออรออยู่ข้างนอก เธอจะเดินเบียดฝูงชนเข้าไปบอกชื่อและถามระยะเวลาที่ต้องรอกับพนักงานต้อนรับด้านหน้าเอง แต่ละอออยากจะเดินเข้าไปด้วย เธอจึงด้นดั้นเบียดเข้าไปพร้อมกับปิ่น
ได้ลงชื่อ และทราบว่าอีกราวครึ่งชั่วโมงค่อยกลับมาใหม่ ปิ่นและละออก็ต้องเบียดออกไปจากวงล้อมนั่นใหม่
ละออกุมมือปิ่นแน่น แต่แล้วเด็กเล็กๆอายุสักห้าหกขวบก็วิ่งแทรกมาตรงกลาง ทำให้มือทั้งคู่หลุดออกจากกัน
ละออยึดกระเป๋าถือไว้แนบตัว ตามองไปข้างหน้า เห็นปิ่นออกไปยืนรอตรงข้างนอกแล้ว นึกดีใจ ที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะพ้นการเบียดเสียดนี่ไปได้
จากด้านข้าง ใครคนหนึ่งเบียดละออมาอย่างแรง ละออพยายามขืนตัว แต่รองเท้ามีส้นที่เธอสวมอยู่ไม่ได้ให้ความร่วมมือด้วยเลย เธอรู้สึกว่ามันทำให้ง่อนแง่นกว่าเดิม
และ
ในที่สุด กระเป๋าถือใบสวยนั่นก็ไถลออกไปจากมือ พร้อมกับละออที่ล้มอย่างไม่เป็นท่า!!
ละออ! ปิ่นอุทานเสียงดัง คนที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารนั้นหันมามองเป็นตาเดียว ละออรีบลุกขึ้นแม้จะรู้สึกว่าตัวชาไปทั้งแถบเพราะแรงฟาดกับพื้น แต่ด้วยความอาย เธอจึงไม่สามารถอยู่นิ่งๆให้เป็นเป้าสายตาต่อไปได้
เดินไหวไหม เจ็บตรงไหนรึเปล่า ปิ่นถาม ตาสำรวจดูแข้งขาและเนื้อตัวของคนรัก
ละออส่ายหน้า กลั้นน้ำตา พอจะก้าวเดิน ถึงได้รู้ว่ารองเท้าแสนสวยนั้น.. ส้นหักไปข้างหนึ่งเสียแล้ว
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
เป็นอันว่า.. ทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้กลับไปเอาคิวโต๊ะอาหารที่จองไว้ ปิ่นมัวแต่กุลีกุจอไปหาซื้อรองเท้าสำรองมาให้ละออใส่ ขณะที่เจ้าตัวนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆอยู่บนหนึ่งในม้านั่งหลายตัวที่ตั้งไว้เป็นแห่งๆในห้างสรรพสินค้า
โธ่.. ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วยนะ ละออคิด พยายามแต่งตัวจะให้พี่ปิ่นชอบแท้ๆ แต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วยังมาล้มต่อหน้าคนอีก แผนที่จะได้มีเวลาอันหวานชื่นสำหรับเย็นนี้ก็ต้องหยุดชะงักไป
ฮือ
นี่ชาตินี้ ฉันจะไม่มีทางได้ดูเป็นสาวสวยให้แฟนได้ภูมิใจเลยใช่ไหม คิดแล้วก็ปล่อยโฮออกมาอีก โดยไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ซึ่งต่างก็หันมามอง
ครู่ใหญ่ ปิ่นก็กลับมา พร้อมกับถุงกระดาษใบโต ยังไม่ทันพูดอะไร ฝ่ายนั้นก็รีบส่งทิชชูจากกระเป๋าเสื้อให้
ละออรับมาเช็ดน้ำตา เห็นคราบเครื่องสำอางเลอะติดทิชชูมาด้วยก็ยิ่งใจเสีย ไม่อยากจะนึกเลย ว่าตอนนี้สารรูปจะเป็นแบบไหน คงต่างจากตอนที่ออกจากบ้านใหม่ๆโดยสิ้นเชิง
ร้องไห้ก็ดีแล้ว ปิ่นพูดเสียงขรึมๆ
ละออเงยหน้ามองคนพูดด้วยความตกใจ คงจะถูกสมน้ำหน้าสินะ แต่แล้วมือของปิ่นก็จับคางเธอไว้ แล้วเชยขึ้นเพื่อพินิจดูหน้าเล็กๆนั่นโดยถ้วนถี่
น้ำตาจะได้ล้างที่แต่งหน้าไว้ออกซะให้หมด ละออไม่แต่งอะไรน่ะ สวยที่สุดเลยรู้ไหม
ปิ่นสบตาเธอ ไม่ได้มีท่าทางประชดประชันเสียดสีแม้แต่น้อย
ละออเบะหน้า ร้องไห้อีก
อ้าว
ร้องอะไรอีกล่ะ คุณหนู ก็ที่พยายามมาทั้งวันนี่ ไม่ได้อยากให้ชมว่าสวยหรอกหรือ ปิ่นทรุดตัวนั่งบนม้านั่งข้างๆเธอ กุมมือละออไว้แน่น
ไหน.. ว่าไง หรือพี่ชมช้าไป ถึงเป่าปี่ออกมาอีก
ละออส่ายหน้า ฮื่อ
ก็ละออซึ้งที่พี่ปิ่นพูดนี่ ฮื่อ ฮึก ฮึก
เอ้า
พูดไปก็สะอื้นไป ปิ่นมองหน้าแดงช้ำนั้น ทั้งขำทั้งเอ็นดู แล้วก็รู้สึกว่า
รักผู้หญิงที่ไม่มีจริตจะก้านมารยาคนนี้
เหลือเกิน
ไม่เอาน่า.. ทำยังไงถึงจะหยุดร้องเสียที ไม่มีใครว่าอะไรเสียหน่อย
ละออ
ฮือ
ก็อยากสวยบ้างนี่ พี่ปิ่นจะได้ภูมิใจ เพื่อนพี่ปิ่นก็สวยๆทั้งนั้น แล้วชุดนี้ พี่ปิ่นบอกว่าชอบ ละออก็สู้ไปซื้อมา แต่ละออแต่งแบบนี้ก็ไม่สวยอยู่ดี.. ใช่ไหม
ผู้หญิงตัวเล็กๆนั่น ติตัวเองอย่างน้อยใจ
ละออก็
เห็นพี่เป็นคนยังไง พี่ไม่ได้ชอบละออที่รูปร่างหน้าตาภายนอกสักหน่อย แม้ว่า.. ละออเองก็หน้าตาพอไปวัดไปวาตอนเช้ามืดได้ก็เถอะ ปิ่นเย้า ใจจริงก็ยอมรับอยู่ว่าละออนั้นหน้าตาสวยน่ารักไม่แพ้ใครเลย แต่เดี๋ยวละออจะพาลคิดว่าทุกวันนี้ที่ชอบกัน จะเป็นเพราะหน้าตาเท่านั้น และปิ่นเอง ก็รักละออเพราะนิสัยใจคอ.. ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอก
แล้วเพื่อนพี่.. จะสวยเป็นนางฟ้ามาจากไหน เขาก็เป็นแค่เพื่อน ไม่มีใครทำให้พี่รู้สึกได้เหมือนที่พี่รู้สึกกับละออ ส่วนชุดที่ละออใส่วันนี้ พี่คิดว่าสวยจริง และละออก็ใส่สวย พี่ก็ขอขอบคุณละออที่พยายามไปซื้อมาใส่เพื่อให้พี่พอใจ แต่มันไม่ได้มีอิทธิพลทำให้พี่รักละออมากขึ้น เพราะไม่ว่าละออจะสวมอะไร ความรู้สึกที่พี่มีให้ละออก็ยังเหมือนเดิม
ละออมองตาปิ่น ค้นหาดูว่าที่พูดนั้นเป็นความจริง หรือแค่คำปลอบโยน
ละออ.. เข้าใจหน่อยได้ไหม ว่าพี่ชอบละอออย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย
แล้วดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาเมื่อครู่นั้น ก็ค่อยมีประกายแวววาวเหมือนอย่างเคย
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
เอ้า
เปลี่ยนรองเท้าซะ ปิ่นล้วงมือเข้าไปในถุงกระดาษ หยิบกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา เปิดฝาออกก็เห็นรองเท้าผ้าใบสีสวยใหม่เอี่ยม น่ารักเหมาะกับบุคลิกของคนรับ
ใส่สำรองไปก่อนนะ ถูกใจไหม ปิ่นถาม
แทนคำตอบ ละออหยิบรองเท้าส้นเข็มเจ้ากรรมคู่นั้น หย่อนลงถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ห่างนัก แล้วสวมรองเท้าผ้าใบคู่นั้นแทน
รองเท้าผ้าใบ
แบบรองเท้าที่เธอสวมประจำ ไม่เคยเห็นคุณค่าและไม่คิดว่าหรูหราแต่อย่างไร ในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกสบายที่สุด และก้าวเดินคู่ไปกับปิ่นด้วยความมั่นใจกว่าคราวไหน
พี่ปิ่น
ปิ่นหันมามอง เลิกคิ้วนิดๆ
พี่ปิ่นคิดว่าหน้าตาละออพอไปวัดไปวาได้แค่ตอนเช้ามืดน่ะ..ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม เสียงนั้นยังแฝงความกังวลนิดๆ
ปิ่นลอบถอนใจ แหม.. จะเช็คเรตติ้งไปถึงไหนกันแม่คุณ
เปล่า
กลางวันแสกๆพี่ก็พาไปได้
ละออหันหน้าขวับ จริงเหรอ
จริง
ถ้าวันนั้นแถววัดมีสุริยุปราคานะ!
ละออค้อนวงใหญ่แล้วทำท่าจะสะบัดมือหนี ดีว่าปิ่นรีบรั้งเอวไว้เสียก่อน
ถ้ามันมืดจะได้ไม่มีใครเห็นไง เกิดใครต่อใครเห็นว่าละออของพี่สวยแค่ไหน เดี๋ยวพี่ก็ต้องบู๊กับฆราวาสทั้งวัดน่ะสิ
ฝ่ายนั้นยิ้ม แล้วตอบเบาๆ
พี่ปิ่นก็
ละออไม่ได้หลงรูปถึงขนาดจะเชื่อว่าตัวเองสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนั้นหรอก แค่พี่ปิ่นเห็นว่าละออสวยคนเดียว ละออก็พอใจแล้วค่ะ
คิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว แล้วหนหน้า...ไม่ต้องหาวิธีมาพิสูจน์ความสวยของตัวเองกับพี่ด้วยการลงไปวัดพื้นอย่างวันนี้อีกล่ะ
คราวนี้... ละออหัวเราะกิ๊ก
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
|