เรื่องสั้นหญิงรักหญิงเรื่อง : นิรันดร์
เขียนโดย : วิหคบูรพา
ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะสี่เหลียมที่เต็มไปด้วยแสงเจิดจ้าจากโคมไฟที่ส่องลงมา มือข้างขวายังคงตวัดไปมาพร้อมกับดินสอด้วยความบรรจง อย่า..อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าฉันเป็นศิลปินวาดรูป สถาปนิก หรือวิศวกร ความจริงแล้วฉันเป็นดีไซเนอร์ แต่ไม่ใช่ดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่คุณคิดหรอก ฉันออกแบบอัญมณีต่างๆ อย่างพวกแหวน สร้อยคอ ต่างหู อะไรพวกนี้แหละ ฉันทำงานให้กับบริษัทแห่งนี้มานานหลายปีแล้ว และฉันก็พอใจกับตัวงาน และเม็ดเงินที่ฉันได้รับจากที่นี่เพราะมันสมน้ำสมเนื้อกันแล้ว คนที่นี่จะเรียกฉันว่า "พี่ซี" หรือ"ซีดีไซน์" ทุกคนที่นี่เป็นมิตรที่ดีกับฉัน อาจจะเป็นเพราะฉันมีนิสัยส่วนตัวที่ร่าเริงเป็นมิตรกับทุกคนและไม่เคยสนใจเรื่องส่วนตัวของใคร แต่ไม่มีใครที่นี่รู้หรอกว่าภายใต้ความร่าเริงนั้นมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนไว้ภายใน และซ่อนอยู่มานานแล้ว
เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อ 8 ปี ที่แล้ว หลังจากที่ฉันเรียนจบบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง คุณคงสงสัยใช่ไหมว่าฉันจบบริหารแล้วมาทำงานอย่างนี้ได้ยังไง เมื่อฉันเรียนจบใหม่ๆ ฉันก็
ง่วนอยู่กับการหางานทำเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดฉันไม่สามารถหางานทำได้เลย อาจจะเป็นเพราะว่าฉันไม่มีประสพการณ์การทำงานเลยหรือไม่ก็บุคคลิกของฉันอาจไม่ต้องตานายจ้างมั้ง ทำให้ฉันต้องไขว่คว้าหาทางให้อยู่รอดในที่สุดฉันก็หางานทำได้ เป็นงานวิจัยตลาด ซึ่งทางบริษัทจะจ้าง เป็นรายวัน ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรทำเลย และที่นี่เองที่ทำให้ฉันพบกับสาวน้อยคนหนึ่ง "อุ้ม" เป็นสาวน้อยที่ร่าเริงสดใสพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ดวงตาที่กลมโตเป็นประกายบ่งบอกว่าเธอไม่เคยคิดร้ายกับใคร เธอเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่สามารถหางานประจำทำได้จึงต้องมาที่นี่ ด้วยนิสัยและความชอบหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน จึงทำให้เราสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเรามักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เรียกว่าเจอซีที่ไหนต้องเจออุ้ม ที่นั่น จนทำให้ทุกคนคิดว่าเราเป็นมากกว่าเพื่อนธรรมดาทั่วไป แต่เราไม่ได้ใส่ใจกับความคิดของใครๆทั้งนั้น อุ้มมักจะบอกกับฉันเสมอว่า "อุ้มไม่สนใจคนอื่นหรอก อุ้มมีความสุขเวลาที่อยู่กับซี ไม่ว่าระเป็นที่ไหน เมื่อไร อุ้มจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเสมอ" และนี่ก็เป็นประโยคที่ฉันมักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ และมันก็เป็นประโยคที่ทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ ตลอดมา แต่ก็นั่นแหละไม่มีความสุขและความทุกข์ใดจะอยู่กับเราตลอดไปหรอก
อุ้มได้งานประจำที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อแห่งหนึ่ง โดยคำแนะนำของพี่ๆ ที่บริษัท ส่วนฉันยังคงทำงานรับจ้างรายวันอยู่ที่เดิม คุณคงคิดว่าเราจะห่างกันจากตรงนี้ใช่ไหม เปล่าเลย เรายังคงไปมาหาสู่กันเช่นเคย ความสนิทสนม และความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เปลี่ยนไปแม้สักนิด หากแต่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เธอมักจะขวนขวายหาสิ่งดีๆ มาให้ฉันอยู่เสมอ เธอแนะนำให้ฉันเรียนคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมระหว่างที่ยังหางานประจำทำไม่ได้ และฉันก็ตัดสินใจเรียน โปรแกรมมัลติมีเดีย โดยเธอเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเรียนให้กับฉันทั้งหมด ฉันเองกลับไม่มีความสามารถที่จะหางานประจำทำได้เลย แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ยังเป็นไปด้วยดีมาตลอด
จนกระทั่งจุดเปลี่ยนของชีวิตเราเริ่มมาถึง เมื่อพ่อแม่ของอุ้มทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา จึงทำให้เธอมีปากเสียงกับที่บ้านอย่างรุนแรง และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจออกจากบ้านโดยมาอยู่กับฉัน แต่นี่นับเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างเราสองคน เพราะยิ่งเราใกล้ชิดกันเท่าไร ก็เหมือนเราได้แยกห่างจากกันมากขึ้นทุกขณะ ด้วยความที่ฉันไม่เอาไหน รักสนุก ชอบเที่ยวไปเรื่อยๆ โดยไม่กระตือรือร้นที่จะหางานประจำทำ ความเป็นอยู่ของเราเริ่มลำบากขึ้นเรื่อยๆ เรามักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ประกอบกับที่ทำงานที่ดีพร้อมของเธอ ย่อมจะต้องมีคนที่ดีพร้อมอยู่เสมอ และเธอเองก็เป็นคนน่ารัก และแสนดีย่อมจะต้องมีคนต้องการเป็นธรรมดา จึงทำให้มีบุคคลที่สามเข้ามาขั้นกลางระหว่างเรา และเธอก็เลือกเขา แต่เรื่องทั้งหมดไม่ได้จบลงแค่นี้ ก่อนที่ฉันจะจากเธอมาเธอได้พูดกับฉันอย่างอ้อนวอนว่า "อุ้มอยากเห็นซีได้ดี อยากเห็นซีมีความสุข มีอนาคตที่ดี ซีทำให้อุ้มเห็นหน่อยได้ไหม" แต่ในวินาทีนั้นฉันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ฉันจากเธอมาหาที่อยู่ใหม่ แต่ส่วนเธอก็กลับไปอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของเธอ และยังคงคบกับคนที่ดีพร้อมคนนั้นต่อไป
ฉันใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมายิ่งกว่าเดิมอีก ออกเที่ยวทุกคืน ไม่สนใจจะทำงาน ไม่สนใจสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น และตอนนี้นี่เองฉันก็ได้เจอกับ ต๋อ หนุ่มน้อยหน้าตาดีคนหนึ่ง อ๊ะ..อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะเป็นอะไรกันนะ ต๋อเป็นเกย์ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราเข้าใจกันได้อย่างดี เราจึงเป็นเพื่อนที่เที่ยวด้วยกันเสมอ เขามีเรื่องอะไรก็มักจะระบายให้ฉันฟังตลอด และฉันเองก็เหมือนกัน ฉันรักเขามากเหมือนกับน้องชายคนหนึ่งเลยทีเดียวและตัวเขาเองก็คงเช่นกัน ต๋อมีแฟนแล้วเป็นหนุ่มชาวสวีเดนเขาสองคนดูรักกันมาก ฉันเองก็มักจะได้เจอกับหนุ่มคนนั้นอยู่บ่อยๆ จนฉันเองก็อดอิจฉาในความรักของเขาสองคนไม่ได้
วันหนึ่งอุ้มมาหาฉันที่ผับที่ฉันเที่ยวอยู่ประจำ เธอมาหาฉันเพื่อขอร้องให้ฉันเลิกทำตัวแบบนี้ เธอมาขอร้องให้ฉันไปสมัครงานซึ่งเธอจะพาไป แต่ในเวลานั้นฉันไม่เคยสนใจในความหวังดีของเธอเลย เพราะฉันยังเจ็บปวดเกินกว่าที่จะรับรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ฉันไม่เคยใส่ใจในคำขอร้องและไม่สนใจในการกระทำใดๆ ทั้งสิ้นของเธอ เธอไม่เคยละความพยายามที่จะทำให้ฉันเปลี่ยนใจ เธอยังคงมาหาฉันอยู่เสมอ จนในที่สุดคนที่ดีพร้อมและเหมาะกับเธอทนไม่ได้และจากไป แต่ฉันไม่ได้สนใจเธอเลย
ฉันยังคงคบกับต๋อ และต๋อเองก็บอกฉันเหมือนกันว่าให้ทำตามที่อุ้มขอร้อง เผื่อว่าชีวิตของฉันจะดีขึ้น แต่ฉันไม่ยอม พักหลังนี้ฉันไม่ค่อยได้เจอกับแฟนของต๋อเลย ฉันจึงเกิดความสงสัยและถามไป ต๋อตอบว่า "มันไปมีแฟนใหม่แล้ว เป็นอย่างนี้แหละคนเพศที่สามอย่างเราไม่มีความรักที่ถาวรหรอกครับพี่" และแล้วสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น ต๋อตัดสินใจจากฉันไปในที่สุด เขาจบชีวิตของตัวเองลงด้วยการกินยานอนหลับ ทิ้งไว้เพียงกระดาษแผ่นเดียวให้กับฉัน
พี่ซีที่รัก
ความรักที่แท้จริงเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ แต่ต๋อไม่เคยเจอ และคงไม่มีโอกาสได้เจอ พี่ซีโชคดีมากแล้วที่มีคนรักพี่อย่างแท้จริง จงพึงรักษาความรักนั้นไว้ให้ดีเถอะ ต๋อทนอยู่ไม่ได้โดยไม่มีเขา พี่ซีจ๋า ต๋อรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน ต๋อไม่อยากที่จะสู้อีกต่อไปแล้ว อย่าโกรธต๋อเลยที่ต๋อทำอย่างนี้ ลาก่อนพี่ซี พี่สาวที่แสนดีของต๋อ พยายามทำตัวเองให้ดีให้ได้นะ
รัก
ต๋อ
นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้รับจากน้องชายและเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ชีวิตฉันเริ่มเคว้งคว้างอีกครั้ง ฉันจึงได้กลับมาคิดอีกครั้งว่าฉันไม่ควรทำให้คนที่ฉันรักทั้งสองคนผิดหวัง ฉันตัดสินใจกลับไปหาอุ้ม และเธอก็พาฉันไปฝากทำงานที่บริษัทจิวเวลรี่แห่งหนึ่งซึ่งตอนนั้นฉันดูแลเรื่องบัญชี และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของฉันกับงานจิวเวลรี่ สำหรับอุ้มเธอเริ่มศึกษาต่อระดับปริญญาโทตามที่เธอฝันไว้ ชีวิตฉันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และเธอเองก็เช่นกัน ฉันเริ่มค้นพบตัวเองเมื่อฉันได้รู้จักกับพี่ที่เป็นดีไซเนอร์ ให้กับบริษัท ฉันมักจะใช้เวลาที่ว่างช่วยพี่คนนี้ออกแบบเครื่องประดับเสมอ และฉันก็ทำได้ดีซะด้วย นี่เป็นเหตุที่ทำให้ฉันต้องตัดสินใจไปเรียนดีไซน์อัญมณี ตามคำแนะนำของพี่คนนี้ อุ้มเองก็เห็นด้วย เรายังคงคบกันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่เสมอ ด้วยความที่เรามีจิตใจที่ผูกพันธ์กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และในที่สุดเราก็เป็นเหมือนเดิม แต่นี่มันคือจุดกำเนิดของความทุกข์ กับสิ่งเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้น กับพ่อแม่พี่น้องและบุคคลในสังคม อุ้มบอกว่า "อุ้มรักซีมากไม่อยากเสียซีไปเลย แต่อุ้มก็รักพ่อแม่และน้องๆของอุ้มเหมือนกัน ซีจ๋าอุ้มไม่รู้จะทำยังไงดี" และนี่ก็เป็นคำพูดสุดท้ายที่อุ้มได้พูดกับฉัน เราตัดสินใจเลิกติดต่อกันในที่สุด เพราะเราเคยทำผิดพลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว และเพื่อความสบายใจของคนที่รักเธอมากที่สุด
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาฉันไม่เคยติดต่อกับอุ้มอีกเลย แต่ฉันยังคงรู้ถึงความเป็นไปต่างๆ ของเธอเสมอ อุ้มเรียนจบปริญญาโทตามที่เธอเคยใฝ่ฝันไว้ และเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่เธอเคยทำงานอยู่ เธอยังคงเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และเป็นพี่สาวที่ดีของน้องๆ ของเธอ ชีวิตของเธอปกติสุขทุกอย่าง ยกเว้นแต่เพียงเรื่องการมีครอบครัว เธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลย จนทำให้เธอมีฉายาว่า แม่ชี เธอเคยหมั้น แต่ไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น เพราะตัวเธอเองเป็นคนถอนหมั้น หลายคนคิดว่าเธอยังคงรอคอยการกลับมาของฉัน แต่คนเหล่านั้นไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคิดผิด เธอไม่ได้รอคอยการกลับมาของฉัน เราไม่ได้รอคอยการกลับมาของกันและกัน ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงนอกจากเราสองคน ฉันเองก็ไม่เคยคิดที่จะรับใครเข้ามาทดแทนเธอ เพราะฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีที่ว่างสำหรับใครแล้ว ฉันมีเธออยู่เต็มหัวใจ เราไม่ได้รอคอยการกลับมาของกันและกัน เพราะเรารักกันมากเกินกว่าที่จะทำลายสิ่งที่ดีงามระหว่างเราด้วยการเห็นแก่ตัวกลับมาอยู่ด้วยกัน อีกอย่างเราไม่เคยพรากจากกันเลย เรายังคงอยู่ด้วยกัน อยู่ในใจของเราสองคน อยู่อย่างมีความสุข และจะอยู่ชั่วนิรันดร์ เราสองคนได้เรียนรู้แล้วว่า ความรักที่มีความสุขคือความรักที่ไม่หวังครอบครอง ความรักที่แท้จริงคือการแบ่งปันความรักให้กับคนรอบๆ ข้าง เราจะมีความสุขมากกว่าเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข "ฉันรักเธอเสมออุ้มและจะรักเธอตลอดไป"
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
|