นวนิยายหญิงรักหญิงเรื่อง : ถ้าเพียงแต่... ตอนที่ 3
เขียนโดย : yada
อ่านตอนที่ -->
1 |
2 |
3 |
4 |
21.30 hrs.
สายน้ำแห่งกาลเวลาไหลไปเอื่อยๆ เข็มนาฬิกาหมุนไปรอบแล้วรอบเล่า ผู้คนเดินเข้าเดินออกร้านกันมากหน้าหลายตา มีทั้งมาเดี่ยวๆ มีทั้งมาเป็นคู่ หรือบางทีก็มาเป็นแก๊งเลยทีเดียว
อนิศยืนมองต้อมและน้องๆอีกสองสามคนจัดมุมโปรโมชั่นเงียบๆ มองผ่านกระจกใสเลยออกไปยังสายฝนด้านนอกร้าน ฝนเม็ดโตๆรินหลั่งมาไม่ขาดสาย หญิงสาวหันไปมองนอกร้านบ่อยขึ้นๆ จนต้อมหันไปมองตาม พลางเอ่ยปาก
" ฝนท่าทางจะตกอีกนานล่ะ ดึกป่านนี้แล้วแต่ลูกค้ายังเต็มร้านเลยนะครับพี่นิศ "
หญิงสาวหันไปมองรอบๆร้าน จริงอย่างที่ต้อมว่า เวลานี้ถ้าเป็นวันที่ฝนไม่ตกคนในร้านหนังสือเล็กๆของเธอจะบางตาลงไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ลูกค้ายังแน่นร้านอยู่เลย
" ลูกค้าเค้าคงจะอาศัยหลบฝนด้วยน่ะต้อม ถ้าสี่ทุ่มแล้วฝนยังไม่หยุด ต้อมกับน้องๆก็เคลียร์ยอดแล้วกลับกันก่อนก็ได้นะจ๊ะ พี่จะรอให้ฝนซาแล้วค่อยปิดร้านละกัน "
ต้อมรับปากรับคำแล้วหันไปง่วนอยู่กับการจัด Window Display ที่ต้องโชว์หน้าร้านอย่างขะมักเขม้น
หญิงสาวหันไปมองนอกร้านอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ล่ะ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าการที่เธอตั้งใจจะปิดร้านช้านั้นเพื่อให้ลูกค้าหลบฝน หรือว่าเป็นเหตุผลอื่น
ตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวเป็นแพ รับกับจมูกโด่งที่ปลายรั้นนิดๆ พวงแก้มระเรื่อ เรียวปากสีชมพูอิ่มเต็มอย่างนั้นน่ะเอง ที่ทำให้อนิศเฝ้าแต่ฝันถึงเธออยู่อย่างนี้
วันแรกที่ได้พบ หญิงสาวคิดแต่เพียงว่า คนขี้อายอย่างเธอคงไม่มีปัญญาเข้าไปทำความรู้จักกับสาวสวยจับตาคนนั้นแน่ๆ
แต่พอได้พบกันเป็นครั้งที่สอง อนิศก็คิดเข้าข้างตัวเอง ว่าฟ้าคงดลใจให้เธอมาที่ร้าน และถ้าเพียงแต่ฟ้าจะใจดีส่งคุณเมี่ยงมาให้อนิศจริงๆละก็ วันนี้เธอจะต้องมา มาอย่างที่เธอเอ่ยปากตอนจากกันเมื่อวานนี้
ถ้าเพียงแต่. .. ฟ้าจะใจดี
อนิศจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานเท่าไรไม่รู้ได้ ลูกค้าค่อยๆทยอยมาจ่ายค่าหนังสือทีละรายสองราย ต้อมเองก็เอาหนังสือชุดนั้นมาฝากและน้องๆมาลากลับบ้าน ผู้คนในร้านมากมายเมื่อครู่ค่อยๆลดลงๆทุกที ... จนกระทั่ง
ชายหญิงคู่หนึ่งเกี่ยวก้อยกันเดินพ้นประตูออกไปเป็นชุดสุดท้ายของร้าน หญิงสาวพลิกข้อมือดูเวลา หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลา สี่ทุ่มสี่สิบห้า
เธอคนนั้นคงจะลืมร้านหนังสือเล็กๆนี้แล้วกระมัง
************************************
แสงสีส้มเรืองรองค่อยๆทาบทาเส้นขอบฟ้า ปลุกหลากหลายชีวิตในเมืองใหญ่ให้ตื่นฟื้น เสียงนกเล็กๆ เจื้อยแจ้วที่ฟังดูแล้วน่าจะขัดกับเสียงยวดยานพาหนะในเมืองกรุงนั้น กลับกลายเป็นเสียงที่น่าฟังไม่น้อยเลย
หญิงสาววิ่งเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอบนทางเดินที่ทางสวนสาธารณะจัดไว้ให้ อากาศยามเช้าเย็นสบายจนเธอหลงไหลไปกับบรรยากาศรอบตัว บางคนก็วิ่ง บางคนก็เดิน บางคนก็รำมวยจีน หรือที่เราเรียกว่า " ไทเก๊ก " และหนึ่งในนั้นก็มีมารดาของเธอรวมอยู่ด้วย หญิงสาวโบกมือให้มารดา ก่อนจะยืนรอให้เธอเดินมาสบทบด้วย
" นิศ วันนี้ไปที่ร้านหรือเปล่าลูก
แม่ว่าจะวานไปทำธุระให้หน่อยน่ะจ้ะ " มารดาถามหญิงสาวหลังจากที่เข้ามานั่งอยู่ในรถเรียบร้อยกันแล้ว
อนิศหยุดมือที่ใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อนิ่งคิดอยู่เพียงชั่วครู่
ก่อนจะตอบมารดาเสียงนุ่ม " ว่างค่ะแม่
แม่จะให้นิศไปไหนละคะ " หญิงสาวพูดพลางขับรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง
" อ้อ
ตอนสายๆแม่กับพ่อว่าจะไปเยี่ยมลูกสาวเพื่อนที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯน่ะลูก
แต่เผอิญพ่อพึ่งโทรมาเมื่อกี๊ว่าโรงงานที่สระบุรีมีปัญหา
นิศไปให้แม่หน่อยละกัน "
" ได้ค่ะแม่
เดี๋ยวนิศกลับบ้านอาบน้ำแล้วออกไปให้แม่เลยก็ได้ค่ะ
เอ๊ะ แม่กับพ่อจะแอบไปฮันนีมูนกันหรือเปล่าคะเนี่ย " พูดยังไม่ทันขาดคำอนิศก็ต้องเบี่ยงศีรษะหลบมือมารดา ที่เอาแต่หัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ
" แซวแม่อีกแล้วนะนิศ
พ่อกับแม่แก่แล้วจ้ะ
อย่าไปพูดให้ใครได้ยินนะ อายเค้าตายเลย " มารดาพูดพลาง ยิ้มพลางอย่างคนอารมณ์ดี
" เอาล่ะค่ะ ไม่แซวแล้วค่ะแม่
ว่าแต่ลูกสาวเพื่อนแม่เนี่ย เค้าเป็นอะไรนะคะ "
************************************
เพราะที่พักอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะมากจนอนิศใช้เวลาขับรถแค่สิบนาทีก็เข้ามาจอดในลานจอดรถเรียบร้อย มารดาจึงยังไม่ได้ตอบว่ากระไร จนเมื่อออกมาจากรถกอดคอกันกับลูกสาวคนเก่งแล้วน่ะแหละ ผู้เป็นมารดาจึงเอื้อนเอ่ย
" เห็นว่าอุบัติเหตุรถชนน่ะลูก
เมื่อวานนี่เอง
เห็นบอกว่ารถชนแถวๆซอยสุขุมวิท 24 นะจ้ะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง "
ผู้เป็นมารดาเล่าเรื่อยๆขณะทีลิฟท์พาทั้งสองเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสิบเก้าของอาคารชุด ก่อนจะหยุดยืนหน้าห้องพัก
เหรอคะ .... แถวๆที่ร้านนิศเลยนี่นา งั้นดีเลย นิศแวะไปร้านด้วยดีไม๊คะแม่ หญิงสาวชวนมารดาคุยระหว่างที่ค้นหาการ์ดในกระเป๋าสะพายใบย่อม บางที .... วันนี้เธอคนนั้นอาจจะมาก็ได้ ......
ดีแล้วลูก ... เอ ... เด็กคนนี้นิศก็เคยเจอนี่ลูกตอนยังเล็กๆกันน่ะ ... ชื่ออะไรน้า .. แม่นึกไม่ออก ... รู้แต่ว่าตาโตๆ
ผู้เป็นมารดานิ่งคิดอยู่เป็นครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเขินๆ สงสัยแม่จะแก่ซะแล้วละมั้งลูก ... แม่จำไม่ได้จริงๆ
อนิศหันมายิ้มกับมารดาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ย ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวแม่ก็นึกออกเองละค่ะ แม่ของนิศยังไม่แก่ซะหน่อยนะคะ หรือว่าเข้าบ้านแล้วโทรถามเพื่อนแม่ก็ได้ค่ะ มาค่ะแม่ พ่อรอทานข้าวแล้วล่ะ พูดจบหญิงสาวก็จูงแขนมารดาผ่านบานประตูไม้เนื้อหนาเข้าบ้าน อย่างร่าเริง พลางคิดอย่างมีความหวัง
บางที .... วันนี้เธอคงจะมา .......
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
อ่านตอนที่ -->
1 |
2 |
3 |
4 |
|