เรื่องสั้นหญิงรักหญิงเรื่อง : รักของอิ่มฝัน กับ พรรณไม้
เขียนโดย : suki
วันที่อิ่มฝันก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เงียบเหงาของฉัน คืนนั้น
ฝนตก
ฟ้าคะนองแบบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ฉันทั้งตกใจและแปลกใจระคนกัน ตอนที่เปิดประตูห้องออกไปพบร่างที่เปียกปอน หนาวสั่น ปากคอซีดขาว
อ้าว..อิ่ม!
มาได้ไงนี่!
ถามไปแล้วก็นึกอยากจะตบปากตัวเอง หลุดปากออกไปได้ไง ถ้ามาไม่ได้คงไม่มายืนตรงนี้ซินะ ท่าทางอิดโรย ตาบวมแดงออกอย่างนั้น มันต้องมีสาเหตุซิ แล้วที่ฝ่าพายุฝนมาแบบนี้ คงไม่มีใครคิดอุตริทำซึ้ง เป็นนางเอ๊ก..นางเอก
เที่ยวเดินตากฝนเล่นหรอกนะ
เอ้านี่ผ้าเช็ดตัว..เสื้อผ้า..คงใช้ของพี่ได้นะ..แล้วก็สระผมด้วยนะ จะได้ไม่เป็นหวัด
ฉันบอกไล่หลังเธอก่อนเข้าห้องน้ำ
ทานไรมารึยังหว่า?.. ไวเท่าความคิด ฉันจัดการคว้าอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เพียงแค่เทใส่หม้อ เติมน้ำร้อน คนๆๆ ไม่ถึง 5 นาที ก็ได้โจ้กกุ้งส่งกลิ่นหอมฉุย นึกขอบคุณเจ้าของผลิตภัณฑ์หัวใส ที่ช่วยทำให้ชีวิตโสดของฉันง่ายขึ้น
เดี๋ยวทำไข่ดาวอีกฟองดีกว่า ฉันคิดชั่วอึดใจเดียว อาหารจานด่วนของฉันก็เรียบร้อยพร้อมเสริฟ
ท่าทางเศร้าสร้อย ฉายแววทุกข์ใจของอิ่มฝัน ทำให้ฉันไม่กล้าถามอะไรเธอมากนัก ทั้งที่กระวนกระวายใจ ใคร่รู้ ว่าไปไงมาไง เธอถึงได้เปียกฝนมะล่อกมะแล่กมาเคาะประตูห้องของฉันดึกๆ ดื่นๆแบบนี้
เมื่อเธอเรียบร้อยกับเมนูยอดฮิตของฉันแล้ว ฉันก็บอกเธอว่า คืนนี้ พักผ่อนให้สบายนะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
อีกหละ
เจ้าปากไม่สามัคคีกับหัวสมองของฉัน ชอบขัดใจกันอยู่เรื่อยเชียว สภาพของเธอขณะนี้ จะให้พักผ่อนหลับสบายไงไหว ถ้าคืนนี้เธอสามารถข่มตาให้หลับลงได้ คงเป็นเพราะความอ่อนเพลีย ไม่ใช่ทำตามคำพูดของฉันหรอก
ฉันยกที่นอนของฉันให้เธอ บริเวณที่ว่างแถวหน้าทีวี จึงกลายเป็นสนามให้ฉันนอนคิดอะไรไปต่างๆนานา
อิ่มฝันเป็นเด็กฝึกงานจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อแห่งหนึ่ง เข้ามาฝึกงานบัญชีบริษัท อีกไม่กี่เดือนก็จะจบเป็นบัณฑิตน้องใหม่ เธอเป็นลูกสาวคนโต พ่อแม่ทำนา ไม่มีญาติพี่น้องที่กรุงเทพ เธอ จึงเข้ามาอยู่หอพักกับเพื่อนๆที่มาจากจังหวัดเดียวกัน เท่านั้นเองกับข้อมูลที่ฉันรู้ในฐานะพี่เลี้ยง ที่คอยสอนงานให้
นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานที่บัญชีทุกคนต้องมีแล้ว อิ่มฝันยังจดจำรายละเอียดปลีกย่อยถึงนิสัยใจคอของพี่เลี้ยงอย่างฉัน รวมทั้งคนอื่นๆ ในที่ทำงานด้วย อะไรที่ชอบรึไม่ชอบ ทำให้ฉันแอบชื่นชมเธออยู่เงียบๆ อดไม่ได้ที่จะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเธอประจำ
ระวังน๊า..น้องอิ่ม อยู่ใกล้น้องพรรณ
ระวังเรื่องอะไรคะ
ก็เขาลือกั๊น..ว่าน้องพรรณหนะ
แกเป็นเลสเบี้ยน ชอบผู้หญิงด้วยกันซิจ๊ะ
เห็นทำดีกับน้องอิ่มขนาดนี้ พี่ละกลั๊ว..กลัว..จะโดนเลี้ยงต้อย
เสียงหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจอย่างนั้น จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากยัยแม่บ้านปากมาก ที่วันๆ ไม่ค่อยทำหน้าที่ของตัวเองสักเท่าไหร่ นอกเสียจากใช้วิทยายุทธรู้หลบเป็นปลีกรู้หลีกเป็นหาง นี่คงไม่รู้ซิ ว่าฉันอยู่ในห้องน้ำ
อิ่มก็เห็นพี่พรรณ เขาทำดีกับทุกคนนี่คะ
แต่พี่รู้สึกว่าจะเป็นพิเศษกับน้องอิ่มหน๊ะ
ไม่ใช่หรอกค่ะพี่สมใจ พี่พรรณเค้าก็ดูแลอิ่มในฐานะพี่เลี้ยงมังคะ
นั่นหละๆๆๆ ระวังตัวด้วยก็ดี ไม่ใช่อะไรหรอกค๊า พี่หนะเป็นห่วงแล้วก็หวังดีกับน้องอิ่มหรอกนะ
โถ
คนเรา จะหวังดีอะไรขนาดนั้น คนเขาอุตส่าห์มองคนในแง่ดี ยังจะพยายามชี้ชวนให้เขามองเป็นร้ายตามตัวเองไปด้วย
แต่เอ๊ะ!..รึว่าจะจริงเหมือนยัยแม่บ้านพูด
ไม่น่าใช่นะ
ฉันแค่รู้สึกวูบๆวาบๆ ลืมตัวหยุดหายใจนิดนึง เวลาที่ได้อยู่ใกล้สาวๆ สวยๆ เท่านั้นเอง
ก็ใครบ้างล่ะที่ไม่มีอาการยังงี้เวลาอยู่ใกล้คนสวยอ่ะ
ไม่เห็นจะเป็นเหมือนยัยแม่บ้านพูดสักกะหน่อย..เน๊อะ
ฉันสะบัดหัว ขับไล่ความคิดที่มันไม่เข้าท่าเข้าทางให้อยู่กับร่องกับรอยเหมือนเดิม รู้สึกคอแห้ง อยากจะดื่มน้ำขึ้นมา จรดปลายเท้าค่อยๆ ก้าว ด้วยกลัวว่า ความที่เป็นคนเรียบร้อยเหมือนผ้ายัดไว้ของฉัน จะเผลอเรอไปเตะอะไรต่อมิอะไรที่ใครเอามาวางไม่เป็นที่เป็นทางเข้าให้ ต่อให้มีแสงนวลจากโคมไฟที่หัวเตียงก็เหอะ อดไม่ได้ที่จะมองไปดูร่างเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนั้นอย่างเป็นห่วง ตัดสินใจไม่ถามถึงสาเหตุที่เธอแวะมาหาฉันคืนนี้ดีกว่า
บางทีคนเราก็มีเรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ก็ได้นี่นา ดีแล้วหละที่เธอมาที่นี่ ไม่เตลิดไปที่อื่น..
เอ๊ะ!
คิดได้ไง..พรรณไม้
สายแล้ว อิ่มฝันยังไม่ลุกจากเตียงเลย อดไม่ได้อีกนั่นแหละที่จะเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ ร่างที่นอนตะแคงหันหลังนั้นสั่นน้อยๆ พร้อมกับเสียงกระซิกที่ลอดออกมาพอได้ยิน
อิ่ม..เป็นอะไรรึป่าวจ๊ะ?.. ฉันถามพร้อมกับนั่งลงที่ข้างตัวเธอ
พี่พรรณขา
ช่วยอิ่มด้วย อิ่มท้องค่ะพี่พรรณ เธอตอบ เสียงขาดเป็นห้วงๆ
อิ่มท้องเหรอ!
ฉันอุทาน นึกไม่ถึงกับเรื่องที่เธอกำลังบอกฉันเป็นไปได้อย่างไรกัน ฉันไม่เคยเห็นเธอเกาะแกะกับผู้ชายคนไหนเลยนี่นา แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้
ฉันพยักหน้าหงึกหงั่ก ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธออย่างเห็นใจ เรื่องที่เธอเล่าจะเป็นเรื่องจริงหรือจะเป็นแค่ปั้นน้ำ ฉันไม่ได้ติดใจหรอก เป็นห่วงก็แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เท่านั้น เธอจะทำอย่างไร? เมื่อผู้ที่มีส่วนร่วมกับปัญหานี้มันไม่ยอมรับผิดชอบ พ่อแม่ของอิ่มฝันจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารู้ความจริงเกี่ยวกับลูกสาวของตัวเอง อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบเพื่อหวังจะให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดี ความที่มัวแต่นึกถึงเรื่องอนาคตของอิ่มฝัน เลยทำให้ฉันมองข้ามสำนึกผิดชอบชั่วดีของสัญชาติญาณความเป็นแม่ไป ฉันตัดสินใจทำตามที่เธอขอร้อง ช่วงเวลาที่รอหมอทำคลอดก่อนกำหนดให้เธอนั้น เป็นช่วงเวลาที่ฉันต้องต่อสู้กับความรู้สึกฟ้องผิดตัวเองอย่างมาก ใครๆก็รักชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าใครสมควรมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
แต่ถ้าเด็กเกิดมาในสภาพที่ไม่พร้อมล่ะ? จะไม่เป็นการเพิ่มปัญหาให้กับสังคมเหรอ
ในความรู้สึกของฉัน อิ่มฝันหายเข้าไปในห้องนั้น
นานชั่วกัปชั่วกัลป์
ทำไมถึงนานอย่างนี้นะ
แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีของฉัน ฉับพลันก็อันตรธานหายไปสิ้นเมื่อประตูห้องนั้นเปิดออก ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก หมดห่วง เมื่อเห็นเธอโผเผออกมา ใบหน้าซีดเผือด ยามนี้ ฉันไม่ต้องการถามไถ่หรือทำอะไรให้เป็นที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอ บางทีการนิ่งเสียตำลึงทอง ก็อาจเป็นการกระทำที่เหมาะกับกาละเทสะ โดยไม่ต้องมีใครบอกรึมาสอน
หมู่นี้ ดูคุณพรรณอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะ ผมให้งานน้อยไปรึป่าว? หัวหน้าถามขึ้นขณะดูงานจากแฟ้มที่ฉันส่งให้
เปล่านี่คะหัวหน้า ฉันตอบ อดยิ้มไม่ได้กับคำถามนั้น นี่หละสไตล์การชมลูกน้องของหัวหน้าฉัน
อยากได้คนมาช่วยเก็บเอกสารไหม?
ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้า พรรณยังไหว
ไหวแน่นะ?
ค่ะ! ฉันยืนยัน
ดีหละ..งานเยอะขึ้น คุณภาพงานต้องเยอะตามด้วยนะ
ค่ะ ฉันรับปากหนักแน่น
ไว้สิ้นปี ค่อยเอารางวัล
ฉันฮำเพลงเบาๆ ออกมาจากห้องผู้จัดการอย่างมีความสุข ไม่ใช่เพราะคำพูดสุดท้ายของผู้จัดการ ฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าอะไรทำให้หัวใจฉันร่าเริงได้ขนาดนี้ ยินดีรับทำงานหนักๆได้โดยไม่เอะอะโวยวายเหมือนเมื่อก่อน
เวลาไม่กี่เดือนที่อิ่มฝันย้ายเข้ามาอยู่ร่วมห้องกับฉัน อะไรที่ไม่เข้าที่เข้าทางก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทุกวันนี้ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารสำเร็จรูปอีกต่อไปแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไปเตะอะไรต่อมิอะไรเข้าอีก
ชีวิตที่มีคนคอยดูแล มันดีแบบนี้นี่เอง
อ่ะจ๊าก..า
!
ฉันสะดุ้งโหย๋ง กับความรู้สึกแปลกๆ ที่แอบลักลอบเข้ามาจู่โจมใจฉันอย่างเงียบเชียบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ทำไงได้ล่ะ
ที่หัวหน้าพูด มันคงจะจริงอ่ะนะ
ฉันยอมรับอย่างไม่อายว่า ฉันแอบสุขใจเล็กๆ ทุกครั้งที่เห็นอิ่มฝันเข้าครัวด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ไม่แพ้แม่ครัวผู้ชำนาญการทั้งหลาย ทำนั่นทำนี่ให้ฉันทาน บางทีทำเสร็จแล้วก็มานั่งจดๆจ้องๆ เดากันว่ามันชื่ออะไร ทานเข้าไปแล้วจะอร่อยไหม?
ฉันแทบหยุดหายใจด้วยความเป็นห่วงอิ่มฝัน ที่วันนั้น ฉันทำข้าวผัดแหนมให้เธอทาน แต่ไม่รู้ว่าฉันใส่อะไรลงไปบ้าง ตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ หน้าตารึก็สวยงามน่าทาน แต่พอทานเข้าไปนี่ซิ อิ่มฝันท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล นึกขึ้นมาทีไรก็โกรธตัวเองไม่หาย ทานก็ทานด้วยกัน แต่เวลาท้องเสียทำไมอิ่มฝันท้องเสียคนเดียวก็ไม่รู้
ปกติฉันจะเป็นคนที่กลัวเข็มฉีดยามากที่สุด จนเป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูง แต่วันนั้น ฉันกลับอยากจะให้หมอจิ้มเข็มน้ำเกลือให้ฉันแทน ไม่อยากเห็นเธอเจ็บเลย ความรู้สึกแปลกๆ ที่ฉันแอบมีต่ออิ่มฝันแบบนี้ ค่อยเก็บเล็กผสมน้อย จนงอกงามขึ้นมาเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้รู้ตัว ฉันกลัวเหลือเกินว่า ความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าพี่สาวน้องสาว จะทำให้ฉันต้องเสียเธอไป อีกอย่างพ่อแม่ของเธอก็ฝากฝังฉันให้ช่วยดูแลเธอด้วย
เฮ้อ..ย..งานนี้ไม่สนุกเลย แต่ฉันเต็มใจนะ
บางทีอิ่มฝันก็ทำให้หัวใจฉันกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวา ด้วยการสวมกอดฉันแนบแน่น หอมฉันฟอดใหญ่ กระซิบขอบคุณที่หู เวลาที่เธออยากจะขอบคุณอะไรฉันสักอย่าง
อิ่ม
ไม่รู้เหรอว่า
ทำแบบนั้น หัวใจพี่พรรณจะวายเอาเสียให้ได้นะ
ขอบอกๆ
ฉันเฝ้าเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าไม่ให้คิดอะไรเลยเถิดกับอิ่มฝันมากไปกว่าคำว่า พี่เลี้ยง ผู้ปกครอง ถึงแม้ว่าบางคราว ฉันเองยังนึกว่าฝันไป สะดุ้งตื่นกลางดึก ที่เห็นอิ่มฝันมาซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับฉัน ชุดนอนของเธอถลกสูงขึ้น เผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ควรเห็น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ มันเย้ายวนความรู้สึกของฉันยิ่งนัก
เขาเรียกว่า ความรัก รึป่าวนะ? กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับฉันขณะนี้
ว๊า
อายุปูนนี้แล้ว พูดไปก็อายเด็ก ป่านนี้ยังดูไม่ออกเลย อันไหนใช่รึไม่ใช่..หึ..หึ..
แต่ถ้าสมมุติว่าใช่ล่ะ? อิ่มฝันจะต้องการความรักจากฉัน อย่างที่ฉันต้องการความรักจากเธอรึป่าวนะ?
เป็นคำถามที่ฉันเฝ้าถามตัวเองและไม่อยากได้คำตอบ ฉันขลาด และกลัวเกินไปว่าคำตอบของเธอจะทำให้ความสุขที่เบ่งบานเงียบๆ ในใจฉัน ต้องมีอันเหี่ยวเฉาไปก่อนถึงเวลาอันควร สู้เก็บความรู้สึกไว้กับตัวเองแบบนี้ดีกว่าความห่วงใย ใส่ใจดูแล ที่มีให้กันและกันอย่างทุกวันนี้ ก็มากเกินพอแล้วในความคิดของฉัน
เย็นวันหนึ่งฉันก็ถูกไหว้วานจากหัวหน้า ให้นำกระเช้าดอกไม้ไปแสดงความยินดีกับลูกค้าของบริษัท ที่ศูนย์การค้าแถวสยาม
ดีเหมือนกัน ฉันคิด จะได้เดินดูอะไรต่อมิอะไรฆ่าเวลาด้วย
ฉันทำหน้าที่ของฉันเสร็จแล้วการแวะเข้าเลือกหาหนังสือที่ถูกใจสักเล่มกลับมาอ่านก็เป็นอะไรที่ฉันต้องทำทุกครั้งที่มีโอกาสไปเดินตามศูนย์การค้า อีกอย่าง ฉันไม่จำเป็นต้องรีบกลับบ้านก็ได้ เพราะวันนี้อิ่มฝันบอกว่ามีนัดกับเพื่อนตอนเย็น จะคุยเรื่องทำรายงานตอนฝึกงานเสร็จ
ลมหายใจคือรัก ความหมายดีจัง ตรงกับความรู้สึกของฉันขณะนี้พอดี ฉันหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดูคร่าวๆ เป็นหนังสือที่ทำรูปเล่มได้น่ารักน่าชัง ข้างในเป็นคำกลอนที่เกี่ยวกับความรัก หวานซ่ะไม่มีล่ะ
อุ๊ยตาย!
ยัยพรรณ สวีทกับเขาก็เป็นด้วย ฉันยิ้มกับตัวเอง ครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาเฉยๆ เวลายังเหลืออีกตั้งเยอะ ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน (อุ๊บส์..ห้องซิ) แล้วพบกับความว่างเปล่า อยากกลับพร้อมกับอิ่มฝัน เวลาไม่นานแต่เธอช่างมีอิทธิพลกับความรู้สึกของฉันจริงๆ
เดี๋ยวแวะมุม gift shop ดีกว่า อีกไม่นานอิ่มฝันจะจบคอร์สฝึกงานแล้วนี่
ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะซื้ออะไรดี แต่มันอยากจะให้อ่ะ เอาเหอะน่า ไปเดินๆ ดู เดี๋ยวก็คิดได้เองแหละ ฉันเดินแวะร้านโน้นร้านนี้ไปเรื่อย ยังไม่เจออะไรที่ถูกใจ ทันใดนั้น! ฉันก็ถอยหลบวูบกลับเข้าไปในร้านที่เพิ่งจะออกมา เมื่อบังเอิญสายตาไปปะทะกับหญิงชายคู่หนึ่งที่เพิ่งพากันออกมาจากร้านอาหารญี่ปุ่น
นั่นอิ่มนี่นา มาทำอะไรที่นี่นะ
ภาพที่ 2 คน เดินคุยกันอย่างสนิทสนม สร้างความรู้สึกให้ฉันมากมาย
ทำไมฉันต้องรู้สึกเจ็บแปล็บๆๆขึ้นมาเฉยๆ ด้วยนะ เขาแค่เดินคุยกัน อาจเป็นเรื่องรายงาน
ฉันพยายามคิดและมองอิ่มฝันในแง่ดี แต่อีกใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายคนนั้นอาจเป็นมากกว่าเพื่อนของอิ่มฝันก็ได้ และความคิดอย่างหลังก็ดูเหมือนจะมาแรงแซงความคิดและมองเธอในดีเสียด้วย ว๊า..แย่จัง
เกือบเที่ยงคืน ที่ฉันปล่อยความคิดไปกับเครื่องดื่มผสมอัลกอฮอร์ในผับแห่งหนึ่ง ไม่สนใจกับเสียงโทรศัพท์ที่เรียกเข้ามาติดๆ กัน ฉันหัวเราะขมขื่น สมเพชตัวเอง หวังอย่างลมๆ แล้งๆ ว่าเธอคงจะมองเห็นความรัก ความห่วงใยที่ฉันมีให้เธอมากพอ จนทำให้เธอมองข้ามธรรมชาติของฉันไป สิ่งที่ฉันทำให้เธอ
ไม่ได้ทำให้เธอซาบซึ้ง หรือรู้สึกรักฉันขึ้นมาบ้างเลยใช่ไหม ฉันพยายามคิดทบทวนถึงเวลาที่อยู่ด้วยกัน มีครั้งไหนรึป่าว? ที่เธอบอกรักฉัน
เปล่า
อิ่มไม่เคยบอกว่ารักพี่พรรณ
อิ่มแค่อยากจะตอบแทน ที่พี่พรรณเคยช่วยเหลืออิ่มเท่านั้น
ฉันสั่นศรีษะ ขับไล่ใบหน้า คำพูด ของอิ่มฝันที่ลอยมาตอกย้ำให้ฉันปวดแปลบ เงยหน้าเสยผม ไม่ต้องการให้น้ำตาไหลออกมา เจ็บเหลือเกิน ปวดเหลือเกิน ฉันฝืนความรู้สึกของตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฉันกำลังร้องไห้
.คนที่เข้มแข็งที่สุด อึดที่สุดในสายตาใครๆ กำลังเสียน้ำตา ช่วงจังหวะที่ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตานั่นเอง ฉันมองเห็นร่างตะคุ่มๆ ของใครคนหนึ่งกำลังข้ามถนนมาในระยะกระชั้นชิด ฉันหักพวงมาลัยหลบ รถของฉันหมุนคว้างเป็นลูกข่าง แล้วตามมาด้วยเสียงเอี๊ยดดังสนั่นแทบแก้วหูแตก รู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มมาทิ่มแทงตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แล้วสติสัมปะชัญญะของฉันจึงดับวูบลง ฉันรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ระงมไปหมด
อิ่มนี่นา ถัดไปเป็นพี่ลักษณ์ นั่นพี่เพิ่ม พี่ชายคนเดียวของฉัน
มาทำอะไรกันที่นี่
อ้าว
นั่นฉันนี่นา ใครอุตริเอาผ้าขาวมาห่มไว้อย่างงั้นล่ะ
เฮ้ยๆๆๆ จะพาฉันไปไหน
ฉันร้องเอะอะโวยวาย เมื่อมีชาย 2 คน เข้ามาหามร่างฉันไปขึ้นรถฉุกเฉิน มีร่างของอิ่มฝันโผตามมาร่ำไห้จะกอดฉัน
อิ่ม
พี่พรรณอยู่นี่
พี่เพิ่ม..นี่ไอ้พรรณของพี่ไง
พี่ลักษณ์ พรรณไงคะ พรรณอยู่นี่ ทำไมไม่พูดกับพรรณสักคำหละคะ
ฉันคว้าแขนคนโน้นทีคนนี้ที พูดเสียงดังจนแทบจะตะโกน ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่ไม่มีใครฟังหรือสนใจฉันเลยสักคน
เป็นอะไรกันไปหมดนะ ใครก็ได้ช่วยตอบฉันที
แต่เสียงของฉันคงเป็นแค่อากาศธาตุ ที่ดังก้องสะท้อนกลับไปกลับมา ฉันต้องใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะทำใจ และยอมรับว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันในวันนั้น ใครหนอ..ว่ากันว่า
เมื่อร่างกายของเราแตกดับ วิญญาณของเราจะถูกแยกจากบุคคลอันเป็นที่รักไปเก็บไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ไม่เห็นจะจริงสักหน่อย ฉันเถียงเพราะลมหายใจของฉัน ทุกวันยังเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ อิ่มฝันไม่ห่าง เพียงแค่ได้รู้ ได้ดู ได้เห็น ว่าเธออยู่สบายดีหรืออย่างไร
เท่านั้น
พี่พรรณคะ เมื่อเช้า อิ่มทำของโปรดของพี่ตักบาตรไปให้ เธอบอกอย่างเศร้าสร้อยกับรูปของฉัน
อิ่มมีเรื่องหนึ่ง อยากบอกพี่ค่ะ
อิ่มตั้งใจจะบอก ที่อิ่มตัดสินใจปฏิเสธวีระวันนั้น เพราะอิ่มรักพี่พรรณค่ะ
ไม่ใช่รักแบบพี่สาว..แต่
ฉันแทบไม่เชื่อหูกับสิ่งที่อิ่มฝันกำลังบอกฉัน นานแค่ไหน..ที่ฉันเฝ้ารอฟังประโยคนี้จากเธอ วินาทีนั้นเองฉันอยากหายตัววับไปอยู่ใกล้ๆ เธอเหลือเกิน อยากกอดเธอไว้แนบอก อยากซับน้ำตาที่กำลังรินไหลนั้น
อิ่ม..พี่พรรณรักอิ่มเหมือนกันจ๊ะ
ฉันกระซิบบอกที่หูของเธอ ไม่สนใจว่าเธอจะได้ยินคำ รัก จากฉันหรือไม่ แต่ฉันเชื่อว่าเธอคงรับรู้ได้จากสิ่งที่ฉันทำเพื่อเธอมาตลอดลมหายใจของฉัน.
จบบริบูรณ์
|