เรื่องสั้นหญิงรักหญิงเรื่อง : ฉันเข้มแข็ง
เขียนโดย : in-T
"นี่ถ้ากานเป็นผู้ชาย แม่ยกขวัญให้แล้ว" แม่เธอพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหารเย็นมื้ออร่อย ที่ฉันลงทุนไปจ่ายกับข้าวถึงตลาดสดชานเมือง และลงมือปรุงเองกับมือที่บ้านเธอ
"_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _" ฉันนิ่งไป ไม่มีคำตอบใดในเวลานั้นที่สมองฉันสามารถคิดได้ ฉันหันไปขอความเห็นจากเธอ แต่เธอกลับหันไป ไม่สบตา
ฉันรวบช้อนส้อม รู้สึกอิ่มขึ้นมาทันทีเย็นนั้นฉันขับรถกลับบ้านด้วยความน้อยใจ ปวดใจ และทรมานเป็นที่สุด ทำไมนะ ฉันรักเธอ และเธอก็รักฉัน ความรักที่ลงตัวมันน่าอัศจรรย์อยู่ไม่น้อย แต่เธอกลับไม่กล้าที่จะเดินไปตามทางของเรา เธอกลัวคำนินทาจากสังคมรอบข้าง เธอสนใจเพียงครอบครัว เธอไม่เคยแม้แต่จะลองพูดให้แม่เธอเข้าใจ ฉันไม่รู้ว่าเธอทำใจยอมรับมันได้อย่างไร ในเมื่อเรารักกันไม่ใช่หรือ?
ค่ำแล้ว
ฉันนอนนิ่งบนเตียงนุ่ม เหนื่อยนักกับการเดินทาง ระยะเวลาที่ใช้บนถนนในกรุงเทพฯ แทบทำให้ฉันคลั่งตาย โดยเฉพาะในสภาวะที่ใจเป็นทุกข์เช่นนี้ สมองฉันเริ่มทำงานหนัก มันเฝ้าคิดถึงแต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนคนย้ำคิดย้ำทำ พยายามค้นคำตอบที่หาคำถามไม่เจอ ฉันเริ่มร้องไห้ อยากจะหวีดร้อง เตะเก้าอี้ให้ล้ม ขว้างทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่..ฉันก็ทำไม่ได้ ฉันยังมีสติพอที่จะระงับอารมณ์นั้น เพียงเพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวต้องทุกข์ใจไปกับฉันด้วย ฉันเลือกที่จะนอนนิ่ง และพยายามข่มตาให้หลับลง
มันช่างยากนัก
"ขวัญรักกานนะ แต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ รักเราไม่มีทางเป็นไปได้ มันยากเกินไป กานเข้าใจนะ" เธอเอ่ยในคืนหนึ่ง ฉันนิ่งงัน คลายวงแขนที่โอบรอบเธอไว้ ผละหน้าออกจากเส้นผมหยักโศกหอมนิ่มนั้น ทบทวนถึงคำพูดที่เธอเคยเอ่ยนานมาว่ารักของเธอไม่พันธนาการ คำรักแปลว่าอิสระ อิสระจากการแบ่งแยกเพศพันธุ์ แต่ตอนนี้คำพูดเธอกลับวกวนสิ้นดี
ฉันไม่เข้าใจ
 "กาน
อย่าเงียบไปสิ พูดอะไรก็ได้ พูดกับขวัญหน่อย" เธอดึงตัวฉันมากอดไว้แน่น และเริ่มร้องไห้ ฉันยังคงเงียบ ไม่มีแม้คำตอบรับจากปากฉัน สมองฉันคิดแล้วคิด ว่าจริงแล้วเธอรักฉันจริงนะหรือ มือฉันปาดน้ำตาออกจากแก้มนั้น พร้อม ๆ กับรวบรวมสมาธิที่มีทั้งหมดเช็ดน้ำตาที่ไหลอยู่เงียบ ๆ ในใจ
เวลาล่วงมานานแล้ว เธอหลับไปทั้งน้ำตา ทุกสิ่งต่างสงบนิ่งเป็นไปตามธรรมชาติยามค่ำคืน แต่ฉันยังคงลืมตาอยู่ในความมืด มีเพียงแสงสลัว และกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเทียนเล่มเล็กที่ฉันจุดไว้ตั้งแต่หัวค่ำ กับยินเสียงหัวใจของเรา
ที่เต้นต่างจังหวะกัน
 เช้าแล้ว
ฉันก้มลงจูบดวงตาที่บอบช้ำของเธอ เธอลืมตาตื่น พลิกตัวมาโอบกอดฉันไว้ เธอมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ออดอ้อนให้ฉันวาบหวามได้ทุกครา
 "กานอยากให้ขวัญลองทบทวนดูใหม่ นะ
เราน่าจะมีทางที่ดีกว่านี้" ฉันขอร้องเธอ มันเป็นหนทางเดียวที่ฉันคิดออกตลอดค่ำคืนหม่นที่ยาวนาน แต่เธอกลับไม่ไยดีในนาทีนั้น
 "ขวัญตัดสินใจแล้ว และจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ" ดวงตาคู่บอบช้ำ กลับเด็ดเดี่ยวในวูบไหว ดวงใจฉันเศร้าหม่นลงในทันที อีกครั้งที่ฉันนิ่งเนิ่นนาน ฉันจนคำพูด ด้วยคิดไม่ถึงว่าเธอจะตัดรอนกันเพียงนี้ ฉันเริ่มหัวเสียที่เธอไม่รับรู้ถึงความพยายามที่ฉันทุ่มเทความคิดกลั่นกรอง สรรหาถ้อยคำมาพูด เพื่อให้เธอเจ็บช้ำน้อยที่สุด
 "อย่าโกรธเลยนะ
" นี่ไม่ใช่คำร้องขอ หากแต่คล้ายคำสั่ง เธอมักจะเป็นแบบนี้ ในเวลาที่เธอตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว ฉันผลักเธอออกจากอก ปล่อยให้อารมณ์ที่อัดอั้นไว้ทะลักล้นออกมา
 "เธอจะให้ฉันไม่โกรธหรือ? เธอเข้ามาร่วมฝัน แต่ไม่สานต่อ ฉันต้องเจ็บช้ำแค่ไหน มันทรมานเกินไป ฉันรับไม่ไหว แล้วเธอต้องการให้ฉันยิ้มรับมั๊ย ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันไม่ใช่คนดีขนาดนั้น!" ฉันระเบิดอารมณ์ใส่เธอ ในขณะที่เธอยังสามารถควบคุมตัวเองได้ดีกว่าฉัน เธอตอบกลับยอกย้อนว่าให้ฉันเข้าใจและมีเหตุผลเสียบ้าง เพราะฉันโตแล้ว หากแต่ในน้ำเสียงนั้นกลับชาเฉย เกินกว่าฉันจะเข้าใจได้
 "ฉันไม่อยากเข้าใจ ฉันรู้แต่มันเจ็บมาก ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดและทำดีทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงแบบห่วย ๆ" เสียงฉันดังขึ้น และยังคงปล่อยให้ถ้อยคำ และอารมณ์ที่กดเก็บไว้พรั่งพรูออกมา
 "กานดา" เธอเรียกชื่อจริงฉัน และตบหน้าฉันในเกือบทันที ด้วยอารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน และคงจะเสียใจไม่น้อย ด้วยเพราะฉันไม่เคยหยาบคาย ก้าวร้าวกับเธอแม้สักครั้ง และมักจะกล่าวหาผู้กระทำจาบจ้วงแม้น้อยนิดว่าโง่เขลา แต่คราวนี้ฉันกลับทำเสียเอง
 "ถ้าเป็นกาน กานก็ต้องทำแบบพี่ เรายังเป็นเพื่อนกันได้ แต่กานไม่รับฟัง คิดให้ดีนะกาน ระดับสติปัญญาแบบกาน น่าจะคิดได้ แต่จำไว้นะกาน พี่ก็ไม่อยากทำแบบนี้" เธอเปลี่ยนใช้สรรพนามที่ฉันลืมมันไปแล้วเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน คล้ายกับพิพากษาว่าฉันต้องจำยอมต่อความต้องการของเธอ เธอหันไปหยิบของใส่กระเป๋า แล้วสาวเท้าก้าวยาว เพื่อให้เดินออกไปจากที่นี่ได้เร็วที่สุดแต่ฉันยังคงเดือดพล่าน ตะโกนไล่หลังเธอไป "น้ำเน่าน่า
เพื่อนเหรอ ฉันไม่ต้องการ ฉันผิดตรงไหนที่ไม่ต้องการเหตุผลใด ๆ ในเมื่อฝันฉันพังทลาย ใจฉันแหลกสลายไปแล้ว กับคำพูดและหนทางที่เธอเลือก เธอมันใจแข็งเกินไป
"
 เธอเดินพ้นรั้วออกไปแล้ว บ้านทั้งหลังเงียบลง ฉันเดินงุ่นง่านไปมา พยายามข่มใจให้ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ ฉันเดินไปที่ครัว เพื่อจะหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย หลังจากอาหารมื้อสุดท้ายคือขนมปังเมื่อเที่ยงวาน ฉันชงกาแฟรสขมหวังจะให้รสชาดมันเรียกสติคืนมาจากภวังค์ที่ปวดร้าว ฉันจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ปล่อยตาให้มองควันสีเทาเบาบางลอยวนขึ้นเป็นสาย แล้วจางหายไป พร้อมปล่อยใจให้รำลึก
..
 "เฮ้
กาน เอาแบบที่พ่นออกมาเป็นรูปโดนัทน่ะ เพื่อนขวัญทำได้ด้วยล่ะ" เธออวด หวังจะให้ฉันลองทำดู แล้วหันหน้าออกรับลมทะเล สูดอากาศสดชื่นยามฟ้าสลัว
 "ลมแรงขนาดนี้ ทำไม่ได้หรอก" ฉันเสไป จริง ๆ แล้วฉันทำไม่ได้หรอก เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง ชวนฉันคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ฉันมีความสุขจริง ๆ ฉันมีเธอข้างกายในสถานที่พักผ่อนที่โปรดปราน แม้หาดทรายไม่สะอาด ทะเลไม่สวยเท่าที่หวัง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งแรกที่ฉันรู้จัก แต่ยังดีที่พระจันทร์ยังเป็นดวงเดิม ยังคงมีแสงนวลนิ่งให้ฉันรู้สึกหวนไห้ได้เหมือนเดิม
 "กาน
มองอะไรน่ะ นี่ ๆ ต้องมองขวัญสิ" เธอพูดได้น่ารักแบบนี้เสมอ ฉันถึงรักเธอนักหนา ฉันรั้งเธอมาจูบ ด้วยหมั่นไส้ในความช่างจำนรรจาของเธอ จูบนั้นอ้อยอิ่งและแสนหวาน ฉันถอนปากออก ดึงมือเธอมาโอบฉันไว้ ฉันชอบที่จะนอนในอ้อมกอดเธอนัก
 "ขวัญรักกานแค่ไหนนะ?" ฉันถามเธอด้วยความอยากรู้จริง ๆ เพราะฉันให้รักทั้งหมดแก่เธอ และหวังจะครอบครองรักทั้งหมดที่เธอมีอยู่เช่นกัน เธอตอบในแบบที่ฉันพอใจว่ารักฉันที่สุด ฉันจำมันได้ดี
..
 ฉันหลุดออกจากห้วงคำนึงนั้น คิดถึงรอยยิ้ม ฟันขาวเรียงเบียดชิด ดวงตาคู่ซึ้ง ผมหอมนุ่ม พวงแก้มนวล และถ้อยคำแสนอ่อนหวานนั้นจริง ๆ ต่อไปฉันไม่อาจได้ครอบครองมันอีก ใครจะว่าฉันเห็นแก่ตัวก็ช่าง แต่รักของฉันคือการที่เราสองได้ครอบครองทั้งกายและใจซึ่งกัน มันไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ต่างเรียกร้องต้องการหรือ?
 กาแฟถ้วยขมหมดไปนานแล้ว บุหรี่มวนสุดท้ายอยู่ในมือฉัน ตั้งใจว่าจะดับมันพร้อมกับความทุกข์ทั้งหมดที่มี ฉันจะมีชีวิตตามปกติ ต้นไม้ในสวนรอน้ำจากฉันอยู่ เจ้านีนี่คงจะกระวนกระวายที่อาหารมันไม่ตรงเวลาอย่างเคย งานเอกสารที่รอการสะสาง แล้วไหนจะการประชุมกลางปีวันมะรืน ที่ฉันต้องดำเนินงานสานต่อ
 ฉันไม่รู้ว่าต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเธอจะเป็นเช่นไร เมื่อใดที่ความหมองเศร้ารวดร้าวในใจจะจางหาย แต่พรุ่งนี้ฉันต้องดีขึ้น ฉันต้องหายดี ท้องฟ้าที่ฉันเห็นต้องเป็นสีฟ้าอย่างที่มันเป็น
เพราะฉันรู้ดีว่า "ฉันแข็งแรง"
จบบริบูรณ์
|