LESLA : กระดานสำหรับเลส
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
   
. . ความรักในแบบฉบับคนโลกส่วนตัวสูง . .

ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยกับการที่มองว่าคนโลกส่วนตัวสูงเป็นคนเห็นแก่ตัว
เพราะคนที่โลกส่วนตัวสูงมักเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต
และต้องยอมรับว่านี่คือวิถีชีวิตที่เขาดำเนินอย่างมีความสุขมาตลอด
แล้วอยู่ๆวันหนึ่ง เพียงเพราะการที่เราชอบคนที่มีนิสัยเช่นนั้น
เราโหยหาอยากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กิจกรรม และทุกความนึกคิดของเขา

เมื่อเขาไม่ชิน ไม่ปรารถนา
และแสดงความอึดอัดที่เรายัดเยียดตัวเองเข้ามา
เราจะไปโทษเขาหรือประชดให้เขาไปอยู่ป่า
ตำหนิว่าเขาผิด คงไม่ถูกเท่าไร

จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่นานาจิตตัง
ว่าจะนิยามคำว่า "โลกส่วนตัวสูง" อย่างไร

บางคนอาจใช้เป็นข้ออ้าง
ในการ "กัน" คนที่ทำให้เขาอึดอัดออกไปจากชีวิต
และนั่นทำให้หลายคนรู้สึกไม่ดีกับคำนี้ หรือผู้ที่มีคุณสมบัติอย่างนี้

แต่ถ้าคุณได้พบกับคนที่มีโลกส่วนตัวสูงจริงๆ
โดยไม่ได้ยกมาเป็นข้ออ้าง
คุณจะรู้ว่าเขาเป็นอย่างนี้เสมอ
ไม่ว่าจะกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อน หรือคนรักก็ตาม

นั่นคือเขาต้องมีเวลาว่างที่อยู่นิ่งๆคนเดียว
รักความเงียบและความสงบ
ได้ทำอะไรต่อมิอะไร
โดยไม่ต้องอธิบายหรือแจกแจงทุกความเคลื่อนไหว

สิ่งที่จะผลักให้คนประเภทนี้ยิ่งอยากถอยห่างจากคุณอย่างเร็วที่สุด
ก็คือการที่คุณเรียกร้องที่จะให้เขาเปลี่ยน
ตัดพ้อที่เขาไม่ให้คุณเข้าไปในพื้นที่
หรืออ้างว่าการที่เขาอยู่ในโลกส่วนตัวของเขานั้น
คือความเฉยชา ไม่รักคุณ
เพราะนั่นแสดงว่าคุณไม่ได้รักด้วยความเข้าใจ ไม่เคารพในพื้นที่ของเขา
สักแต่รักแบบ "จะเอาให้ได้" และเมื่อไม่ได้ก็ตำหนิเขาว่าเขาหมางเมิน

คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
คนที่โหยหาความรักและเรียกร้องความสนใจ
จึงเป็นคนประเภทที่จะมีปัญหากับผู้มีพื้นที่ส่วนตัวสูงมากที่สุด

เพราะคนประเภทนี้จะไม่เข้าใจ จะตีความว่าระยะห่างคือความหมางเมิน
ตลอดจนมองว่าอีกฝ่ายเห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงความรู้สึกคนอื่น
ยิ่งถ้าเจอคนประเภททุ่มเทความรัก เพราะหวังจะทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยน
ก็จะมีแต่ความผิดหวัง เจ็บช้ำ และรู้สึกว่าเหนื่อย
เหมือนต้องพยายามฝ่ายเดียว

ทั้งๆที่จริงๆแล้วฝ่ายที่มีโลกส่วนตัวสูงนั้นเขาไม่ได้ต้องการให้คุณ
มาทุ่มเท ไม่ได้ต้องการให้มาเฝ้า มาเป็นห่วง
มาทำกับข้าว ตามเป็นเงา หรือนั่งมองหน้า

เขาแค่ต้องการ "ความเคารพ" และ "ความเข้าใจ" ในตัวตนที่เป็น

แต่ถ้าอีกฝ่ายมีนิยามความรักว่าต้องทำทุกอย่างร่วมกัน
ต้องอยู่ติดกัน ก็ต้องมองมาที่ตัวเองว่า
คุณอาจกำลังหาความรักที่ว่าจากคนผิดคน

ถ้าอยากได้คนที่มาคลอเคลีย ก็ต้องไปมองหาคนที่ช่างเอาใจ
ไม่ใช่มาดึงดูดคนที่น่าค้นหา ลึกลับ อยากจะเอาชนะเพื่อให้เขาเปิดใจ
แล้วเมื่อไม่สำเร็จ ก็ตีโพยตีพายว่าอีกฝ่ายมีแต่ความเย็นชา

คนที่โลกส่วนตัวสูงนั้น จะว่าไปแล้วเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย
แต่บางทีคนไปยัดเยียดในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะอึดอัด
ยิ่งความรักตามหนัง ละคร
และเพลงส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะปรุงแต่งจนเว่อร์
และทำให้หลายคนหลงเพ้อว่าความรักมันจะเป็นอย่างสื่อต่างๆที่เสพกันจนชิน
พอมาเจอกับคนที่โลกส่วนตัวสูงเข้า
ก็ดราม่าตัวเองเข้าไปว่าเขาไม่เห็นค่าฉัน

ทั้งๆที่ตัวเองนั้นตอบโจทย์ผิดแต่แรก นั่นคือตอบโจทย์ตัวเองไม่ได้
ว่าต้องการคนแบบไหน และต้องการอะไรในความสัมพันธ์
และตอบโจทย์ของอีกฝ่ายไม่ได้ ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข

ดังนั้นเวลาที่เจอคนโลกส่วนตัวสูงเข้า ก็จงถามตัวเองให้ดี
ว่าคุณชอบที่เขาลึกลับ น่าค้นหา
อยากจะเข้าไปนั่งกลางใจเขา อยากเอาชนะ
หรือว่าคุณชอบที่เขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยไม่คิดเปลี่ยน

เพราะถ้าคุณคิดไปเปลี่ยน
ไปดึงเขาออกมาจากโลกที่เขามีความสุข เคยชิน
โดยที่เขาไม่ได้ปรารถนาหรือยินยอมล่ะก็
ก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่ามันจะไม่ได้ผล

ร่ายมาเสียนาน ก็เพื่อจะมาตอบคำถามของเจ้าของกระทู้
ว่าคนประเภทนี้เวลามีความรักจะเป็นอย่างไร
คำตอบก็คือไม่ต่างจากคนธรรมดา
มีความรู้สึก มีความอ่อนไหว มีอารมณ์อ่อนหวานลึกซึ้งเหมือนมนุษย์ทั่วไป
แต่กว่าจะ "รัก" ใครได้ เขามักใช้เวลา และรู้สึกสบายใจกับคนคนนั้นเสียก่อน
แล้วก็อย่างที่หลายความเห็นได้บอกไว้ ว่าความเข้าใจสำคัญที่สุด
แล้วเมื่อถึงเวลาเขาจะมาหาคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องร้องขอเลย

คนที่มีโลกส่วนตัวสูง ในสายตาของใครๆอาจดูเหมือนคนเห็นแก่ตัว
แต่จริงๆแล้วคนที่พยายามบุกในโลกส่วนตัวของเขา ก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน
ที่พยายามไปเปลี่ยน ไปแซะ ไปบีบเขาให้ออกมาได้ดังใจตัวเอง
ดังนั้นก่อนจะรักใคร ชอบใคร จงถามตัวเองว่ายอมรับเขาอย่างที่เป็นได้หรือไม่

ถ้าเขาไม่ใช่ ก็จงไปหาคนอื่นที่จะสนองความต้องการของคุณได้ดีกว่า
แต่อย่าพยายามเปลี่ยน เพราะคนเราไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่จะปั้นให้เป็นโน่นเป็นนี่

รู้ใจตัวเองเสียก่อนว่าอยากได้อะไร แล้วสิ่งต่างๆจะง่ายขึ้นเป็นกอง


//เคยมีคนมาตอบนานแล้วเรื่องคนโลกส่วนตัวสูง เห็นว่าอันนี้สรุปได้ชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนประเภทนี้เลยมาให้ลองอ่านกันนะค่ะ\\

.....

นำมาฝาก สำหรับคนชอบอ่าน
และสงสัยในความเป็นโลกส่วนตัวที่แท้จริงนะคะ



จากคุณ : Aprilsnow - [ 18-05-2020 23.03.32 IP:184.22.58.233 ]

ความคิดเห็นที่ 1
ชอบก็ตรงประโยคนี้แหละ^^
ถ้าเขาไม่ใช่ ก็จงไปหาคนอื่นที่จะสนองความต้องการของคุณได้ดีกว่า
แต่อย่าพยายามเปลี่ยน เพราะคนเราไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่จะปั้นให้เป็นโน่นเป็นนี่
ตามใจนะเอ้อ+_+
จริงที่สุดเลยค่ะ คุณ จกขท


จากคุณ : ^^ - [ 19-05-2020 10.10.54 IP:168.1.65.195 ]


ความคิดเห็นที่ 2
เปลี่ยนตัวเองง่ายกว่า เปลี่ยนคนอื่นนะ คนจะโลกส่วนตัวสูง ก็พื้นที่ของเค้า จะไปแชร์พื้นที่ร่วมกับเค้าก็ต้องรู้ขอบเขตของคำว่า "เค้า " ไม่ใช่ "เรา"

เคยรักคนที่มีโลกส่วนตัวสูงอยู่หนึ่งคน ไม่เคยที่จะเปลี่ยนเค้าเลย แต่พยายามที่จะอยู่ข้างๆเค้าเสมอ แต่เค้าก็ไม่ต้องการ จึงอยู่ห่างๆ ถอยห่วงๆ เก็บไว้คือสายตา และความจริงใจ อย่างน้อยก็คนหนึ่งล่ะ ที่จริงใจ ไม่โกหกให้เราปั่นป่วน

ปกติเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวนะแต่ไม่สูงหรอก บางเวลาไม่ชอบเลยที่จะให้ใครๆมาวุ่นวาย อะไรมากมาย มันก็สงบดี บางครั้งการเปิดโอกาสให้ใจตนเอง แล้วเลือกความรักมากกว่าความถูกต้อง มันก็ไม่มีศีลธรรมที่จะใช้คำว่า "บุญสัมพันธ์" เคยเจอสถานการณ์นี้มาแล้ว บางเวลาเคยนั่งคิดว่า รู้อย่างนี้ เลือกความรักมากกว่าความถูกต้องดีกว่า ผ่านไปสิบปีความถูกต้องมีแต่ทำให้ทุกข์

แต่



เมื่อเวลาผ่านไป มากกว่า 10 ปี




"สิ่งที่เราเคยเลือกคือความถูกต้อง มากกว่าความรัก" ก็เพราะมันมีความดี ความดีนั้นค้ำจุนหัวใจให้แข็งแรง ว่า หากในวันนั้นเราเลือกความรักที่ดูจะเหมาะสมที่สุด วันนี้เราคงเจ็บปวดที่สุดกับคำว่า "กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตอบสนอง" และวันนี้ "เราคงไม่เจอคนดีๆหรอก" ความดีมันเป็นนามธรรม แต่มันจีรังและยั่งยืน โดยเฉพาะความดีที่ให้โดยไม่หวังครอบครอง จากกันวันใด ขอเพียงแค่ให้เจอคนที่ดีกว่าเรา ในเมื่อเรารักเค้า เราย่อมอยากเห็นเค้ายิ้ม ไม่ว่าอยู่ด้วยกันหรือจากกัน มันคงไม่ดีนักหรอก ที่จะพบว่า 10ปีแล้วไม่ได้เจอกัน เจอกันอีกครั้งทุกขเวทนา มันไม่ดีนักหรอก ถ้าคุณรักใครจริง คุณจะเข้าใจว่า รักที่ไม่หวังครอบครองแต่เพียงเห็นเค้ามีความสุขก็คือสุขของเราแล้ว มันยั่งยืนเพียงใด


จากคุณ : ไม่รักนานเท่าไหร่ดีเพียงใดก็ไ - [ 19-05-2020 10.39.46 IP:210.246.247.194 ]


ความคิดเห็นที่ 3
เออ มีคนญี่ปุ่นคนนึง มองสภาพเขาเก่งมาก แต่ป่วยเสมือนจิตเวช วางระบบเนตเมืองไทย
บอกไว้ว่า

"ผมรักคุณแปลว่าผมเห็นแก่ตัว ผมผิดที่ผมป่วย"

ครั้งแรกที่ได้ยินประโยคเหล่านี้ บอกเลย เม้าส์แตกกับเพื่อนว่า "เห็นแก่ตัวตรงไหนว่ะ"
เค้าตอบว่า "คุณไม่ควรรักผม ผมป่วย ผมรักคุณ ผมเห็นแก่ตัว ผมไม่พร้อม"
เม้าส์แตกต่อ "ใจดีมากเลยนะคนญี่ปุ่น ไม่สนใจเงินทอง ลืมบัตรกดเงินตนเองก็ช่างมันเถอะ แล้วผมรักคุณเห็นแก่ตัวตรงไหนว่ะ ในเมื่อเพื่อนของเรารักแทบขาดใจ"

เวลาผ่านไป จึงเข้าใจว่า "ผมรักคุณ แปลว่าผมเห็นแก่ตัวเพราะผมมีหน้าที่ต้องดูแลคุณไม่ใช่คุณดูแลผม ผมไม่พร้อมมีคุณ ผมป่วย ผมไม่สารมารถทนเห็นคุณเจ็บปวดหรือมีน้ำตาเพราะผม" เม้าส์ต่อ "อย่าปล่อยนะ คนแบบนี้ แม้มันจะป่วย ควรอยู่ข้างๆ"


เวลาผ่านไป จึงเข้าใจว่า"ผมเห็นแก่ตัวที่ผมรักคุณ เพราะครอบครัวผมมีปัญหาเรื่องมรดกตกทอด แปลว่าทอดจนได้คนญี่ปุ่นแล้วไม่อยากรับกรรมครอบครัว จึงตัดสินใจอยู่ที่เมืองไทย และบั้นปลายวัยชราต้องการกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นห่งผม และทุกคนๆเป็นห่วงผม ผมเจ็บปวด คุณไม่ควรเป็นห่วงผม" เม้าส์ต่อ "คำว่ารักแล้วแปลว่าเห็นแก่ตัว เพื่อนๆทุกคนแปลว่า ยึดติด+ครอบครอง มากเกินไปจนทำให้คู่ชีวิตไม่มีความสุขใช่หรือเปล่า เป็นอันสิ้นสุด จบเลย "

ถามนิดนึงนะอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคิดกันว่าใครดีที่สุด................
คำตอบส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครดีกว่าใครหรอก แค่รักไม่เท่ากัน รักคนละรูปแบบ แต่ความเสียสละมันต่างกันนะ เสียสละแปลว่าเมตตา เมตตาแปลว่าภาวนา ภาวนาหรือเมตตาแปลว่าความรัก (เอาให้หมดทุกศาสนาเลย)


ประเด็นคนญี่ปุ่นไม่มีอะไรมากไปกว่า "มุมมองกับวิถีชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน" แล้ววังวนแห่งความอนาถ(ไว้ว่าไม่ถาวร) เชื่อมั้ย เกิดขึ้นกับชีวิตคนไทยคนนึง เสี้ยวนึงของชีวิตจึงได้รสชาติคำว่า รักคุณแปลว่าเห็นแก่ตัวจึงถอยไป ไม่รู้เวรกรรมแต่ปางไหนนั่น จึงต้องมาเข้าใจว่า รักที่ไม่เห็นแก่ตัว คือ รักที่ให้โดยไม่หวังการครอบครองไม่หวังอะไรเลย แต่ระหว่างที่มีเวลา โอกาส กำลัง เพียงแค่ทำความดีให้ผู้ที่รัก มีความสุขก็พอแล้ว


จากคุณ : นานแล้วนะ - [ 19-05-2020 10.57.22 IP:210.246.247.194 ]


ความคิดเห็นที่ 4
นำมาฝากเพิ่มเติมให้อีกบางส่วน
ในบางมุมของคนโลกส่วนตัวสูงนะคะ

..........

หลีกเลี่ยงการใช้บทสนทนาแบบทั่วๆไป ดาษดื่นจนบ่อยเกินไป
เช่น สบายดีมั้ย กินข้าวแล้วหรอ กินกับอะไร
คนประเภทนี้มักจะคิดว่าคุณทำไปตามมารยาทเท่านั้น
การตอบคำถามของเค้าด้วยคำพูดเดิมหรือทั่วๆไปเช่น อืม ก็เรื่อยๆแหละ
ทำนองนี้มักจะทำให้เขาคิดว่าคุณไม่ใส่ใจ

ลองทำการบ้านในเรื่องที่เขาสนใจดู แล้วไปดิสคัสกับเขา
หรือให้เค้าอธิบายให้ฟัง
คนประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอธิบายให้ฟังอย่างกะตือรือร้นแล้วรับฟังเรา
เปิดใจกับเรามากขึ้น หรือถ้าคุณเป็นคนที่จริงจังกับอะไรบางอย่างอยู่แล้ว
ลองเชิญให้เค้ามาอยู่ในโลกของคุณบ้าง
เพราะคนประเภทนี้พร้อมเสมอในการเปิดรับอะไรใหม่ๆ
แต่ก็ต้องคอยอยู่ข้างๆคอยนำเขาในเรื่องที่เขาไม่รู้
เพราะลึกๆแล้วเค้ากลัวความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง

- เมื่อรู้จักกันมากขึ้น ก็อย่าพยายามไปเปลี่ยนแปลงเขา
โดยเฉพาะความเชื่อ รสนิยม
รวมไปถึงการใช้ชีวิตในเวลาส่วนตัวที่เขาทำงานหรืออยู่คนเดียวเงียบๆ
เพราะเขามักมีตารางที่รู้ว่าอะไรควรทำอะไรตอนไหนชัดเจนมาก

- พอเริ่มรู้จักกันบ้าง การนิ่งเงียบของคนประเภทนี่
มักไม่ใช่การไม่สนใจ แต่อาจหมายถึงการเฝ้าสังเกตการณฺ์
การพยายามเก็บข้อมูลต่างๆ บางทีเค้าอาจจะรู้จักคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้
พยายามมีปฏิสัมพันธ์ แสดงหลายๆแง่มุมให้เค้าเห็นมากกว่าให้เค้าคิดไปเอง
ควรมีความจริงใจและเป็นตัวของคุณไป
เพราะเค้าไม่ชอบเปลี่ยนแปลงใคร พอๆกับที่ไม่ชอบให้ใครมาเปลี่ยนแปลงเขา
แต่อย่าเข้าใกล้มากจนเกินไป
คนประเภทนี้การมีช่องว่างก็เหมือนการทำให้เพลงๆหนึ่งมีจังหวะ และเพราะมากขึ้น

- การหายไป ไม่รับสาย ไม่ตอบไลน์ ไม่ตอบเฟส
ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่สนใจเสมอไป
เพราะการเข้าสังคมมากๆหรือต้องพยายามอยู่ในแสงสปอตไลต์ตลอดเวลา
มักทำให้พวกเขาเหนื่อย
การหายไปจึงอาจหมายถึงการกลับไปชาร์จพลังอยู่เงียบๆ
เพื่อที่ว่าจะได้กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้งอย่างมีคุณภาพในมุมมองของเขา

สมดุลชีวิตของเค้าสำคัญมากๆ
ในการจัดสรรพลังงานให้แก่สิ่งต่างๆทุกแง่มุมของชีวิต
ไม่ต้องกังวลเพราะถ้ารู้จักกันในระดับหนึ่ง
เค้าก็ทำกับคนอื่นแบบนี้ัเหมือนกัน อาจจะมีแค่คนที่บ้าน
เพื่อนสนิทคนสองคนที่เค้าคุยด้วยตลอดเวลาเท่านั้น

........


จากคุณ : Aprilsnow - [ 19-05-2020 12.47.29 IP:27.55.72.185 ]


ความคิดเห็นที่ 5
อยากเลิกแอบชอบคนโลกส่วนตัวสูง เพราะเราคิดว่าเค้าคงไม่ชอบเราค่ะ
ไม่อยากเป็นคนที่แบบเค้าบอกว่ามีคนเข้าหาเค้าเยอะและหายไปตลอด
เราคุยกับเค้ามาสักพักแล้วค่ะ นานพอสมควร เลยยิ่งไม่อยากเป็นแบบคนหลายๆคนอยากอยู่ข้างๆแต่ไม่อยากชอบ


จากคุณ : กลุ้ม - [ 19-05-2020 15.00.45 IP:182.232.119.68 ]


ความคิดเห็นที่ 6
หลีกเลี่ยงการใช้บทสนทนาแบบทั่วๆไป ดาษดื่นจนบ่อยเกินไป
เช่น สบายดีมั้ย กินข้าวแล้วหรอ กินกับอะไร
คนประเภทนี้มักจะคิดว่าคุณทำไปตามมารยาทเท่านั้น

มันใช่เลย คนพวกนี้ไม่ชอบบทสนทนาแบบ small talk มันเหมือนคำถามตามมรรยาท จะเกิดคำถามในใจ ต้องการรู้ไปเพื่ออะไรมันไม่มีความหมายค่ะ แต่จะชอบความสัมพันธ์การสื่อสารที่ลึกซึ้ง เค้าทำได้ดีเชียวละ ^^

จขกท สรุปมาเห็นภาพตรงกันสิ่งเราคิดว่าเป็นเลยค่ะ ^^


จากคุณ : B - [ 19-05-2020 17.05.08 IP:27.55.88.59 ]


ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณ คุณ Aprilsnow สำหรับบทความดีๆที่นำมาฝากนะคะ


จากคุณ : honey land - [ 19-05-2020 19.37.31 IP:184.22.78.174 ]


ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณที่ร่วมแชร์ความคิดเห็นกันนะคะ

นี่เป็นเพียงรายละเอียดคร่าว ๆ
ที่พอจะทำให้เราเข้าใจคนโลกส่วนตัวสูงได้มากขึ้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
คนโลกส่วนตัวสูง ก็ใช่ว่าจะมีลักษณะนิสัยเล็ก ๆ น้อยๆ
ที่เป็นเฉพาะบุคคลเหมือนกันหมด
ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ ทางอารมณ์ ทางความคิด
ว่าแต่ละคนมีมากน้อยแค่ไหน
แต่เราว่า คนทั่วไปก็คงไม่ต่าง

แต่ไม่ว่าจะคนแบบไหน
เราเชื่อว่า วุฒิภาวะ จะเป็นตัวบ่งบอก
ถึงเนื้อแท้ตัวตนของเราว่าเป็นเช่นไร . .


จากคุณ : Aprilsnow - [ 20-05-2020 00.02.09 IP:184.22.24.46 ]


ความคิดเห็นที่ 9
เราอ่านบทความที่ คุณ Aprilsnow นำมาแบ่งปัน... ต้องขอบคุณ​เช่นเคยที่คุณนำบทความนี้มาให้อ่าน และได้มองเห็นในอีกมุมมองของคนอีกหนึ่งคน และทำให้ได้อ่านความเห็น​ในหลายๆ มุมของเพื่​อ​นในบอร์ด​
.... สำหรับ​เรา >>เราก็เห็นด้วยในบางส่วนของบทความ​ของคุณ และก็เห็นต่างในอีกส่วนของบทความ​เช่นกัน^^

>>ในมุมมอง​ของเรานะคะ (ของเราคนเดียวนะ)​ซึ่ง​เป็นเพียงมุมมอง​เท่านั้น​^^
.... สำหรับ​เรา = ด้วยความที่เรามีเพื่อน​ทั้งแบบ Extrovert กับ Introvert ส่วนตัวเราก็เป็น Ambivert
... เลยทำให้เรามอง Extrovert กับ Introvert และ Ambivert... นั่น เหมือนกัน​เพราะทุกคนมี"หัวใจ" เพียงแต่การเดินเข้าไปให้ถึงใจเขานั้นอาจใช้วิธีต่างกัน
.... แต่คนทั้งสามแบบ พื้นฐาน​คือ เขาต้องการเพียงความเข้าใจและการไว้วางใจ

***สำหรับ​คน Introvert จากบทความ​ข้างต้น เราเห็นด้วยในลักษณะ​เฉพาะของพวกเขา ที่ต้องการเพียงพื้นที่​เงียบๆได้พักผ่อนใจ ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายและไม่เรียกร้อง​อะไรจากใคร... แต่ลักษณะ​เฉพาะแบบนั้น ก็ไม่ได้แปลว่า เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว​นะคะ^^
.... สำหรับเราที่มีเพื่อนกลุ่มนี้... พวกเขาไม่เคยทำให้เราอึดอัดแต่กลับค่อยเป็นห่วงและปกป้องเราเสียด้วยซ้ำไป... แถมเวลาเราใจร้อน เขานี้ล่ะที่ดึงแขนเราไว้และบอกใจเย็นๆ

>> ดังนั้น ในมุมมองของเรา.. คำว่า "คนเห็นแก่ตัวในความรัก"... หมายถึง​ คนที่นำคำว่า ฉันมีโลกส่วนตัวนะ อย่าตาม อย่ายุ่ง อย่าวุ่นวาย... นี้คือพื้นที่ของฉัน เธอห้ามเข้ามา... คนที่ใช้เหตุผล​นี้เพื่อนำมาอ้างต่ออีกคนสำหรับการรอรับการปรับตัวจากอีกคนเพียงฝ่ายเดียวต่างหาก คือ คนเห็นแก่ตัว ​ซึ่งข้ออ้าง​นี้ สามารถ​เกิดขึ้นได้ในคนทุกประเภ​ททั้ง Extrovert, Introvert และ Ambivert... เพราะข้ออ้าง​มีไว้สำหรับคนที่อยากรับ แต่ไม่คิดจะให้

.... บนพื้นฐาน​ความรัก สำหรับ​เรา... มันคือการเริ่​มต้น​ความสัมพันธ์​บนพื้นฐานการแบ่งปัน >>แบ่งปันความเข้าใจของกันละกัน แบ่งปันเวลาให้กัน แบ่งปันพื้นที่ให้แก่กัน... สิ่งเหล่านี้​ต่างหาก คือ การเสียสละเพื่อความรัก... ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวเพื่อรอรับอย่างเดียว

.... คน Introvert แม้เขาจะมีความเป็​นส่วนตัว แต่เขาก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว... การที่คนบางคนเข้าถึงความเป็นตัวเขาไม่ได้.. ไม่ใช่เพราะเขาเห็นแก่ตัวหรือเก็บตัวหรือเพราะนิสัยเขาเป็นแบบนั่นหรอก.... แต่คน Introvert พื้นฐาน​เขาคือ เป็นคนระมัดระวัง... หากคุณอยากเดินไปหาเขา "คุณต้องสร้างความไว้วางใจด้วยความจริงใจ" ... เพียงเท่านี้ นิสัยเก็บตัว ชอบสันโดษ​ในตัวเขาจะไม่มีเมื่อเขาอยู่กับเรา... เพราะสิ่งที่คนประเภท​นี้ต้องการคือ "ความไว้วางใจ"

.... ที่เราพิมพ์​มามากมายขนาด เอสี่ >>เพียงเพราะเราอ่านบทความ​ของคุณแล้ว เรารู้สึกแบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน^^ แต่เราไม่อยากให้มองว่า คน Introvert นั้น เข้าถึงยาก หรืออะไรก็ตามแต่ เพราะเขาก็คือ คนที่น่ารักเช่นเดียวกับคนประเภท​อีกนะคะ... ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนอื่นๆเลย... แถมคนประเภท​นี้ เขาอบอุ่น​มากด้วยนะคะ^^


จากคุณ : ^^ - [ 20-05-2020 10.01.19 IP:184.22.119.216 ]


ความคิดเห็นที่ 10
ตุณ^^

ใช่ค่ะ เราก็ไม่อยากให้คนมองว่า introvert เข้าถึงยาก
หรือเป็นคนประเภทที่อย่าเข้าไปยุ่งเลย
จึงได้ หยิบยกบทความที่คนมักจะชอบถกเถียงกัน
และเข้าใจชาว introvert ในแบบผิด ๆ
ซึ่งมันจะดูไม่ค่อยแฟร์กับชาว introvert เท่าไรนัก
กับการถูกตัดสิน พิพากษา จากสังคมว่า เป็นคนเห็นแก่ตัว

เราจึงอยากให้คนมองความเป็น introvert ให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น
โดยผ่าน ความเป็น introver ในตัวตนของเราเอง

คุณคงรู้แล้วเน๊อะ ว่า เราก็คือ introvert คนนึง
จริง ๆ ไม่ค่อยอยากบอก ว่าตัวเองเป็น introvert เท่าไรนักหรอก

เราเห็นด้วยกับที่คุณว่ามาทั้วหมดนะคะ ไม่มีคิดต่างสักนิด
ราวกับว่า คุณมองทะลุความคิดเราได้ชัดเจนมากในสิ่งที่เราคิด
ในสิ่งที่เราอยากสื่อ แต่เราไม่เก่งนักในการอธิบาย ด้วยถ้อยคำเท่าไร

ดีใจนะคะ ที่คุณช่วยอธิบายสิ่งเหล่านี้แทนเราได้ ^^

เราเคยเจอหลาย ๆ คนชอบเอาคำว่า
ฉันโลกส่วนตัวสูงนะ มาใช้
โดยที่คนเหล่านั้น ไม่ใช่คนโลกส่วนตัวสูงเลยสักนิด
เห็นแล้วบางที ก็ตะหงิด ๆ ใจ

จริง ๆ ชาว introvert น่ารักจะตาย เน๊อะคุณ^^

ปล. Ambivert แบบคุณ เราขอทายได้ไหมคะ
ใช่ชาว เมถุน สิงห์ หรือ ธนู หรือเปล่าคะ

ปล.อีกที เราชอบเอสี่ของคุณนะคะ ยิ่งหลายเอสี่ ยิ่งชอบ
ถึงแม้ หลายปีมานี้ เราจะเขียนได้น้อยลงทุกวันก็ตาม
คุณเป็นคนแรกนะคะ ที่ทำให้วันนี้เราเขียนได้ยาวขึ้น

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณ^^



จากคุณ : Aprilsnow - [ 20-05-2020 11.47.51 IP:184.22.24.46 ]


ความคิดเห็นที่ 11
จะมีผู้หญิงกี่คนที่มีความอดทนพอที่จะฝ่าฟันได้ความรักคนintrovert
ถ้าในสายตาคนที่แอบชอบ มันเหมือนดึงพลังมาทั้งหมดเพื่อเดิมพันว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางอาจเป็นความหวังลมๆแล้งๆก็ได้ คนที่เป็นintrovert เหมาะเป็นเพื่อนที่ดีค่ะ


จากคุณ : ว่าไงว่างั้น - [ 20-05-2020 13.25.28 IP:182.232.114.46 ]


ความคิดเห็นที่ 12


เรามีแนวโน้มเป็น Introvert เหมือนกันค่ะ

คาดว่า..น่าจะเป็นโครโมโซมที่แข็งแกร่งของตระกูล

เมื่อก่อนก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่สบายตัว ในความเป็น Introvert ของเรา...เมื่อต้องเข้าสังคม

พอหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านจนจบ ก็รู้ว่า จริงๆแล้วคนประเภทนี้ มี "หีบสมบัติ"อยู่ในตัวถึง 10 อย่างแน่ะ
1.ความรอบคอบ
2.มีสาระ
3.การมีสมาธิ
4.การรับฟัง
5.ความสงบนิ่ง
6.การคิดวิเคราะห์
7.การพึ่งพาตัวเอง
8.การมุมานะ
9.การเขียน(แทนคำพูด)
10.ความเข้าอกเข้าใจ

แต่..เหรียญก็ย้อมมี 2 ด้าน

มีจุดแข็ง ก็ย่อมมี..."จุดอ่อน"

ถ้าจุดแข็งมีมากจนเกินไป..ก็จะกลายเป็นจุดอ่อน หรืออีกด้านของเหรียญได้เหมือนกัน

อุปสรรค 10 ข้อของคน Introvert :
1.ความกลัว
2.การใส่ใจในรายละเอียดมากเกินไป
3.การกระตุ้นที่มากเกินไป
4.ควาเฉื่อยชา
5.การหนี
6.การใช้สมองมากเกินไป
7.การหลอกตัวเอง
8.การยึดติด
9.การเลี่ยงการสื่อสาร
10.การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

ใครสนใจ ลองอ่านดูค่ะ..เผื่อเป็นไอเดียดีๆในการปรับตัว


จากคุณ : honey land - [ 20-05-2020 16.16.35 IP:182.232.250.239 ]




ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
ความคิดเห็น
Embed
ไฟล์ประกอบ
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
ชื่อ
แจ้งทางอีเมล์
เมื่อมีผู้ตอบ
ไม่ต้องแจ้ง แจ้ง  ที่อีเมล์
ตัวอักษรที่คุณเห็น
 

Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com