LESLA : กระดานสำหรับนักเขียนและนักอ่าน
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
 
บทความธรรมะ(สอนใจ) ตอน"อลาดินกับตะเกียงวิเศษ"

วันนี้ขอนำเสนอธรรมะรายวัน(นิทานคุณธรรมเรื่อง อลาดินกับตะเกียงวิเศษ)
ขอขอบคุณ จาก หนังสือ "แนวทางสู่ความสุข"(หน้า 95-98)
โดยผู้แต่ง "ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา"


เมื่อครั้งที่อลาดินยังเป็นเด็ก มีวันหนึ่งขณะที่เขากำลังทำสวน เขาขุดดินลงไปแล้วพบอะไรแข็งๆ อยู่ในดิน เขาคิดว่ามันคงเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง เขาจึงพยายามขุดมันออกไป แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะมันไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นตะเกียงโบราณดวงหนึ่ง ตะเกียงมีดินติดหนาเตอะ อลาดินจึงพยายามเช็ดเอาดินออกด้วยผ้า เขาถูไปถูมา ทันใดนั้นก็มีควันพวยพุ่งออกมาจากปากตะเกียง ควันได้กลายร่างเป็นยักษ์มายืนคำนับตรงหน้าอลาดิน เจ้ายักษ์พูดว่า…

“เจ้านาย ข้าขอขอบคุณเจ้านายที่ปล่อยให้ข้าเป็นอิสระในวันนี้ ข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้นาย ขอแต่ให้ท่านสั่งข้ามา ข้าจะทำให้ทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้านายหยุดสั่งข้าเมื่อไหร่ ข้าจะกินเจ้านายเสีย…”

อลาดินคิดในใจว่าตนช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ เขาแน่ใจว่าเขามีงานให้เจ้ายักษ์ทำตลอดเวลาแน่นอน เขาไม่มีทางถูกเจ้ายักษ์จับกินหรอก…

“ตกลงเรารับเจ้าเป็นทาสของเรา” อลาดินพูดออกไป

ยักษ์ได้เตือนอลาดินอีกครั้งว่า…

“อย่าลืมนะเจ้านาย ถ้าท่านหยุดใช้ข้าเมื่อไหร่ ข้าจะกินท่านเสีย”

อลาดินหัวเราะแล้วกล่าวว่า…

“ไม่ต้องห่วงหรอก เรามีงานให้เจ้าทำตลอดแน่ๆ”

จากนั้น อลาดินก็เริ่มใช้งานยักษ์ตนนั้น…

“เราต้องการคฤหาสน์หลังใหญ่”

เจ้ายักษ์ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นก็มีคฤหาสน์หลังใหญ่ปรากฏขึ้น อลาดินประหลาดใจมากเพราะเขาคิดว่าเจ้ายักษ์คงใช้เวลาสร้างสักสองสามปีถึงจะเสร็จ อลาดินจึงรีบคิดต่ออย่างรวดเร็วว่าจะให้ยักษ์ทำอะไร…

“เราต้องการสะพานที่จะข้ามไปยังคฤหาสน์ของเรา”

เจ้ายักษ์ดีดนิ้วอีกหนึ่งครั้ง สะพานก็ปรากฏขึ้น

“เราอยากได้สวนดอกไม้รอบๆ คฤหาสน์”

ทันใดนั้น เจ้ายักษ์ก็เนรมิตสวนที่สวยงามรอบๆ คฤหาสน์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
อลาดินก็สั่งต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เจ้ายักษ์มีงานทำตลอดเวลา

เมื่อถึงเวลาเย็นค่ำ อลาดินรู้สึกเหนื่อยและไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรเจ้ายักษ์อีกต่อไป แต่เขาก็ต้องพยายามสั่งให้เจ้ายักษ์ทำงาน ไม่อย่างนั้นมันจะกินเขาเวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ทันใดนั้นอลาดินก็ยิ้มออกมา เขาคิดออกแล้วว่าจะให้เจ้ายักษ์ทำอะไร…

“เราต้องการเสาสูงๆสักต้นหนึ่ง”

เจ้ายักษ์ก็ดีดนิ้วอีกหนึ่งครั้ง แล้วเสาที่สูงมากก็ปรากฏขึ้น อลาดินสั่งต่อทันที…

“เอาล่ะ เราต้องการให้เจ้าปีนขึ้นไปจนถึงยอดเสา พอเจ้าปีนขึ้นไปถึงแล้วเจ้าก็ปีนลงมา พอเจ้าถึงข้างล่างแล้วก็ให้ปีนขึ้นไปใหม่ ปีนขึ้นปีนลงอย่างนี้ ห้ามหยุด”

เจ้ายักษ์จำต้องทำตามที่เจ้านายสั่ง มันจึงปีนขึ้นปีนลงเสาต้นนั้น

อลาดินพูดกับยักษ์ว่า…

“เจ้าปีนไปอย่างนี้นะ ห้ามหยุด ตอนนี้เราจะไปนอนก่อนล่ะ พอพรุ่งนี้เช้า เราจะเรียกเจ้าลงมาแล้วเราจะใช้เจ้าต่อ ถ้าเราไม่มีอะไรจะใช้เจ้า เราจะให้เจ้ากลับไปปีนเสาขึ้นลงเช่นนี้ใหม่”

ด้วยวิธีนี้จึงทำให้อลดินอยู่ได้อย่างเป็นสุขสืบมา


ยักษ์ในนิทานเรื่องนี้เปรียบได้กับจิตใจของเรา เมื่อยักษ์มันไม่มีการควบคุม มันจะกลับมากินอลาดิน จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ควบคุมจิตใจ มันจะล่องลอยและคิดนั่นคิดนี่ตลอดเวลา จิตใจที่ไร้การควบคุมมักจะวางแผนอยู่ตลอดเวลา มันจะสร้างปัญหา ความยุ่งยาก ความเครียด และความสับสนให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราไม่มีความสงบสุข มันเป็นการยากที่จะทำให้จิตใจเราหยุดคิด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ทำให้จิตใจของเรามีงานทำที่เราควบคุมได้

อลาดินให้เจ้ายักษ์ทำงานโดยสั่งให้ปีนเสาขึ้นๆลงๆ เสาเปรียบเสมือนลมหายใจของเรา เมื่อเราหายใจเข้าออก เราควบคุมจิตใจโดยให้มีสติอยู่กับลมหายใจ เราควรท่องคำภาวนาสั้นๆ ไปพร้อมๆ กับลมหายใจเข้าออก เราควรใช้ชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญที่เราเคารพบูชาหรือบทสวดมนต์บางบท ตัวอย่างเช่น สำหรับชาวพุทธ เราสามารถใช้คำว่า พุทโธ เมื่อเราหายใจเข้า เราก็ภาวนาคำว่า “พุทธ” เมื่อเราหายใจออก เราก็ภาวนาคำว่า “โธ” ในใจของเรา สำหรับชาวคริสต์ เราอาจใช้คำว่า “เยซู” เมื่อเราหายใจเข้าภาวนาคำว่า “เย” หายใจออกภาวนาคำว่า “ซู” สำหรับชาวมุสลิม เราอาจใช้คำว่า “อัลเลาะห์” เมื่อเราหายใจเข้า ภาวนาคำว่า “อัล” หายใจออกภาวนาคำว่า “เลาะห์” คำสวดมนต์ที่ขอแนะนำให้ใช้คือ “โซ-ฮัม” ซึ่งแปลว่า เราคือสิ่งนั้น ( จิตบริสุทธิ์ ) เมื่อเราหายใจเข้าภาวนาคำว่า “โซ” หายใจออกภาวนาคำว่า “ฮัม” หรือเราสามารถใช้การนับได้ดังนี้ เมื่อเราหายใจเข้าให้นับ “หนึ่ง” เมื่อเราหายใจออกให้นับ “หนึ่ง” อีกครั้ง เมื่อหายใจเข้าออกอีกครั้งให้นับ “สอง-สอง” ต่อไปเรื่อยๆ จนถึง “สิบ-สิบ” แล้วกลับมาเริ่มต้นนับ “หนึ่ง-หนึ่ง” ใหม่อีกครั้ง


การที่เรามีสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ช่วยให้จิตใจของเราไม่คิดฟุ้งซ่าน แล้วสร้างปัญหาตามมาให้กับเรา ในที่สุดเราจะค่อยๆ มีสมาธิมากขึ้นๆ และจิตใจของเราก็จะมีความสงบเยือกเย็น


**มีความสุขในการอ่านนะค่ะ**
ปล.เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกท่านนะค่ะ


จากคุณ : **jazz** - [ 21-10-2011 06.50.13 ]

 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
 
บทความธรรมะ(สอนใจ) ตอน"อลาดินกับตะเกียงวิเศษ"

วันนี้ขอนำเสนอธรรมะรายวัน(นิทานคุณธรรมเรื่อง อลาดินกับตะเกียงวิเศษ)
ขอขอบคุณ จาก หนังสือ "แนวทางสู่ความสุข"(หน้า 95-98)
โดยผู้แต่ง "ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา"


เมื่อครั้งที่อลาดินยังเป็นเด็ก มีวันหนึ่งขณะที่เขากำลังทำสวน เขาขุดดินลงไปแล้วพบอะไรแข็งๆ อยู่ในดิน เขาคิดว่ามันคงเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง เขาจึงพยายามขุดมันออกไป แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะมันไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นตะเกียงโบราณดวงหนึ่ง ตะเกียงมีดินติดหนาเตอะ อลาดินจึงพยายามเช็ดเอาดินออกด้วยผ้า เขาถูไปถูมา ทันใดนั้นก็มีควันพวยพุ่งออกมาจากปากตะเกียง ควันได้กลายร่างเป็นยักษ์มายืนคำนับตรงหน้าอลาดิน เจ้ายักษ์พูดว่า…

“เจ้านาย ข้าขอขอบคุณเจ้านายที่ปล่อยให้ข้าเป็นอิสระในวันนี้ ข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้นาย ขอแต่ให้ท่านสั่งข้ามา ข้าจะทำให้ทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้านายหยุดสั่งข้าเมื่อไหร่ ข้าจะกินเจ้านายเสีย…”

อลาดินคิดในใจว่าตนช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ เขาแน่ใจว่าเขามีงานให้เจ้ายักษ์ทำตลอดเวลาแน่นอน เขาไม่มีทางถูกเจ้ายักษ์จับกินหรอก…

“ตกลงเรารับเจ้าเป็นทาสของเรา” อลาดินพูดออกไป

ยักษ์ได้เตือนอลาดินอีกครั้งว่า…

“อย่าลืมนะเจ้านาย ถ้าท่านหยุดใช้ข้าเมื่อไหร่ ข้าจะกินท่านเสีย”

อลาดินหัวเราะแล้วกล่าวว่า…

“ไม่ต้องห่วงหรอก เรามีงานให้เจ้าทำตลอดแน่ๆ”

จากนั้น อลาดินก็เริ่มใช้งานยักษ์ตนนั้น…

“เราต้องการคฤหาสน์หลังใหญ่”

เจ้ายักษ์ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นก็มีคฤหาสน์หลังใหญ่ปรากฏขึ้น อลาดินประหลาดใจมากเพราะเขาคิดว่าเจ้ายักษ์คงใช้เวลาสร้างสักสองสามปีถึงจะเสร็จ อลาดินจึงรีบคิดต่ออย่างรวดเร็วว่าจะให้ยักษ์ทำอะไร…

“เราต้องการสะพานที่จะข้ามไปยังคฤหาสน์ของเรา”

เจ้ายักษ์ดีดนิ้วอีกหนึ่งครั้ง สะพานก็ปรากฏขึ้น

“เราอยากได้สวนดอกไม้รอบๆ คฤหาสน์”

ทันใดนั้น เจ้ายักษ์ก็เนรมิตสวนที่สวยงามรอบๆ คฤหาสน์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
อลาดินก็สั่งต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เจ้ายักษ์มีงานทำตลอดเวลา

เมื่อถึงเวลาเย็นค่ำ อลาดินรู้สึกเหนื่อยและไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรเจ้ายักษ์อีกต่อไป แต่เขาก็ต้องพยายามสั่งให้เจ้ายักษ์ทำงาน ไม่อย่างนั้นมันจะกินเขาเวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ทันใดนั้นอลาดินก็ยิ้มออกมา เขาคิดออกแล้วว่าจะให้เจ้ายักษ์ทำอะไร…

“เราต้องการเสาสูงๆสักต้นหนึ่ง”

เจ้ายักษ์ก็ดีดนิ้วอีกหนึ่งครั้ง แล้วเสาที่สูงมากก็ปรากฏขึ้น อลาดินสั่งต่อทันที…

“เอาล่ะ เราต้องการให้เจ้าปีนขึ้นไปจนถึงยอดเสา พอเจ้าปีนขึ้นไปถึงแล้วเจ้าก็ปีนลงมา พอเจ้าถึงข้างล่างแล้วก็ให้ปีนขึ้นไปใหม่ ปีนขึ้นปีนลงอย่างนี้ ห้ามหยุด”

เจ้ายักษ์จำต้องทำตามที่เจ้านายสั่ง มันจึงปีนขึ้นปีนลงเสาต้นนั้น

อลาดินพูดกับยักษ์ว่า…

“เจ้าปีนไปอย่างนี้นะ ห้ามหยุด ตอนนี้เราจะไปนอนก่อนล่ะ พอพรุ่งนี้เช้า เราจะเรียกเจ้าลงมาแล้วเราจะใช้เจ้าต่อ ถ้าเราไม่มีอะไรจะใช้เจ้า เราจะให้เจ้ากลับไปปีนเสาขึ้นลงเช่นนี้ใหม่”

ด้วยวิธีนี้จึงทำให้อลดินอยู่ได้อย่างเป็นสุขสืบมา


ยักษ์ในนิทานเรื่องนี้เปรียบได้กับจิตใจของเรา เมื่อยักษ์มันไม่มีการควบคุม มันจะกลับมากินอลาดิน จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่ควบคุมจิตใจ มันจะล่องลอยและคิดนั่นคิดนี่ตลอดเวลา จิตใจที่ไร้การควบคุมมักจะวางแผนอยู่ตลอดเวลา มันจะสร้างปัญหา ความยุ่งยาก ความเครียด และความสับสนให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราไม่มีความสงบสุข มันเป็นการยากที่จะทำให้จิตใจเราหยุดคิด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ทำให้จิตใจของเรามีงานทำที่เราควบคุมได้

อลาดินให้เจ้ายักษ์ทำงานโดยสั่งให้ปีนเสาขึ้นๆลงๆ เสาเปรียบเสมือนลมหายใจของเรา เมื่อเราหายใจเข้าออก เราควบคุมจิตใจโดยให้มีสติอยู่กับลมหายใจ เราควรท่องคำภาวนาสั้นๆ ไปพร้อมๆ กับลมหายใจเข้าออก เราควรใช้ชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญที่เราเคารพบูชาหรือบทสวดมนต์บางบท ตัวอย่างเช่น สำหรับชาวพุทธ เราสามารถใช้คำว่า พุทโธ เมื่อเราหายใจเข้า เราก็ภาวนาคำว่า “พุทธ” เมื่อเราหายใจออก เราก็ภาวนาคำว่า “โธ” ในใจของเรา สำหรับชาวคริสต์ เราอาจใช้คำว่า “เยซู” เมื่อเราหายใจเข้าภาวนาคำว่า “เย” หายใจออกภาวนาคำว่า “ซู” สำหรับชาวมุสลิม เราอาจใช้คำว่า “อัลเลาะห์” เมื่อเราหายใจเข้า ภาวนาคำว่า “อัล” หายใจออกภาวนาคำว่า “เลาะห์” คำสวดมนต์ที่ขอแนะนำให้ใช้คือ “โซ-ฮัม” ซึ่งแปลว่า เราคือสิ่งนั้น ( จิตบริสุทธิ์ ) เมื่อเราหายใจเข้าภาวนาคำว่า “โซ” หายใจออกภาวนาคำว่า “ฮัม” หรือเราสามารถใช้การนับได้ดังนี้ เมื่อเราหายใจเข้าให้นับ “หนึ่ง” เมื่อเราหายใจออกให้นับ “หนึ่ง” อีกครั้ง เมื่อหายใจเข้าออกอีกครั้งให้นับ “สอง-สอง” ต่อไปเรื่อยๆ จนถึง “สิบ-สิบ” แล้วกลับมาเริ่มต้นนับ “หนึ่ง-หนึ่ง” ใหม่อีกครั้ง


การที่เรามีสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ช่วยให้จิตใจของเราไม่คิดฟุ้งซ่าน แล้วสร้างปัญหาตามมาให้กับเรา ในที่สุดเราจะค่อยๆ มีสมาธิมากขึ้นๆ และจิตใจของเราก็จะมีความสงบเยือกเย็น


**มีความสุขในการอ่านนะค่ะ**
ปล.เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกท่านนะค่ะ

จากคุณ : **jazz** - [ 21-10-2011 06.50.13 ]

Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com