LESLA : กระดานสำหรับนักเขียนและนักอ่าน
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
   
เพื่อนหญิง (ฟ้าใสในเงาจันทร์) ตอน เดินทางสู่คฤหาสน์จันทร์เจ้า



ตีพิมพ์ครั้งแรก เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551
ตีพิมพ์ครั้งที่สอง เดือนกันยายน พ.ศ. 2555

**สงวนลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนเมื่อปี 2551**

เรื่องนี้ ชื่อเดิมว่า เพื่อนหญิง We\'re Girlfriends
-----------------------------------------------------------------
ตอนที่ 2

เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น

พี่เขยขับรถไปส่งฟ้าใสที่สถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างทาง รุ่งฟ้าพร่ำตักเตือนสั่งสอนต่างๆ นานาให้ฟ้าใสดูแลตนเอง จนภาไทต้องซ่อนยิ้ม อดที่จะกล่าวสัพยอกภรรยาไม่ได้

“ระวังคืนนี้ ฟ้าใสจะนอนละเมอท่องที่พี่สาวบอกในรถไฟนะ”

“บ้าหรือไท” รุ่งฟ้าส่งค้อนให้สามี แต่ก็มีรอยยิ้มขำบนใบหน้า

ฝ่ายสาวน้อยฟ้าใส อดไม่ได้ที่จะปิดปากหัวเราะคิก

“แต่ยังไงๆ เราไม่เคยอยู่ไกลบ้านขนาดนั้น ก็ต้องดูแลตัวเองดีๆล่ะฟ้าใส”
คราวนี้ พี่เขยตักเตือนน้องสะใภ้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จ้ะพี่” ฟ้าใสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ ฟ้าใสก็รีบขึ้นไปนั่งตามหมายเลขที่นั่งในตั๋วโดยสาร ต่อจากนั้น ไม่เกินสิบห้านาที รถไฟคันยาวก็เคลื่อนขบวนช้าๆ ออกจากสถานี ฟ้าใสนั่งอยู่ริมหน้าต่าง อดไม่ได้ที่จะเหลียวไปมองข้างหลัง เธอเห็นร่างของพี่สาวและพี่เขยยืนอยู่ตรงชานชาลา ฟ้าใสมองจนภาพของคนทั้งคู่อยู่ไกลลิบ ความรู้สึกเดียวดายเกาะวาบเข้ามาในอก

รถไฟยังทำหน้าที่ของมัน วิ่งฉึกฉักต่อเนื่องไม่หยุด

‘อีกไกลไหมนะ? กว่าจะถึงสถานีข้างหน้า’ ฟ้าใสอดคิดอย่างรีบร้อนไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่า ระยะทางยังอีกยาวไกลนัก
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆโบกี้ เห็นมีหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่มาด้วยกัน กำลังพูดคุยหัวเราะร่าเริง ส่งเสียงค่อนข้างดัง แต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีว่าจะรำคาญอะไร

ฟ้าใสเลื่อนสายตากลับมามองหญิงวัยกลางคนที่นั่งตรงข้ามกับเธอ ที่ดูเหมือนกำลังนั่งหลับสนิท เธอผ่อนลมหายใจเหงาๆ แล้วขยับตัวเหยียดขาท่าสบายๆ และดึงหนังสือนิยายเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ

เนื้อเรื่องในนิยายทำให้หญิงสาวเพลิดเพลิน มันเป็นเรื่องราวของหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ที่เผอิญไปรู้จักกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์

ริมฝีปากอิ่มเรียวสวยของฟ้าใสปรากฏรอยยิ้มนุ่มละมุน เธอนึกค้านเบาๆในใจว่า
‘เป็นไปไม่ได้หรอก ใครที่ไหนหรือ...จะมีชีวิตรักที่โรแมนติกได้ขนาดนี้?’

สาวสวยยกมือเรียวปิดปากหาวเบาๆ ความมึนง่วงเริ่มครอบงำเข้ามา จากสาเหตุที่วันนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืด เลยทำให้ไม่ค่อยจะมีสมาธิอ่านหนังสืออีก เธอจึงปิดหนังสือนิยาย แล้วสอดเก็บเข้าไว้ในช่องหน้าของกระเป๋าหนังใบย่อมที่เธอเอามาไว้กับตัว แต่ก่อนจะหลับตาพัก เธอยังคิดคาใจในบางเรื่อง จึงล้วงมือลงในกระเป๋า เพื่อหยิบจดหมายที่นายจ้างตอบกลับมา ออกมาอ่านพิจารณาอีกครั้ง ข้อความในจดหมายบอกคร่าวๆว่า เธอมีคุณสมบัติตรงตามที่นายจ้างต้องการ และหน้าที่ของเธอคือ คอยติดตามนายจ้างหญิงคนนี้ ช่วยดูแลนายจ้าง จัดการเรื่องราวต่างๆ เสมือนเป็นเลขาส่วนตัว และต้องช่วยทำงานเอกสารบ้าง นอกเหนือจากนั้น...ก็ตามแต่ที่นายจ้างจะเห็นสมควร เงินเดือนที่ทางนายจ้างเสนอมา ค่อนข้างจะเป็นอัตราที่สูงทีเดียว ถ้าเทียบกับวุฒิการศึกษาของเธอ และนอกจากนี้ เธอก็ยังได้ที่พักและอาหารฟรีอีกด้วย เพราะเธอจะทำงาน และกินอยู่ ที่บ้านนายจ้างเลย

‘ดูจากถ้อยคำที่ใช้ ในจดหมายนี้ แน่นอนว่า นายจ้างเป็นผู้หญิง’ ฟ้าใสคิดต่อไปเรื่อยๆว่า
‘เธอแสดงความห่วงใยและเอาใส่ใจลูกจ้างดีทีเดียว อุตส่าห์ถามว่า เราต้องการให้ทางโน้นจัดเตรียมอะไรไว้ให้บ้าง? นี่แสดงว่า นายจ้างของเราคนนี้ ท่านต้องเป็นผู้ใหญ่ใจดีแน่นอน’

ฟ้าใสอมยิ้มบางที่เรียวปากอมชมพูระเรื่อ และคิดต่อไปอีกว่า
‘ท่านน่าจะเป็นสตรีวัยเกษียร หรือ อาจจะทำกิจการเล็กๆที่บ้าน ถึงได้ขอให้เราช่วยดูแลงานเอกสารด้วย หรือไม่ก็...ท่านมีลูกหลาน แต่ลูกหลานไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน ถ้าเป็นอย่างหลังนี้ แสดงว่า งานเอกสารที่ท่านกล่าวถึง ก็อาจจะเป็นงานของลูกหลานท่าน ที่แบ่งมาให้เราช่วยทำ’
หญิงสาวคิดเดาไปเรื่อยเปื่อย และเธอก็ค่อนข้างเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอวิเคราะห์จากจดหมาย เธอจินตนาการนายจ้างของเธอคนนี้ว่า ท่านจะต้องเป็นสตรีสูงวัย ที่มีรอยยิ้มอ่อนโยน และท่าทางโอบอ้อมอารี

หญิงสาวรู้สึกมึนหัวมากขึ้น และอ่อนเพลียลึกๆ เพราะนอกจากจะตื่นแต่เช้ามืดแล้ว แต่เมื่อคืนเธอก็หลับไม่ค่อยสนิท คงเป็นเพราะความตื่นเต้นมากไปหน่อย ฟ้าใสไม่เคยจากบ้านมาไกลขนาดนี้เลย

หญิงสาวพับเก็บจดหมายเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้ตกหล่นหาย เพราะจดหมายฉบับนี้ จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า เธอคือคนที่นายจ้างคัดเลือกให้ไปทำงานกับท่าน เมื่อเรียบร้อยดีแล้ว หญิงสาวก็นั่งพริ้มตาหลับ เพียงเพื่อพักผ่อนสายตาและสมองเท่านั้น

ฟ้าใสลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่ารถไฟหยุดจอดที่สถานีแห่งหนึ่ง เธอขยับเหยียดแขนขาเพื่อไล่ความเมื่อยขบ หญิงสาวมองไกลผ่านหน้าต่างกระจกไปยังทิวทัศน์ข้างนอกที่เป็นทุ่งนาโล่งๆ ที่ไกลตาถัดจากนั้น ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาวที่ดูเขียวชอุ่ม สีแมกไม้สดตัดกับสีฟ้าครามเบื้องบน เป็นภาพธรรมชาติที่ชวนให้รู้สึกสุขสบายตายิ่งนัก

การเดินทางคนเดียวเพียงลำพัง ทำให้หญิงสาวไม่กล้าหลับสนิท หญิงวัยกลางคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอตื่นแล้ว นางยิ้มให้ฟ้าใส แล้วลอบชื่นชมแม่หนูตรงหน้าในใจ ก่อนที่จะชวนพูดคุยตามประสาคนนั่งใกล้กัน

“หนูไปลงที่ไหนหรือ?”

“กรุงเทพค่ะ คุณน้าล่ะคะ?”

“บางปะอินจ้ะ” ฝ่ายนั้นตอบ แล้วถามต่อ

“เอ...หนูเป็นดาราหรือเปล่านะ? ผิวพรรณ รูปร่างหน้าตาสวยเชียว” คำถามตรงๆของนาง ทำให้ฟ้าใสยิ้มอ่อน เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ใช่หรอกค่ะ หนูไม่ใช่ดารา”

“บ้านอยู่กรุงเทพฯหรือจ๊ะ? ”

“เปล่าค่ะ หนูไปทำงานที่นั่น บ้านหนูอยู่เชียงรายค่ะ”

“บ้านลูกชายคนเล็กของน้าก็อยู่เชียวราย นี่น้าก็กลับจากไปเยี่ยมมันนี่แหละ ไปดูหลานน่ะ ลูกสะใภ้เพิ่งจะคลอดคนแรก”

“หรือคะ? เด็กผู้หญิง หรือ เด็กผู้ชาย?” ฟ้าใสยิ้มกว้าง พลอยตื่นเต้นไปกับน้ำเสียงปลาบปลื้มของแก

“ผู้หญิงจ้ะ น่ารักน่าเอ็นดู” แกยิ้มกว้าง ก่อนจะพูดต่อไปว่า “โตขึ้นมา สวยเหมือนหนูก็ดีสิ”

ฟ้าใสถูกชมตรงหน้าก็ไม่รู้จะตอบอะไรดี นอกจากอมยิ้มบาง

แล้วการสนทนาเบาๆ เพื่อฆ่าเวลาการเดินทางระยะยาวก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เพื่อนร่วมทางต่างวัย ที่รู้สึกถึงความเป็นมิตรต่อกัน ทำให้ฟ้าใสคลายความเหงาไปได้บ้าง


ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร

ฟ้าใสเดินลากกระเป๋าใบโตมาเรื่อยๆ เธอนึกถึงคำพูดที่คนรับใช้ในบ้านนายจ้างโทรมาบอกเธอทางโทรศัพท์เมื่อสองวันก่อนว่า จะมีคนไปรอรับเธอที่สถานีรถไฟ หญิงสาวจึงตรงไปยังจุดที่นัดพบ

เธอเหลียวซ้ายแลขวา ผู้คนยิ่งมายิ่งหนาตามากขึ้น ฟ้าใสทอดถอนใจยาว เธอเริ่มรู้สึกวิงเวียนกันฝูงชนที่เดินผ่านหน้าไปมา การนอนหลับในรถไฟที่โยกเยกไปมา มันไม่ได้ช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลยสักนิด แต่อย่างน้อย ก็ยังดีที่ได้พักสมองและสายตาเท่านั้น

โชคดีเหลือเกิน ที่เธอไม่ต้องยืนรอนาน เพราะคนขับรถของนายจ้างซึ่งมาดักรอรับเธออยู่ก่อนแล้วหาเธอจนพบ ชายผู้นี้ มีชื่อว่า นายสิน เขามีอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ นายสินถือรูปถ่ายของฟ้าใสติดมือมาด้วย และยังถือเอกสารการสมัครงานของเธอเอามาให้เธอดู เพื่อเป็นการยืนยันว่า เขาเป็นคนของนายจ้างเธอจริงๆ

นอกจากนายสินแล้ว ยังมีสาวรับใช้ตามมาด้วยอีกคน เด็กสาวคนนี้อายุราว 16-17 ปี ใบหน้ากลมเกลี้ยง ตัดผมบ็อบสั้น เธอแนะนำตนเองกับฟ้าใส ว่าเธอชื่อ บัวขาว

บัวขาวยิ้มกว้างให้ฟ้าใส มองหญิงสาวอย่างชื่นชมในความสวยสะดุดตาของเธอ ในขณะที่ฟ้าใสได้แต่ยิ้มอ่อนกับเธอ เพราะความรู้สึกที่เพลียจากการเดินทาง

นายสิน และบัวขาวต่างช่วยรับสัมภาระจากฟ้าใส และนำพาเธอไปยังรถที่จอดอยู่ในบริเวณที่จอดรถ ฟ้าใสนั่งสบายที่เบาะหลัง กลิ่นอโรมาหอมสดชื่นในรถยนต์คันหรู ทำให้ความอ่อนเพลียของเธอเบาบางลง

ขณะที่รถยนต์คันงามวิ่งไปตามถนนทางหลวง ฟ้าใสก็ถือโอกาสชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครในยามราตรีไปด้วย แสงสีสองข้างทางดูวูบวาบละลาน ผู้คนยังเดินอยู่บ้างตามไหล่ทาง ร้านเรือนอาคารข้างทางยังเปิดแสงไฟสว่าง หญิงสาวนึกไปถึงบริเวณหมู่บ้านที่เธอจากมา ค่ำคืนของที่นั่นสงบเงียบ และมีเพียงแสงไฟวับแวมจากบ้านเรือนของคนในหมู่บ้านเท่านั้น

ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถคันหรูที่นายสินขับ ก็เลี้ยวปราดผ่านประตูรั้วเหล็กดัด แล้วเคลื่อนตัวช้าๆไปบนถนนคอนกรีตสีขาวที่ตัดผ่านสนามหญ้ากว้าง และที่ริมทางถนนเล็กๆนี่ ก็มีกลุ่มไม้ดอกไม้ดัดที่ถูกจัดเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ฟ้าใสมองเห็นดอกไม้ที่บานสะพรั่งจากแสงสว่างของโคมไฟที่อยู่บนเสาต้นสูงซึ่งเรียงเป็นระยะๆข้างถนน

ภาพข้างหน้าคือ คฤหาสน์ใหญ่หลังสีขาวที่โอ่อ่าตระการตา รถยนต์แล่นช้าเข้าจอดเทียบตรงหน้าบันไดหินอ่อนหน้าตึก บัวขาวรีบกระวีกระวาดลงจากรถ และช่วยยกกระเป๋าเดินทางใบโตของฟ้าใสลงมาวางไว้ที่บันไดหินอ่อน
สักครู่ ก็มีเด็กรับใช้ในบ้านอีกหนึ่งคน เข้ามาช่วยลำเลียงกระเป๋าที่หนักอึ้งเข้าไปในตึกสีขาว

บัวขาวชวนเชิญฟ้าใส ให้เข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก มีเด็กสาวอีกคนหนึ่งยกชามข้าวต้มกุ้งที่กำลังมีควันขึ้นกรุ่นส่งกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟฟ้าใส พร้อมกับมีน้ำใบเตยใส่น้ำแข็งมาวางไว้ให้ด้วย

“คุณท่านบอกว่า ให้คุณนั่งรับประทานไปก่อนค่ะ อีกสักสิบห้านาที ท่านจะลงมา” เด็กสาวคนนั้นบอกฟ้าใส

“ขอบใจจ้ะ” ฟ้าใสกล่าว เด็กสาวยิ้มพยักหน้า แล้วหันกายออกไปจากห้อง

ฟ้าใสยกแก้วน้ำใบเตยขึ้นจิบ รสหวานอ่อนๆหอมสดชื่น ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเยอะ หญิงสาวแตะข้าวต้มไปไม่ถึงครึ่ง เพราะยังรู้สึกระโหยอยู่

เกือบจะยี่สิบนาที ก็มีสตรีสูงวัย อายุราวห้าสิบกว่า รูปร่างท้วมผิวขาว แต่งกายดี บุคลิกงามสง่า เดินนุ่มนวลเข้ามาในห้องรับแขก
ใบหน้าสวยงามอาบรอยยิ้มอบอุ่นเป็นมิตรให้ฟ้าใส ฟ้าใสจึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วยกมือไหว้ สตรีท่านนั้นรับไหว้ และพูดทักทายฟ้าใสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

" เป็นยังไงจ๊ะหนู เดินทางเหนื่อยมากไหม?”

“ นิดหน่อยค่ะ” ฟ้าใสตอบด้วยท่าทางนอบน้อม

สตรีท่านนี้ยิ้ม พยักหน้ารับคำ แล้วกล่าวแนะนำตนเอง

“ฉันเป็นคุณป้าของเจ้าของบ้าน"

ท่านแนะนำตนเอง การพูดจาของท่านเนิบๆ และฟังชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่านกล่าวต่อไปอีกว่า

"เจ้าของบ้านหลังนี้ ชื่อว่า คุณจันทร์เจ้า เป็นคนที่หนูจะต้องมาทำงานด้วย”

---------------------------------------------------------------
ช่วงคุยกับไรท์ Writer

Wow wow wow...เอาล่ะสิ ท่านผู้อ่าน...
ฟ้าใสเดาผิดเสียแล้ว.....เจ้านายคนนี้ ไม่ใช่สุภาพสตรีสูงวัยอย่างที่เธอคิด
แล้วเจ้านายของเธอคนนี้ จะเป็นอย่างไรหนอ?
ตอนต่อไป เรามาลุ้นกันนะคะ

จากคุณ : รมิดา - [ 24-03-2019 12.48.27 IP:171.97.221.55 ]



ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
ความคิดเห็น
Embed
ไฟล์ประกอบ
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
ชื่อ / e-mail
แจ้งทางอีเมล์
เมื่อมีผู้ตอบ
ไม่ต้องแจ้ง แจ้ง  ที่อีเมล์
ตัวอักษรที่คุณเห็น
 
Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com