LESLA : กระดานสำหรับนักเขียนและนักอ่าน
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
   
เรื่อง......แค้นรักปราถนา



รสรัก..........ตอน แค้นรักปรารถนา

ในสายฝนพรำๆ ของเย็นวันหนึ่ง ภาพหญิงสาว ผิวขาวบอบบาง
กำลังหอบแฟ้มงานไว้ในอ้อมกอด
เธอกระชับเสื้อตัวนอกเข้า เพื่อปกป้องงานที่เธอตั้งใจทำมาอย่างดี
พลางเดินลัดเลาะชายคาอาคาร เพื่อตรงไปยังรถเก๋งคันเล็กๆน่ารักของเธอ ณ.ลานจอดรถ

ร่างบางระหง ผมยาวสลวยเป็นลอน มองไกลๆยังสะดุดตาได้ขนาดนี้เชียวหรือ

สายตาคู่หนึ่งมองเธอมาจากอีกฝากหนึ่งของถนน จากภายในรถเก๋งคันใหญ่ที่ติดฟิล์มค่อนข้างมืด
เก๋งสีดำคันนั้นจอดรออยู่นานแล้ว เพื่อดูให้แน่ใจว่า
..............ใช่เธอคนนี้แน่ๆ......เจส จริยา................

รุ่งขึ้น
ขณะที่พนักงานทุกคน ในสำนักงานกำลังเข้าประจำที่โต๊ะทำงานของตน
หญิงสาวเพื่อนร่วมงานก็เดินตรงมาหา เจสแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“น้องเจส..........ผู้จัดการเรียกพบค่ะ”
“ตอนนี้เลยรึเปล่าคะ...........พี่แก้ม”
“เดี๋ยวนี้เลยจ่ะ”

“เอ..............มีเรื่องอะไรหรือคะ....บอกได้ไหมพี่..”
“อืม...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ....รีบๆไปเถอะ”

เจสลุกขึ้นหายใจลึกๆสองสามครั้งเพื่อเตรียมใจ เธอคิดไปต่างๆนาๆ
ว่ามีอะไรที่เธอทำผิดพลาดบ้างหรือเปล่า
ในชุดเรียบๆ ธรรมดาๆ ตามประสาสาวออฟฟิตนั้น เธอก็ไปหยุดยืนสงบเสงี่ยม
อยู่หน้าโต๊ะของผู้จัดการ

“นั่งซิ”
“ค่ะ”
“ผมจะเริ่มโดยไม่อ้อมค้อมละนะ ผมจะให้คุณย้ายไปทำงานในส่วนอื่น”
หญิงสาวมองกลับไปด้วยความงงงวย
นี่เธอทำงานพลาดตอนไหนกันนะ เธอเริ่มผูกคิ้วสงสัย ก่อนที่ผู้จัดการชายวัยกลางคน
จะเอ่ยต่อไปอีกว่า
“อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นซิ ผมกำลังแจ้งข่าวดีต่างหาก.....คุณจะได้เพิ่มเงินเดือน
เลื่อนตำแหน่ง และได้รับงานที่ดีขึ้นนะ.......อะแฮ่ม...เพียงแต่คุณต้องย้ายไปทำที่บริษัทอื่น”

“ห๋า....อะ เอ่อ ทำไมละคะ ที่ไหนหรือคะ....แล้ว...แล้ว”
“ใจเย็นๆ ฟังผมให้จบก่อน..คืองี้นะ PB กรุ๊ป..ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ที่ควบคุมบริษัทเราอีกที..
..เขาต้องการพนักงานไปเพิ่ม และต้องการคนที่ทำงานได้เลย ไม่ต้องสอนอะไรมาก..”

“แต่ดิฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรนักนี่คะ.....และยังมีคนเก่งๆอีกหลายคน”
“ผมเองก็ไม่เข้าใจหรอกนะ เอาเป็นว่าคุณทำตามนี้แหละ”
“ผู้จัดการคะ แล้วทำไมถึงเป็นดิฉันล่ะ”
“อื่ม.....อย่าถามเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมรับคำสั่งมาอีกที”ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจจริงๆ
เพราะเขาส่งรายชื่อพนักงานไปหลายคนทั้งที่มีประสบการณ์และความสามารถ
กลับไม่มีการเลือกในรายชื่อนั้นแม้แต่คนเดียว
แล้วจู่ๆก็ส่งชื่อมาเอง....นางสาว จริยา สิทธิรัตนกุล.......อายุ24ปี..

ซึ่งเรื่องนี้ออกจะแปลกๆอยู่

....................................................................................................................................


ณ.PB กรุ๊ป
เจส จริยา เริ่มเข้าทำงานที่ใหม่ ทุกๆคนในที่ทำงานดีกับเธอมาก
ทุกอย่างก็ดูราบรื่นไปหมด งานแบบใหม่ โต๊ะใหม่ สถานที่ใหม่ ดูโอ่อ่ากว่าเดิมหลายเท่า
และเธอก็ทำงานได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องแต่ประการใด

จนล่วงเข้าเดือนที่ สามของการทำงาน
ในขณะที่กำลังจะเริ่มงานในเช้าวันหนึ่ง
พนักงานที่โต๊ะติดๆกัน เรียกได้ว่า บ้านใกล้เรือนเคียง
กล่าวสนทนากันอย่างออกรส หลายๆเรื่อง ทั้งข่าวสารบ้านเมือง และเรื่องส่วนตัว
..........
“พี่วรรณคะ...........แผนกเราน่าจะหาเวลาไปเที่ยวกันบ้างนะคะ” ปอยเพื่อนโต๊ะข้างๆเอ่ยขึ้น
“ก็ดีนะ”บีอีกโต๊ะนึงช่วยเสริม พี่วรรณหันหน้ามาพูดใส่สาวๆว่า
“เฮ่อ...พี่จะได้ไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ไหนจะลูก ไหนจะคนที่บ้านอีก....ไปกันเถอะแม่สาวโสด”

แอนที่นั่งเติมหน้า ดัดขนตาจึงพูดบ้าง
“เจส....สนใจไปด้วยกันไหมล่ะ”
“ไป...ก็ไปซิ.........”หญิงสาวยิ้มส่งเป็นการตอบรับ

“อ้อ วันนี้จะมีคณะผู้บริหารมาใช้ห้องประชุมนะ พวกเธอก็เตรียมเอกสารให้พร้อมล่ะ..
พอพี่เข้าประชุมแล้ว เจสกับแอน ทำแฟ้มที่เพิ่งได้มาใหม่เลยนะ ส่วนบีกับปอยเตรียมตอบคำถาม
พวกรายละเอียดต่างๆไว้ ถ้ายังไง พี่จะเรียกเข้าไปอีกที”
พี่วรรณสั่งงานลูกน้องในแผนกของตน


.................................................................................................
วันนี้อากาศดีเป็นยามเช้าที่แสนจะสดชื่น ภายในหมู่บ้านสุดหรูอันประกอบไปด้วย
.......ทิวทัศน์แสนสวยงาม.......
บรรยากาศร่มรื่น มีถนนเส้นใหญ่ ตัดกับซอกซอยต่างๆ ที่จัดสรรไว้อย่างดี มีดอกไม้นานาพันธุ์
ประดับอยู่รายรอบ ต้นไม้ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ก็ถูกวางแบบไว้อย่างที่จินตนาการ

หยก ปาริชาต ไพศาลพานิชกุล
หญิงสาวร่างสูง ผิวขาวทองผุดผ่อง กำลังขี่จักรยานทรงสปอร์ต เพื่อเป็นการออกกำลังที่ดี
และรับวิวทิวทัศน์ที่ดี ไปในตัว เธอตื่นตั้งแต่เช้า อารมณ์ดีตั้งแต่เช้า ดูจะสุขใจเป็นพิเศษ
มากกว่าวันไหนๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งๆที่การงานยังวุ่นวายไม่ต่างไปจากเดิมนัก

และเพราะวันนี้จะมีประชุมกับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ณ.สถานที่ซึ่งเธอจะเจอกับคู่กรณีเก่า
“หวังว่าจะเป็นไปตามที่คิดไว้นะ” เธออดที่จะหวั่นใจไม่ได้เหมือนกัน

แต่ก็นั่นแหละ อีกนานกว่าจะถึงเวลานั้นเพราะเธอ นัดไว้แล้วว่า ประชุมเวลาบ่ายโมงครึ่ง

ขณะขี่จักรยานผ่านไปในหมู่บ้านอันแสนกว้างใหญ่ และผ่านสระน้ำอันแสนสะอาด
กว้างสุดลูกหูลูกตา เธอก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เธอเตรียมการมานานพอสมควร
เธอยิ้มมุมปากอย่างสมใจพลางคิดถึงหน้าเรียวๆของคนๆหนึ่ง
“เจส เธอหนีฉันประสาอะไร ไม่เห็นจะหายากตรงไหนเลย”
“หึหึ แถมยังกลายเป็นลูกไก่ในกำมืออย่างง่ายดายอีก”

เมื่อลมระเรื่อยพัดมาตีหน้าอย่างสดชื่นเธอก็ยิ้มกับตัวเองอีกครั้ง
ยิ้มอย่างกับได้ชัยชนะครั้งใหญ่ก็ไม่ปาน

ปั่นจักรยานจนครบหนึ่งชั่วโมง ก็บรรจบครบรอบมาจอดอยู่หน้าบ้านพอดี

เป็นบ้านขนาดกลางที่เธอซื้อไว้และเข้ามาอยู่เพียงคนเดียว
นานๆครั้งจะมีแม่บ้านจากคฤหาสน์หลังใหญ่จากอีกมุมเมืองหนึ่ง มาทำความสะอาดให้
และนานๆครั้งที่เธอจะกลับไปอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ..........ที่นั่น

เธอมักให้เหตุผลว่า ที่นี่ใกล้ที่ทำงาน
ซึ่งทุกๆคนในบ้านสรุปได้เองว่า เธอพูดไม่จริง เพราะที่ทำงานของเธอมีตั้งหลายแห่ง
หมู่บ้านแห่งนี้ ใกล้เคียงแค่ที่เดียว
คือที่ PB กรุ๊ป สำนักงานใหญ่ นั่นเอง

..................................................................................................

ประชุม
ห้องประชุมถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อย
เจสเข้าไปตรวจสอบอีกที เพราะเธอต้องวางเอกสารให้ตรงกับสมาชิกที่เข้าประชุมแต่ละคน
และเริ่มการพิจารณางานร่วมกันตามเอกสารนั้น
เธอดูรายละเอียดอีกที ทั้งตำแหน่งช่องลายเซ็นที่จะอนุมัติ ก็ใช้ดินสอกากบาทไว้บางๆ
เพื่อให้ง่ายต่อการเซ็นของท่านทั้งหลายอันถือเป็นนายจ้าง ของคนทั้งบริษัท

เจสกลับมานั่งที่โต๊ะของตน ง่วนอยู่กับแฟ้มงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำ
อึดใจนึงเธอจึงรู้สึกว่ามีใครมองมา
เธอเงยหน้าไปทั่วและสะดุดเข้ากับร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูรายหนึ่ง
เธออดคิดไม่ได้ว่า
“เออ..........คนเรานี่แปลกแหะ รู้สึกได้เอง ว่ามีคนมอง”

แต่เอ๊ะ
นั่น..............คนคนนั้น

“คุณหยก” เจสแทบตะโกนออกมาด้วยอาการแบบนั้น แต่มันไร้เสียงใดๆ
เป็นกระแสเสียงเบาๆเพียงแค่ตนเองเท่านั้นที่ได้ยิน
เธอรีบก้มหน้าลง เพราะเธอก็ทำอะไรไม่ถูก

และเพียงได้เห็นปฏิกิริยาตรงหน้านั้น หยก ปาริชาต ก็ยิ้มเยาะทันที
“คนมันผิดก็ต้องก้มหน้างุดเป็นธรรมดา ละอายใจละซิ” คุณหยกเดินตรงมาหาเจส
และมองอย่างเฉยเมย
อึดใจนึงเธอก็เดินเข้าห้องประชุมไป

ตั้งแต่วินาทีนั้นเจสไม่อาจทำงานการอะไรได้ เธออยู่ในอาการมึนงง
รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อยากจะนอนซะให้ได้ ในหัววิงเวียน ร่างกายก็อ่อนเพลีย
พลันเรื่องราวบางอย่างก็ฉุดให้เธอยิ่งอ่อนแอมากขึ้น น้ำตามากมายที่ดันอยู่ภายใน
เหมือนจะพังเขื่อนขอบตาออกมา
แต่เธอก็จำเป็นต้องเก็บอาการไว้ ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ
หน้าสวยๆก็เริ่มแดงก่ำ

เจสไม่รู้ว่าการประชุมผ่านไปนานแค่ไหนแต่เธอต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
พี่วรรณส่งเสียงตามสายมาว่า
“เจส...เข้ามาที่ประชุมหน่อย เอาแฟ้มใหม่มาด้วยนะ”
“เอ่อ..เอ่อ...หา...แฟ้มงานใหม่น่ะหรือคะ”
“จ่ะใช่จ่ะ” เสียงพี่วรรณอ่อยๆอยู่ไม่น้อย

เมื่อเธอเข้าไปยังที่ประชุมเธอก็ต้องรับกับเหตุการณ์ที่เธอไม่คาดฝัน
“ผลิตภัณ์ใหม่ที่ส่งแฟ้มมา งานไปถึงไหนแล้ว” หนึ่งในผู้บริหารถามขึ้น
“เอ่อ...คือ” เจสได้แต่ยืนนิ่งไหล่ลีบ พูดตะกุกตะกัก เพราะเธอไม่ได้เตรียมตัวเข้ามาตอบอะไรทั้งนั้น
และนั่นก็เป็นแฟ้มใหม่ที่เธอยังไม่อ่านมันเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้คำตอบอะไรได้

“ดิฉันเพิ่งรับมาค่ะ ยังไม่ดำเนินการอะไรเลยค่ะ”เจสพูดความจริงออกไป
“อะไรกัน..แฟ้มนั่นให้มาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนนะ” หญิงร่างอวบนิ่วหน้าเพิ่มไปอีก
พี่วรรณจึงแย้งว่า
“ทางแผนกเราเพิ่งได้มาจริงๆค่ะ เดี๋ยวจะให้น้องเขาเร่งทำให้นะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ....
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะต้องออกมาสมบูรณ์ตามที่คาดหวังไว้แน่ๆ”

เจสทำตัวไม่ถูก ลมแอร์เย็นๆที่พัดมาตรงตัวเธอยิ่งทำให้หนาวเย็นยิ่งขึ้นไปอีก
เธอเหมือนตัวอะไรสักอย่าง ที่ถูกโยนลอยไปลอยมา แล้วก็หล่นตุ๊บลงบนพื้นหินแกรนิตแข็งๆ

ตอบอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ถูก ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รวมทั้งพี่วรรณหัวหน้างานก็ซีดได้ไม่แพ้กัน
แม้สถานการณ์ที่คาดคั้นจะมากมายสักแค่ไหนแต่สิ่งที่คาดคั้นบีบหัวใจยิ่งกว่า
คือสายตานิ่งๆของคนๆนั้น

ดูเหมือนเขาจะสะใจ ชอบใจ และเขาเน้นมุมปากเล็กน้อยแสดงความพอใจ
ด้วยสายตาอำมหิตสิ้นดี

พี่วรรณกล่าวกับผู้บริหารต่างๆอีกยืดยาว แล้วก็ส่งสายตาพยักหน้าให้เจสออกไปได้
เธอจึงรีบหันหลังกลับ แต่หูก็ได้ยินประโยคหนึ่ง จากน้ำเสียงหนึ่ง ที่คุ้นหูมานานแสนนาน
“ถ้าไม่ได้เรื่องนัก หยกจะคุมงานนี้เองค่ะ”

.....................................................................................

แฟ้มพิฆาต วงจรชีวิต
หลังจากวันนั้นเจสก็กลับมาอ่านแฟ้มงาน วางแผนงาน และกระจายงาน
ตลอดสามวันหลังจากหน้าแตกในที่ประชุม เธอก็ไม่ได้เจอคนๆนั้นเลย
ยิ่งเอามาปนกับงานใหม่ก็ยิ่งปวดหัวหนัก
“อะไรกันเนี้ย.........งานเดียว 2 ผลิตภัณฑ์ ใครมันช่างคิดนะ
แล้วก็นะ มันเข้ากันตรงไหน ลิปสติกกับเจลล้างหน้า”

“เฮ่อ”

ลิปสติกที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ และ เจลล้างหน้าจากว่านหางจระเข้
อื่ม ขายคู่กัน แล้วยังต้องออกแพ็กเกจใหม่อีก
เจส เอามือกุมหัว แล้วจดเนื้องานคร่าวๆ........จ้างดาราเป็นพรีเซ็นต์เตอร์เอย บริษัทโฆษณาเอย
แผนการผลิตเอย จำนวนการผลิต วัตถุดิบ โรงงานต้นทาง ไหนจะนักออกแบบผลิตภัณฑ์
แล้วก็แผนงานระยะยาว การเปิดตัวสินค้า
ทั้งหมดเธอแค่ร่างๆเอาไว้ เพราะงานแบบนี้ต้องทำกันหลายคนหลายฝ่าย
พี่วรรณหัวหน้าเธอคงจะเหนื่อยไม่น้อยแน่ๆงานนี้
แค่สินค้าตัวเดียวก็งานยุ่งตามมามากมายอยู่แล้ว แต่นี่ต้องคูณสองเข้าไปอีกจากสินค้า สองตัว

ที่สำคัญการทำงานที่มี คนๆนั้นควบคุม คงจะยุ่งและเหนื่อยใจมากขึ้นเรียกได้ว่า
เหนื่อยคูณร้อยไปเลย........ง่า

ถึงตอนนี้ วงจรชีวิตของเจสก็ร่อแร่เต็มที นี่ก็ไม่ได้หลับได้นอน กินก็ไม่อิ่มท้อง
แถมกังวลไปต่างๆนาๆ

และถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด เธอก็ยังหอบงานมาทำต่อที่บ้าน
“พี่เจส ไปเที่ยวกันเถอะ” น้องสาวคนสวย ส่งเสียงออกมา ทั้งที่เจ้าตัวอยู่ในครัว
“แคทไปเหอะ พี่งานยุ่ง”
“อะไรกัน งาน ก็ทำวันทำงานซิ.....นี่วันหยุดนะ”เสียงน้องสาวออดอ้อน พลางเดินมาหา
“............” เจสได้แต่ทำหน้าเซ็งให้ดูเป็นคำตอบ
สุดท้ายแคทจึงออกไปเที่ยวกับเพื่อนแทน

เสียงโทรศัพท์ของเจสดังขึ้น
“คะ....พี่วรรณ”
“เจส แฟ้มงานลิปสติกกับเจลล้างหน้าน่ะ ช่วยเอาไปให้คุณหยกทีได้ไหม....
.....บ้านคุณหยกก็ไม่ไกลจากบ้านเธอนะ เร่งด่วนเลยนะ”
“แต่พี่วรรณคะ เจสไม่รู้จักบ้านของคุณหยกหรอกค่ะ”
“ก็หมู่บ้านเวียงวรินทร์ไง.......เถอะน่า...ถามยามเอาหาไม่ยากหรอก.....”
“เดี๋ยวเจสโทรฯกลับนะคะ ขอโทรหาแอนก่อนจะได้ไปเป็นเพื่อนกัน” แล้วเจสก็ตัดสายทันที

แต่เมื่อเธอโทรหาแอน กลับต้องผิดหวัง เพราะแอนติดธุระไปต่างจังหวัดตั้งแต่เช้า
เธอคิดหาวิธีต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้า คุณหยก แต่เธอก็คิดไม่ออก
ได้แต่เดินกลับไปกลับมา

ตัดสินใจโทรหาพี่วรรณ
“พี่วรรณคะ เจสว่าค่อยส่งแฟ้มไปวันจันทร์ดีกว่าค่ะ คือเจสติดธุระนะค่ะวันนี้”
“เฮ้ย...ไม่ได้ วันนี้วันเสาร์ กว่าจะถึงวันจันทร์คุณหยก ก็เอาตายกันพอดี”
“พี่ไม่ต้องห่วงค่ะ เจสอธิบายเขาเอง”
“แค่เอาไปให้เฉยๆน่า”
“เจสอธิบายเขาเองค่ะ” เจสยืนยันหนักแน่น นพวรรณจึงได้แต่ทอดถอนใจ
แปลกใจนัก ปกติเจสเป็นคนสู้งานไม่หนีอะไรง่ายๆ และทุ่มเททำให้ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือเปล่า
ครั้งนี้กลับเลี่ยงไปซะเฉยๆ

นพวรรณโทรบอกคุณหยกถึงแฟ้มงานที่จะไม่ได้ไปในวันนี้
“ไม่เป็นไร คุณวรรณ เดี๋ยวดิฉันจะไปขอคำอธิบายเอง”
“คุณหยกรู้จักบ้านเช่า ยัยเจสหรือคะ”
“รู้” “แค่นี้นะคะคุณวรรณ” หยกมองไปยังที่อันแสนไกล ใบหน้าสวยๆของยัยนั่นก็ลอย วนไปวนมา

ปาริชาต สตาร์ทรถเก๋งคันใหญ่กำลังจะออกจากบ้าน พลันเธอคิดขึ้นได้ก็หยุดรถทันที ทันเท่าความคิด
เธอเปลี่ยนใจ ดับเครื่องยนต์แล้ว หันไปหาจักรยานสปอร์ตคันเท่ห์
นี่แค่ตัดซอยไปตามทางเล็กๆก็ถึงบ้านยัยนั่นแล้ว
ดีหละฉันจะได้หาเรื่องแกล้งเธอให้มากขึ้นไปอีก

ที่หน้าบ้านหลังเล็ก
ทั้งบ้านดูสะอาดสะอ้านดี มีรถยนต์คันเล็กน่ารัก สีฟ้าจอดนิ่งอยู่
“หึ ฝุ่นเกาะจนรถดูหมองไปเลย.....คงไม่ว่างล้างรถเลยซินะ” หยกคิดอยู่ในใจ
รั้วเหล็กหน้าบ้านเพียงแต่คล้องกุญแจไว้ ประตูบ้านก็เปิดอยู่ “ช่างไม่ระวังอะไรเลย”
ปาริชาตถือโอกาสเดินเข้าบ้านไปโดยมิได้ส่งเสียงเรียกเจ้าของบ้านแต่ประการใด

ภาพที่เห็นคือ สาวร่างบางที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะเตี้ยๆที่นั่งติดพื้น พร้อมด้วยแฟ้มงาน
เอกสารมากมาย ซ้ายขวาหน้าหลัง

หยกเผลอตัวมองไปอย่างห่วงหา เพราะร่องรอยเรื่องราวต่างๆในอดีตยังไม่จางหายไป
เธออดใจไม่ไหวเอ่ยเรียกด้วยเสียงเบา
ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความห่วงหาอาทร
“เจส”
เจสที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะเริ่มรู้สึกตัว เธอเงยหน้าขึ้น ด้วยสายตาพร่าเบลอ เธอสงสัยเพียงว่า
นี่เธอฝันไปอีกแล้วใช่ไหม ทำไมพี่หยกถึงมาอยู่ในความฝันของเธออีกแล้ว
“อ่า......พี่หยก”
นี่ความฝันกระมัง พี่หยกมีสีหน้าอ่อนโยน เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด
“พี่...........เจสรักพี่นะ.......”
พลันสีหน้าเรียบเฉยนั่น ทำไมต้องมาซ้อนหน้าหวานๆเอาไว้ด้วย
เอ๊ะ...........นี่คุณหยกนี่หว่า
และปาริชาตเองก็เพิ่งนึกออกว่า เธอไม่ควรญาติดีกับ...ยัยแห้งนี่
“เหรอ”
“...............”
“เธอรักได้ทุกคนเลยซินะ และเธอก็ใจดำเขี่ยทิ้งได้ทุกคนเช่นกัน” หยกมองหน้าของเจสอย่างไม่แยแส

ครู่นึงที่ต่างก็นิ่งงันและหลงไปกับความคิดของตน
ทั้งยังมั่นใจหนักหนาในความผิดของอีกฝ่าย หึ คนเลว
“หึ นางมารร้าย”

“เอ๊ะนี่.......คุณหยก ทำไมต้องมาว่ากันแบบนี้ด้วย”
“ก็เธอมันร้ายจริงๆนี่.......สาธยายสามวันก็ไม่หมด”

“งั้นคนที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น อย่างคุณก็เป็นคนที่โง่งม” เจสเริ่มขึ้นเสียง
“ทำไมฉันต้องฟังเรื่องโกหกด้วยล่ะ......คิดว่าฉันจะโง่ให้เธอหลอกไปสักแค่ไหนกัน” หยกสวนกลับ
“ฉันพูดความจริง ฉันไม่ได้โกหก”
“งั้นทำไม ฉันถึงต้องสูญเสียล่ะ” หยกขึ้นเสียงใส่ทันที

ภาพพี่ชายเพียงคนเดียวที่เป็นความหวังทั้งบ้าน ต้องตายจากไปนั้นมันทำให้ปาริชาตเจ็บปวด
ยิ่งหญิงสาวตรงหน้า ที่เธอรักปานดวงใจคนนี้ อธิบายเท่าไหร่ มันก็ยิ่งฟังไม่ขึ้นอยู่ดี
อีกทั้งเธอเองที่รู้สึกผิด กับการสูญเสียพี่ชายไป

เพราะในความเป็นจริงแล้ว
สาเหตุอาจมาจากเธอ
และต้นเหตุก็มาจาก นางมารร้ายคนนี้ เจส จริยา

จริยากลืนน้ำลายลงคอ พลางมองคุณหยกตาไม่กระพริบ
แล้วสลับไปมองประตู สายตานี้ส่งสัญญาณไล่อย่างชัดเจน
แถมยังปั้นปากเป็นการตำหนิการกระทำของอีกฝ่าย
ที่เข้าบ้านมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปาริชาต มองตา จริยาแข็งกร้าว
“เอาแฟ้มมา”
ยิ่งมองตากันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ฉุนจัดจนเรียกได้ว่า.......ของขึ้น.....
“เชิญเก็บไปเองซิ...ทั้งหมดนี่แหละ” เจสตะคอกกลับ
เงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านหน้า ซึ่งตอนนี้คุณหยกเองก็ก้มหน้าลงมาประชิด
หายใจรดกันอยู่ไม่ห่าง
“เธอกล้าดียังไง มาใช้ฉัน”
“คุณก็เห็นว่ามันวางกระจัดกระจายอยู่ ทำไมต้องตะโกนใส่หน้าฉันด้วยล่ะ”เสียงเจสเองก็เรียกได้ว่า
........ตะโกนออกไปเช่นกัน.......

“เอามา” ปาริชาตกระชากแฟ้มจากโต๊ะนั่น จริยาคะมำทั้งตัวลงกับโต๊ะ
เธอจึงลุกขึ้นยืน ประจันหน้าด้วย เพราะโกรธที่ทำให้แขนเธอเจ็บ

ในทันทีที่ดึงแฟ้มออก ข้อศอกของเธอก็โขกกับโต๊ะเสียงดังสนั่น จะไม่ให้เธอโกรธได้ยังไง
ทั้งสองยืนเอาเรื่องกัน ไม่ยอมลดละให้อีกฝ่าย
และการยืนประจันหน้ากันนั้น ก็เห็นได้ชัดว่าเจสตัวเล็กกว่าคุณหยกเป็นไหนๆ

ปาริชาตเหลือบไปเห็น อะไรบางอย่าง
เพียงแค่เห็น.....เธอก็อยากได้มันในทันที
..............ไดอะรี่.........ของเจสนั่นเอง

ปาริชาติก้มตัวลงพลางยื่นมือไปหยิบไดอารี่
ทันเท่าความคิดจริยาปัดมือของอีกฝ่ายออกทันที
“เสียมารยาท”
ทั้งคู่ยังแย่งไดอารี่กัน ให้ถึงที่สุด ปากก็ก่นด่าว่ากล่าวเหมือนกับเด็กๆ
“เสียมารยาทเป็นที่สุด จะขี้ตู่ไปถึงไหนนะพี่หยก”
“บอกว่าเอามาไงเล่า...เจส”
“ไม่”
จริยารู้ดีว่าหากหยกเปิดอ่านแม้เพียงหน้าแรก หรือหน้าใดๆก็ตาม จะรู้ทันทีว่าคนที่เธอรักนั้น
ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่หยก เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งในอดีต ปัจจุบันนี้ และต่อไปในอนาคต
เพราะฉะนั้นเธอจะยอมให้เอาไดอารี่ไปไม่ได้ ....ไม่ได้เด็ดขาด.....

...................................................................................

ขณะกำลังยื้อแย่ง
ถึงตอนนี้การยื้อแย่งที่เกิดขึ้นอย่างโกลาหล ก็ไม่อาจสรุปได้ว่าแย่งอะไรกันแน่
ไม่ว่าจะเป็น แฟ้มงาน ไดอารี่ หรือฉุดมือถือแขน เอาชนะกันและกัน

เพียงแต่หยกรู้สึกได้ว่า เจ้าเสื้อตัวโครง ใหญ่ย้วยของเจสนั้น มันช่างรุ่มร่ามนัก
อีกทั้งเนื้อตัวหอมกรุ่นๆ ที่เตะจมูกอยู่ทุกวินาทีที่ใกล้ชิดนั้นมันช่างน่าหลงใหล
หยกคว้าเอวกิ่วไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง พลางผลักดันร่างกายบอบบางของเจส
ไปติดชิดยังฝาผนัง

แล้วเธอจึงเริ่มทำในสิ่งที่เธอต้องการ กลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาจากซอกคอของเจส
ยั่วยวนให้หยกต้องซุกหน้าไปหาอย่างอดไม่ได้ หยกไซร้ต้นคอขาวผ่องสูดเอากลิ่นหอม
เข้าจมูกโด่งๆของตน สลับไซร้เรื่อยทั้งนุ่มนวลอ่อนหวานและรุนแรง

ปากก็ดูดผิวกายนวลลื่นเรียบ อย่างกับเนื้อผ้าชั้นดีของเจสไม่ปล่อย เรือนผมสยายเป็นเกลียวคลื่น
พันปะป่ายไปตามลำคอ หยกยิ่งอดใจไม่อยู่ยื่นจมูกโด่งๆเข้าเคล้าเคลียร์จนเจสอ่อนระทวย

เจสพยายามผลักไส แต่เรี่ยวแรงเธอช่างน้อยนิด ปกติเธอก็บอบบางอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ได้กินไม่ได้นอนเพราะงานอีก เธอก็ยิ่งไร้เรี่ยวแรงเข้าไปใหญ่ มือผอมบางพยายาม
ผลักไส ปกป้องตนเองให้มากเท่าที่มากได้ ที่สุดแล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะลูบไล้ไปตาม
เรือนร่างของผู้เป็นที่รัก และครั้งหนึ่งในอดีตเธอเคยได้ยินคำว่า รัก จากปากเขา

เจสถูกไซร้คอ ลามไปยังหัวไหล่และร่องอก จนตัวอ่อนไปหมด
เธอยืนพิงผนังบ้านจวนเจียนจะไม่ไหว
เธอทรุดฮวบลงทันทีที่อีกฝ่าย ดูดดื่มตัวเธออย่างเร่งเร้า
เอกสารที่วางกระจัดกระจายตั้งแต่แรก ถูกช่วงเวลาแห่งความชุลมุน ทำเอายับยู่ยี่ ปะปนกันไปหมด

ผมตรงดำขลับของคุณหยก ทำเอาเจส อดไม่ได้ที่จะแตะต้อง มันเป็นสัมผัสที่เธอคุ้นเคยมาก่อน
และเธอก็ชื่นชอบมันเสมอ
ในช่วงวันเวลาครั้งก่อนนั้น เธอเคยดูแลมันอย่างกับแพรไหม มีค่า
การบำรุงรักษาเส้นผมของหยกเธอทำอย่าง ถนุถนอมยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

เจสรวบผมยาวนั้นไว้ในอุ้งมือ พลางเคลียแก้มนวลของตนสัมผัสแผ่วเบา
เธอรับและรุกต่ออีกฝ่ายไม่ลดละ
ลิ้นเรียวของเจสแลบเลียริมฝีปากตน ก่อนจะส่งมันไปยั่วริมฝีปากอีกฝ่าย

เอ๊ะ.....นี่เธอ.......ยัยเจส
คุณหยกฉุกคิดขึ้นมาได้ นี่เป็นมารยาหญิง ที่เธอเคยทำมาก่อนนี่นา
ภาพเร็วๆต่างๆในอดีตวิ่งไหลวนเข้ามาสู่สมองของคุณหยก
ทั้งพี่ชายของเธอและตัวเธอเอง
ยัยเจส........ฉันจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือโง่ๆของเธอหรอกนะ
และนี่ มันช่วงเวลาแห่งการแก้แค้นของฉันต่างหาก

คุณหยกหันไปมองประตูที่แง้มอยู่ คิดเร็วๆว่า ต้องปิดมันลงซะก่อน........ที่เหลือ
ฉันจะให้เธอเจ็บและทรมานเอง ยัยนางมารร้าย

เจสยังคงหลงใหลไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ก็เธอรักคนๆนี้นี่นา..........

จู่ๆคุณหยกก็ฉุดกระชากลากถูเจสไปวางแหมะไว้บนโซฟา
แล้วเดินไปปิดประตูลง พลางกดล็อค แคร็ก.....

ไอร้อนแปลกๆที่คุณหยกส่งมา รุกเร้าจนเจสหวั่นไหว กิริยาท่าทางก็ไม่นิ่มนวลเหมือนเดิม
ทั้งยังก้าวร้าวรุนแรงไปหมดทั้งสิ้น
เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกรวบหัวรวบหาง และ....กินกลางตลอดตัว.....อย่างงั้นหละ

“พี่หยกคะ” เจสเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าคุณหยกรุนแรงแบบไม่ปราณีปราศรัยใดๆทั้งนั้น
“.....ก็ชอบอยู่ไม่ใช่เหรอ..”เสียงห้วนจัด
“ดะ ดะเดี๋ยวค่ะ เจสกลัวนะคะ”
“เชอะ เธออย่ามารยามากไปหน่อยเลย”
“......ฉันเกลียดนัก”
จบประโยคนี้ทุกอย่างก็พลิกผันไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ปาริชาตไม่ได้สนใจจิตใจ
ของคนตรงหน้าสักนิด ไม่ว่าจะอย่างไรทั้งสิ้นเธอเอาแต่ความต้องการของเธอเป็นหลักเท่านั้น
ส่วนอีกคน จะขมขื่น เจ็บช้ำในจิตใจเพียงใด นั่นไม่ใช่เรื่อง ที่เธอจะต้อง คำ นึง ถึง

..........................................................
จนเย็น
ปาริชาตตื่นขึ้นท่ามกลาง ห้องอันรกไปด้วยกระดาษเอกสารและโซฟาที่เคลื่อนออกจากที่ตั้งเดิมของมัน
สภาพห้องรับแขกอย่างกับผ่านศึกสงครามใหญ่อะไรสักอย่าง
ซึ่งนั่นดูไม่เหมาะจะเป็นห้องรับแขกสักนิด
เพียงแต่เจ้าของบ้านจำใจและจำยอมใช้มันรับแขกไปเรียบร้อยแล้ว



จริยานอนนิ่งกระชับผ้าห่มคลุมร่างกายไว้ น้ำตาค่อยๆไหลรินไปช้าๆ
เธอนิ่งงัน เหยียดริมฝีปากออกเม้มเป็นเส้นตรง ในใจอดที่จะนึกคับแค้นไปไม่ได้
พี่หยกเหรอ ไม่มีหรอก มีแต่คุณหยกที่แสนจะชั่วช้า เลวทราม ทำกับคนที่รักเขาได้อย่างลงคอ

ปาริชาตหยิบผ้าขนหนู หายเข้าไปในห้องน้ำ เธอทำเหมือนเธอเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทุกอย่างในที่แห่งนี้
เธอหยิบเสื้อผ้าของเจสมาเลือกดูแล้วก็ใส่ตัวที่ชอบ
ส่วนเสื้อผ้าตัวเองก็ใส่ตะกร้าเจ้าบ้านไว้
หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยดีแล้ว เธอจึงได้มองไปยังเจสตรงๆ
น้ำตาเจสที่ไหลเอื่อยๆอยู่เมื่อครู่ เริ่มจะไหลมากขึ้นอย่างช้าๆ
ปาริชาตมองด้วยความว่างเปล่า
เช่นนี้แล้วเธอก็ยังไม่รู้สึกสงสารเธอคนนั้นแต่ประการใด
และยังไม่เพียงพอกับที่ทำให้เธอ รู้สึกผิดต่อพี่ชายมาตลอดหลายปี


“เจส.......กุญแจรถอยู่ไหน” คุณหยกเอ่ยถามเสียงธรรมดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“..................” เจสนิ่งงัน แต่ก็อดงงไปไม่ได้ อะไรอีกหล่ะ คนๆนี้
แล้วเขาก็เดินไปมาพลางบ่นพึมพำ

“ฉันหาเองก็ได้........คงแขวนไว้มุมไหนสักมุมในบ้านนี่แหละ”
ปาริชาตเดินสำรวจไปทั่ว แล้วก็หยิบเสื้อผ้ามาวางให้เจส
“แต่งตัวซะก่อนซิ...........มาฉันช่วย”
แล้วก็เดินหายไปในครัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เจสอดที่จะ สับสนไปไม่ได้

พอคุณหยกได้กุญแจรถยนต์คันเล็กมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็กล่าวลา เจ้าของมันอย่างหน้าตาเฉย
“ฉันไปหละ......เก็บจักรยานที่หน้าบ้านให้ด้วยล่ะ...”

ปาริชาตกำลังถอยรถคันเล็กน่ารักออกจากรั้วบ้าน น้องสาวคนสวยของเจสก็กลับมาพอดี
โดยมีเพื่อนมาส่งแล้วก็ลากลับไป เพราะยังมีเพื่อนที่ต้องส่งอีกคนในรถ

แคทนิ่วหน้ามองตรงเข้าไปยังที่ประจำคนขับ..........เอ๊ะนั่น....ใคร......อ๊า.....ใช่พี่หยกไหมนะ
เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ พอดีกับที่คุณหยกลดกระจกลงทักทาย
“ไง.............ยัยแคท”
“สวัสดีค่ะ พี่หยก” สีหน้าแคทดูงงๆเป็นที่สุด นี่นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน
แต่เธอก็กล่าวทักทายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยกมือไหว้ ตามฐานะที่ควรกระทำ

“แล้วพี่เจสละคะ”
“อยู่ในบ้าน.......อ้อแคทนั่นจักรยานพี่เอง บอกเจสให้เก็บอย่างดีล่ะ....”

“แล้วนี่พี่จะเอารถพี่เจสไปไหนคะ”
“อืม ก็กลับบ้านไง บ้านพี่อยู่ไม่ไกลจากแถวนี้หรอกนะ......พี่ไปหละ”

แคทเดินเข้าบ้านอย่าง งงๆ แต่เมื่อเหยียบย่างเข้าสู่ตัวบ้านเท่านั้นเอง เธอก็หายงงในทันที
“พี่เจส..........”แคทเรียกเจสที่นั่งเงียบ ตาบวมช้ำเพราะการร้องไห้อย่างมากมายนั้น
“พี่เจส นี่พี่หยกเป็นคนทำใช่ไหม.....ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ แคทจะไปแจ้งความ”
“ไม่ต้องหรอก...”เสียงสั่นเครือของผู้เป็นพี่สาว บ่งบอกสภาพจิตใจได้ดีว่าหนักหนาสาหัสแค่ไหน

แคทนิ่วหน้า มองออกไปยังหน้าบ้าน ที่คนเลวๆคนนั้นจากไป แถมยังถือวิสาสะเอารถไปอีก
ว่าแล้วเธอก็ออกไปล้มจักรยานคันหรูนั่น ครืน ไปต่อหน้าต่อตา

“เจ็บใจนัก..........คอยดูนะ.....เรื่องนี้ต้องไม่จบง่ายๆแบบนี้แน่นอน”แคทแค่นเสียงออกมา
ทั้งยังหงุดหงิด ตีอกชกลม ไปต่างๆนาๆอยู่หน้าบ้าน จนพี่สาวต้องออกมาห้ามปราม
“พอเถอะแคท........พี่จะจัดการเรื่องของพี่เอง...ขอบใจนะน้องรักที่เป็นห่วงพี่”
ขอบตาแดง รื้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง






..............................................................
Looklove 26-02-2014


จากคุณ : looklove - [ 26-02-2014 23.08.51 IP:113.53.178.120 ]

ความคิดเห็นที่ 1


"""""""


จากคุณ : looklove - [ 26-02-2014 23.13.00 IP:113.53.178.120 ]


ความคิดเห็นที่ 2


""""


จากคุณ : looklove - [ 26-02-2014 23.14.57 IP:113.53.178.120 ]


ความคิดเห็นที่ 3



MV จากยูทูป คุณซันนี่เอคโย่ จ้า


จากคุณ : looklove - [ 26-02-2014 23.53.53 IP:113.53.178.120 ]


ความคิดเห็นที่ 4
สนุกเว่อร์
เศร้าไปนิสสสนุง
ตามงานคุนอยู่นะ


จากคุณ : ขาปะจำ - [ 26-02-2014 23.55.47 IP:171.6.219.162 ]


ความคิดเห็นที่ 5
มารอตอนใหม่
รีบมาน๊าาาา
ทวงๆๆๆๆ


จากคุณ : ขาปะจำ - [ 27-02-2014 07.51.54 IP:14.207.7.108 ]


ความคิดเห็นที่ 6
คุณ looklove คุณหายไปนานเลยอ่ะ อ่านซะไม่อยากให้จบเลย

กลับมาต่อไวไว นะค๊า


จากคุณ : เมรี ขาประจำอีกคน - [ 27-02-2014 15.07.39 IP:124.121.212.85 ]


ความคิดเห็นที่ 7
มารอออออ.
เก้อออออ
แงงงงงงง


จากคุณ : ติดนิยาย - [ 27-02-2014 20.23.23 IP:14.207.8.243 ]


ความคิดเห็นที่ 8
ชอบจังสนุกดี


จากคุณ : ออ - [ 27-02-2014 21.11.05 IP:111.84.66.138 ]




ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
ความคิดเห็น
Embed
ไฟล์ประกอบ
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
ชื่อ / e-mail
แจ้งทางอีเมล์
เมื่อมีผู้ตอบ
ไม่ต้องแจ้ง แจ้ง  ที่อีเมล์
ตัวอักษรที่คุณเห็น
 
Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com