LESLA : กระดานสำหรับคนวัยทำงาน
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
   
....บทความดีๆ ถึงตู้ปันสุข :) ......

ถึงตู้ปันสุข

——

ดีใจอยู่ไม่น้อยที่สังคมไทยมีอะไรแบบนี้สักที
ตู้แบ่งปัน ตู้ปันสุข ตู้อิ่มใจ จะเรียกอะไรก็แล้วแต่
การกระทำนั้น มันมาจาก “หัวใจ” แบบเดียวกัน
.
.
จำได้ว่าสมัยก่อน ตอนไปต่างจังหวัด
จะเห็นบ้านที่มีตุ่มน้ำพร้อมตะบวยกะลา อยู่ตรงประตู
ถามพ่อถามแม่ ก็ตอบว่า
“เจ้าของบ้านต้องการแบ่งปันน้ำให้กันคนผ่านไปผ่านมาได้ดื่มกิน”
.
.
โตมา
บางทีเห็นตรงซุ้มประตูหน้าบ้าน
บางทีเห็นวางไว้ตามมุมศาลาท่ารถท่าเรือ
นึกไปก็ตรงกับสำนวน “ดื่มน้ำดื่มท่า” หรือ “ให้น้ำให้ท่า”
ที่หมายความว่า “ให้หยุดพักให้สบายสักหน่อย”
.
.
เมื่อต้นปีไปเดินเท้าทางเหนือก็ยังพอเห็นตุ่มเหล่านี้อยู่บ้าง
ผ่านทีไรก็รู้สึกอนุโมทนาทุกครั้ง เพราะเห็นถึง “น้ำใจ” ของคนทำ
.
.
ถามว่าได้แวะดื่มบ้างมั้ย?
อันนี้ ยังไม่เคยลอง

——

แนวคิดนี้
ในต่างประเทศเห็นสักพักใหญ่ๆ แล้ว
เช่น โครงการ Little Free Library “ตู้ปันหนังสือ”
.
.
เขาจะทำกล่องขนาดย่อมๆ มีหลังคา
แล้วเอาหนังสือที่ต้องการแบ่งปันใส่ตู้เอาไว้
ใครสนใจเล่มไหนก็หยิบไปอ่านได้ฟรีๆ
อ่านจบจะคืนหรือเก็บไว้ก็ได้
.
.
ใครใคร่ให้ “ให้”
ใครใคร่อ่าน “หยิบ”
ตู้ว่างก็ “บ่เป็นหยัง”
.
.
ย้อนกลับไปวัยเด็ก
ตอนไปบ้านเพื่อนที่พ่อมันเป็นเจ้าของตลาด
ลูกหลานก็เยอะ คนงานก็แยะ
ห้องครัวแทบจะไม่เคยว่าง
.
.
แม่ครัวบอกว่า
“ที่นี่ต้องพร้อมเสมอ
อย่าง ๔ - ๕ ทุ่ม ใครไปใครมาก็ต้องทำให้กิน
จะปล่อยให้ใครอดไม่ได้”
เธอพูดเสร็จก็วางจานไข่เจียวร้อนๆ
แล้วเปิดฝาชีที่มีถ้วยชามใส่อาหารวางอยู่เต็ม
.
.
พวกเราเลยซัดกันเต็มที่
แม่ครัวก็ยิ้มดีใจ เจ้าของบ้านใจก็พองโต
.
�.
แถมอีกนิด
องค์กรใหญ่ๆ ของโลกอย่าง Google, Facebook
มีโรงอาหารขนาดใหญ่ มีเมนูมากมาย
กินได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา
ถือเป็นสวัสดิการของบริษัท ซึ่งได้รับความนิยมมาก
จนกลายเป็นว่า คนเก่งๆ จะเลือกสมัครงานที่ไหน
ก็จะดูสิ่งนี้ประกอบการตัดสินใจด้วย
.
.
ที่ชอบมาก คือ
ลูกจ้างกินกันอย่างไร CEO ก็กินอย่างนั้น

——

เรื่องให้และการแบ่งปันมีอีกมากมาย
.
.
ขอวกกลับมาที่กระแสข่าวอีกครั้ง
กับภาพ “ชาวบ้านรุมแย่ง” ของจากตู้ปันสุข
ที่โลกออนไลน์ได้เอามาโพสต์ แล้วแชร์ต่อๆ กัน
พร้อมคำถามว่า “ยังไหว หรือ ไปต่อ”
.
.
จิตใจ เราๆ ท่านๆ คงถูกหวั่นไหวกันพอสมควร
อาจจะเกิดคำถามขึ้นมากมาย
“ทำไมไม่เอาไปแต่พอดีนะ”
“อย่างนี้ต้องหาคนมาคุม?”
“คนให้เค้าจะรู้สึกยังไง”
.
.
หรืออาจจะมองในแง่ลบ
“ให้ไปก็เสร็จไอ้พวกนี้หมด”
“เห็นมั้ย สังคมไทยยังไม่พร้อม”
“นี่แหละนิสัยคนไทย”
.
.
ก่อนจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้
ใจที่ใส สะอาด สงบ อยู่ที่ไหนกันนะ?
ภาพข่าวที่เห็น ก็เห็นว่ามีอยู่ภาพเดียว ครั้งเดียว
แต่กลับแชร์วนกันไปกันมาเสียมากต่อมาก
.
.
แค่นั้นไม่เท่าไหร่
บางคนแอบใส่ข้อความบั่นทอนกำลังใจถมทับเข้าไปอีก

——

ตั้งสติกันสักหน่อย
หายใจสบายๆ
ขอชวนนึกภาพ
- งานโต๊ะจีนลิง ที่ลพบุรี
- ประเพณีชิงเปรต ภาคใต้
- พิธีเทกระจาดแจกข้าวสาร ของโรงเจ
- โปรยทานงานบวช
.
.
ท่านๆ จำได้หรือไม่ว่า
ตอนนั้น “แย่งกันเดือด ยิ่งกว่านี้เสียอีก”
คนให้ก็สนุก คนได้เห็นก็มันส์
.
.
แล้วทำไมข่าวนั้น ทำให้เรามีความสนุก
แต่พอมาถึงภาพข่าววันนี้ กลับรู้สึกบั่นทอนจิตใจ
หรือโควิดทำให้หัวใจแห่งความปรารถนาดีของเรามันเปลี่ยนไป?
.
.
นี่เป็นเรื่องของมุมมอง
ภาษาพระท่านเรียกว่า “ทิฏฐิ”
.
.
ถามว่า นักข่าวที่ไปถ่ายทำและคนที่แชร์ทัศนคติด้านลบนั้น
มีเจตนาอย่างไร? เคยเอาของเข้าตู้บ้างหรือไม่?
สิ่งที่ท่านทำคือการ “Share”
ที่แปลว่า “ให้” อย่างนั้นหรือ?

——

พระพุทธองค์ ทรงอุปมาการบำเพ็ญทานบารมีว่าเหมือนการคว่ำหม้อน้ำ
กล่าวคือ เมื่อให้ แล้วก็ “ให้หมด”
ไม่มีเหลือติดภาชนะไว้
ทั้งยังไม่มีความอาลัยอยู่ในทานที่ให้ด้วย
.
.
ผู้เขียนขอเปิดเผยความลับบางประการ
ผู้เขียนได้ทำการสังเกตญาติโยมที่เอาอาหารมาถวายพระอยู่เป็นประจำ
.
.
ใครรีบร้อนมา เขาถือถาดไหนถ้วยไหน ก็จะจำเอาไว้
พอเวลาเดินไปที่โต๊ะภัตตาหาร จะชำเลืองตามอง
คอยดูว่ามีใครชะเง้อคอดูพระตักอาหารอยู่หรือไม่
ประมาณว่า “พระท่าน จะตักของเรามั้ย?”
.
.
แต่ก่อนเห็นบ่อย
เห็นแล้วอดใจแกล้งไม่ได้
ก็จะเดินไปหยุดตรงถาดนั้นๆ
ทำทีจับทัพพี แล้วแอบดูอาการ
.
.
ทำแล้วก็สนุกดี พอหลังๆ มาก็เลิก
เพราะไม่รู้ว่า ถ้าตายกันตอนนั้น พระหรือโยมกันแน่
ที่จะเกิดเป็นแมลงวันเฝ้าถาดอาหาร
.�.
การให้ที่แท้จริงนั้น มันสำเร็จที่ “ใจ” ผู้ให้
ส่วนคนรับจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“แย่งกัน” หรือ “ไม่ตัก” บุญก็สำเร็จไปแล้ว
.
.
หากให้แล้วเป็นทุกข์
หรือให้แล้วต้องคอยมาคิดเล็กคิดน้อย
อย่างนี้ชวนหยุด “อย่าเพิ่งให้”
ทบทวนดีๆ ก่อน ว่า กำลังทำอะไรไปเพื่ออะไร
เป็นบุญใหญ่กว่าที่เรียกว่า “สัมปชัญญะ”

——

เมื่อตัดสินใจจะให้แล้ว
ก็ต้องมีสัมมาทิฏฐิประกอบด้วย
เบื้องต้นเลย คือการเชื่อกรรมและผลของกรรม
.
.
เจตนา “ให้” ได้รับผลเป็นความสุขใจในปัจจุบัน
เบื้องหน้าก็จะสมบูรณ์บริบูรณ์เรื่องโภคทรัพย์
.
.
แต่ถ้า “ให้” แล้วตระหนี่กังวล หน้าบูดหน้าเบี้ยว ก็ทุกข์ใจในปัจจุบัน
เบื้องหน้าก็จะตกอบาย พ้นอบายก็ยากจนข้นแค้นอีก
.
.
นี่อยู่ที่เราจัดการกับใจเรา
ตั้งหลักได้แล้ว ก็ค่อยขยายฐานใจของเราให้กว้าง
ใจเย็นๆ พิจารณาช้าๆ
.
.
คนที่เข้ามาแย่งกัน นั่นก็เพราะเขาไม่มีจริงๆ
ที่เอาไปเยอะ เขาก็อาจจะแบ่งญาติพี่น้องก็ได้
หรือเขาเอาไปขาย ก็ได้เงินมาเลี้ยงตนเองเลี้ยงครอบครัว
เขาเป็นเพียงปุถุชนที่ฐานะยากจน
เมื่อโอกาสอิ่มท้องมาถึง
ใครๆ ก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อนทั้งนั้น
.
.
หากถามว่า ไปต่อ หรือพอแค่นี้
ผู้เขียนก็เชียร์เต็มที่ ว่าให้ไปต่อเถอะ
ช่วยได้ช่วยไป หมดกำลังก็ให้คนอื่นช่วยบ้าง
แต่อย่าบั่นทอนกำลังใจกัน
.
.
ก่อนเอาของใส่ตู้ก็ชวนมาอธิษฐานสักนิด
ว่า “ขอให้อาหารสิ่งของที่เราให้นี้
ได้ช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังจะอดตาย
ให้คนที่จะฆ่าตัวตายได้มีความหวังในชีวิต
ให้ของเหล่านี้ ไปช่วยคนที่มี“ความทุกข์”
และขอให้ใจเขารู้จักกับ “ความสุข” บ้าง
.
.
เอาของใส่ตู้แล้ว
เอาสัมมาทิฏฐิใส่ใจด้วย
.
.
แค่นี้ใจของเราก็เบิกบาน แจ่มใส
เหมือนอย่างพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญทานบารมีแล้ว

——

ขอจบด้วยวิชาการสักหน่อย
คำว่า “share” ที่แปลว่าแบ่งปันนั้น
มีรากศัพท์เดียวกันกับคำว่า “shear”
ที่แปลว่า ตัดแบ่ง, ทำให้ขาด
ฉะนั้น “ให้แล้ว” ก็ “ให้ขาด“
.
.
ขอยักเยื้องไปถึงคำว่า “Cheer”
ที่แปลว่า “สิ่งที่สร้างความยินดี, ความดีใจ
,การบริการด้วยอาหารและเครื่องดื่ม,
การทำให้ใจชุ่มชื่น”
ถ้าให้แล้วก็ต้องยินดี ดีใจที่ได้ให้
ให้ทุกสิ่งที่แบ่งปันนั้นไปชุ่มฉ่ำในหัวใจของเพื่อนร่วมโลกของเรา
.
.
Cheer ให้ Share
และได้โปรดหยุดแชร์ให้ช้ำ

——

It’s not how much we give
But how much love we put into giving.
- Mother Teresa

ไม่ใช่ถามว่าเราได้ให้ไปเท่าไหร่
แต่ให้ถามว่า เรารักแค่ไหนในการให้
- แม่ชี เทเรซ่า

——

๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓
วัดสุนันฯ

จากคุณ : Sunshine - [ 13-05-2020 08.43.05 IP:182.232.147.118 ]

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ รู้สึกดีกับคำนี้
"....อุปมาการบำเพ็ญทานบารมีว่าเหมือน การคว่ำหม้อน้ำ
เมื่อให้แล้ว ก็ให้หมด ไม่มีเหลือติดภาชนะไว้ ทั้งยังไม่มีความอาลัยในทานที่ให้ด้วย...."

บันทึกข้อคิด
"คนบางคน แม้ถมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม, คนบางคนไม่เคยได้รับให้เพียงพอ
เหล่านี้เป็นประเด็นใหญ่ในใจคน, สกปรกข้างนอกยังเก็บกวาดได้ แต่ข้างในใจจะล้างยังไงให้สะอาดสดใส"


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 13-05-2020 09.32.28 IP:223.24.190.125 ]


ความคิดเห็นที่ 2
โพธิ์กับกระจกเงา (2)

………

(หมายเหตุ นี่เป็นบทสำคัญของเซน เป็นจุดเปลี่ยนเซนจุดหนึ่ง)

………

อาจารย์หงเริ่นรู้ดีว่า ไม่ช้าก็เร็วต้องหาคนที่มาสืบสายตำแหน่งพระสังฆปริณายกองค์ต่อไป จึงได้ทดสอบคุณสมบัติศิษย์ในวัดเพื่อหาผู้ที่มาสืบตำแหน่งนี้ต่อไป สั่งให้ศิษย์เขียนความเข้าใจเรื่องธรรมในรูปของโศลกคนละบทมาให้

ศิษย์ทั้งหลายก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องเขียนให้เสียเวลา เพราะเขียนอย่างไรก็คงสู้เสินซิ่วศิษย์เอกผู้ที่เฉลียวฉลาดที่สุดในวัดมิได้ และก็เป็นจริงตามนั้น เพราะโศลกของเสินซิ่วจับใจทุกคนที่อ่าน

เสินซิ่วเขียนโศลกไว้ดังนี้

กายนั้นคือต้นโพธิ์
จิตคือกระจกเงา
หมั่นเช็ดถูอยู่เสมอ
อย่าให้ฝุ่นละอองลงจับ

คำว่า 'โพธิ์' ในทางเซนมีความหมายถึงการตรัสรู้หรือการรู้แจ้ง สัญลักษณ์การตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้า ส่วนการเปรียบจิตเป็นกระจกเงามีรากมานานตั้งแต่โบราณ จวงจื่อ ปรมาจารย์แห่งลัทธิเต๋า เขียนไว้ว่า "มนุษย์ที่แท้ใช้จิตของเขาเช่นกระจกเงา"

เสินซิ่วเขียนแล้วก็ไม่กล้าให้อาจารย์อ่าน เพราะกลัวยังไม่ดีพอ เขาพยายามจะส่งงานที่เขียนให้อาจารย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เดินไปหาอาจารย์ก็ใจเต้นและถอยกลับ ภายในเวลาสี่วัน เสินซิ่วพยายามจะส่งงานให้อาจารย์ถึงสิบสามครั้ง แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนใจ เขาคิดว่า เขียนบนฝาผนังช่องทางเดินให้อาจารย์ผ่านมาเห็นเองดีกว่า หากถูกใจท่าน ก็ค่อยออกมารับหน้า หากไม่ถูกใจท่าน ก็แสดงว่าเซนที่เรียนมาหลายปีนี้สูญเปล่า

เมื่ออาจารย์หงเริ่นอ่านโศลกบทนี้แล้วก็หยั่งรู้ว่า เสินซิ่วยังไม่ได้เข้าใกล้จิตเดิมแท้ แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นโศลกที่ดี สั่งให้ศิษย์นำธูปเทียนมาบูชา และให้ศิษย์นำไปท่องบ่นเพื่อที่จะได้พิจารณาให้เห็นจิตเดิมแท้

ทว่ายามเที่ยงคืน อาจารย์หงเริ่นก็ให้คนไปตามเสินซิ่วมาที่หอ ถามว่า "โศลกบทนั้นเจ้าเป็นผู้เขียนใช่หรือไม่?"

"ใช่"

"โศลกบทนี้ของเจ้าแสดงว่าเจ้ายังไม่เข้าใจเรื่องจิตเดิมแท้ เจ้าก้าวไปถึงปากประตูแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเข้าไป"

เสินซิ่วคารวะอาจารย์ เอ่ยว่า "ศิษย์จะขอไปสำรวจตัวเองอีกครั้ง"

ฝ่ายลูกวัดพากันเอ่ยท่องโศลกบทนี้ ฮุ่ยเหนิงได้ยินเข้าก็นึกอยากจะเขียนโศลกบ้าง แต่เนื่องจากตนเองไม่รู้หนังสือ ก็บอกให้พระรูปหนึ่งช่วยเขียนโศลกบทหนึ่งบนกำแพง

พระรูปนั้นกล่าวว่า "เจ้าไม่รู้หนังสือ ไยคิดเขียนโศลก?"

ฮุ่ยเหนิงตอบว่า "คนต่ำต้อยที่สุดก็อาจมองไกลได้"

พระรูปนั้นจนคำ จึงเขียนคำตามคำบอกของฮุ่ยเหนิงดังนี้
………

โพธิ์นั้นไม่มีต้น
กระจกเงาก็ไม่มี
สรรพสิ่งแต่แรกมาคือความว่างเปล่า
ฝุ่นละอองจะลงจับบนสิ่งใด

………

ลูกวัดที่อ่านโศลกบทนี้พากันคุยว่า เป็นถ้อยคำที่ลึกซึ้งยิ่ง เสียงโจษจันมาถึงหูเจ้าอาวาสอย่างรวดเร็ว อาจารย์หงเริ่นเดินไปหยุดที่หน้ากำแพงที่จารึกโศลกบทนี้ กล่าวกับลูกวัดเพียงว่า "ผู้ที่เขียนโศลกนี้ยังหาได้พบทางแห่งพุทธะไม่" ว่าแล้วก็ถอดรองเท้าลบข้อความบนกำแพงทิ้ง ด้วยรู้ดีว่า ความอิจฉาริษยาของพระหลายรูปในวัดที่มีต่อความสามารถของฮุ่ยเหนิงจะเป็นอันตรายต่อเขา

ความแตกต่างของโศลกสองบทนี้แสดงให้เห็นสองแนวทางของเซนอย่างชัดเจน บทกวีของเสินซิ่วสะท้อนมุมมองของการฝึกเซนซึ่งเป็นที่นิยมทั่วไป เป็นแบบของการนั่งสมาธิเพื่อชำระใจ มองว่าจิตนั้นสามารถชำระล้างให้สะอาดขึ้นได้โดยผ่านการเพ่งแน่วแน่ เพื่อทำให้ความคิดและสิ่งปรุงแต่งสูญไป นี่เป็นมุมมองว่า สภาวะสูงสุดของสติสำนึกคือสติสำนึกที่ว่างเปล่าจากทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคิดอ่าน ความรู้สึก และอารมณ์ นี่ก็คือ สมาธิ

ส่วนมุมของฮุ่ยเหนิงนั้นมองว่าคนที่มีสติสำนึกที่ว่างเปล่าจากทุกอย่างก็ไม่ต่างอะไรจากท่อนไม้หรือก้อนหิน ฮุ่ยเหนิงเห็นว่าการชำระจิตให้สะอาดเป็นเรื่องที่ไม่ตรงจุดและทำให้สับสนเปล่า ๆ เพราะจิตของมนุษย์นั้นโดยพื้นฐานแล้วก็คือความไร้จิต (no-mind) จึงไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน การพยายามชำระจิตก็คือการทำให้มันแปดเปื้อนด้วยความบริสุทธิ์! นี่ก็คือแนวคิดแบบเต๋าซึ่งมองว่า เราจะยังไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระหากยังไปหมกมุ่นกับกฎเกณฑ์ปลอม ๆ เพราะมันเป็นความบริสุทธิ์ปลอม ๆ ความใสกระจ่างปลอม ๆ

แนวคิดของฮุ่ยเหนิงคือ แทนที่จะไปชำระจิตให้สะอาดหรือทำให้มันว่างเปล่า ก็แค่ปล่อยจิตไป เพราะจิตมิใช่สิ่งที่จะจับต้องได้ การปล่อยจิตไปก็เท่ากับเป็นการปลดปล่อยความคิดความรู้สึกทั้งหลายที่วนเวียนในจิตไปโดยปริยาย วิถีเซนที่แท้คือการพบว่าธรรมชาติของแต่ละคนก็เหมือนที่ว่างที่ความคิดความรู้สึกทั้งหลายผ่านมาและผ่านไปในจิตเดิมแท้


จากคุณ : Sunshine - [ 13-05-2020 12.11.51 IP:125.26.118.100 ]


ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ ยิ้มอยู่ ฮุ่ยเหนิงทำให้ฉุกคิดได้มาก ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
บันทึก
... ฝุ่นไม่จับ , ก้อนหิน ท่อนไม้ , ปล่อย ...


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 13-05-2020 12.48.06 IP:223.24.190.125 ]


ความคิดเห็นที่ 4
อนุโมทนา กับผู้ให้
วันที่เริ่มโครงการ. เราน้ำตาซึม ดีใจ

แต่ถัดมา เราก็เห็นภาพ. ไม่ค่อยดี อีกด้านนึงของ ให้.

ตู้นี้ อาจ สร้าง “เปรต”. ได้ง่ายๆ. ขอเรียกว่า “ตู้สู่ภพเปรต”
ก้าวขาเข้าภพภูมิเปรต ก้าวอย่างไร

ทิฏฐิ. ละโมบ. โลภ. เห็นแก่ตัว. เพียงเท่านี้
ทันทีที่เห็นภาพคนแย่งของ กวาดของ แม้คนให้ ให้แล้ว
แต่คนรับ ละโมบ. กรรมเกิดแล้วที่ใจ

ขอ ผู้ให้. ผู้เห็น. และคนที่ต่อแถวแล้วไม่ได้. กล่าว อภัยทาน
เพราะเปรต ต้องการส่วนบุญ ซึ่งถ้ากรรมหนัก จะรับบุญไม่ได้
ซึ่ง อาจทำให้ รุ่นลูกหลานเรา เวลาเดินเข้าวัด ไปถ่ายติดเปรตเอาได้


จากคุณ : เราอภัยให้ - [ 13-05-2020 12.53.28 IP:49.230.105.15 ]


ความคิดเห็นที่ 5
พี่ คห.4 หนูว่าความคิดลบๆก่อมโนกรรมได้ง่ายมากนะคะ
ให้แล้วก็ให้เลย ใครใคร่ได้ก็เอาไปเถอะ
ความเดือดร้อนของคนเราไม่เหมือนกัน
ที่ชั่งตวงวัดของใครของมัน คนนั้นเกิน คนนู้นขาด อีกคนตรงเป๊ะ ปล่อยเขาเถอะนะคะ ใจเขา แค่ใจเราที่เราต้องคุม


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 13-05-2020 13.03.56 IP:223.24.190.125 ]


ความคิดเห็นที่ 6
คนที่ก้าวขา เข้าภพเปรต

แม้คนให้ ให้แล้ว แต่กรรม เกิดกับคนรับ(ที่เกิดความละโมบ)
ลองศึกษา หาอ่าน เรื่องเปรตได้นะ

มีแค่ คนที่ โลภ. เท่านั้น
หากละโมบเกิดในใจ “เก็บไปขาย” ด้วยนี่แล้ว

ก้าวซ้าย ขาเริ่มยาว. ก้าวขวา มือเท่าใบลาน


จากคุณ : หลอนตอนเข้าวัด - [ 13-05-2020 13.24.14 IP:49.230.105.15 ]


ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณค่ะ เด่วต้องอ่าน... ว่าไปคนแบบนี้ทำตัวเองอันตรายมากนะคะ


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 13-05-2020 13.32.02 IP:223.24.190.125 ]


ความคิดเห็นที่ 8
@ 4. เราอยากให้คุณลองอ่านบทความข้างต้นอีกซักครั้งนะคะ
ลองค่อยๆทำความเข้าใจ...

ตามความเข้าใจของเราๆว่าผู้ให้เขาไม่ได้สร้างเปรตนะ มีแต่เราที่มองเห็น ความเห็นแก่ตัวของคนอื่นแล้วบอกว่าเขาเป็นเปรต เพราะถึงแม้ว่าผู้ให้จะไม่ให้ของเค้า ถ้าพวกเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวเขาก็ต้องแสดงสิ่งต่างๆเหล่านี้ออกมาอยู่ดี คนเราเกิดมามี 2 ทางเลือก ยอมรับชะตากรรม หรือ พัฒนาตัวเอง เราทุกคนเลือกทางเดินของตัวเองได้นะ

อย่าให้ความขุ่นข้องหมองใจในสิ่งที่เห็น ทำให้ความรู้สึกดีที่มีโอกาสเป็นผู้ให้มาบั่นทอนจิตใจที่ดีเลยนะคะ

ถ้าคุณเชื่อเรื่องกรรมและผลแห่งกรรม ถ้าเช่นนั้นทุกคนก็ต่างมีกรรมเป็นของตนเอง คนที่ต่อคิวแล้วไม่ได้ของก็เป็นกรรมของเขาด้วยมั๊ย?? อันนี้เราแค่ตั้งข้อสังเกตนะ เพราะบางคนถึงแม้จะเป็นผู้รับแต่ก็อยู่ในสถานที่ดี ไม่ต้องแย่งของรับบริจาคกับใคร

เราแค่ออกความคิดเห็นและมุมมองเพื่อความเข้าใจเท่านั้นนะคะ
ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกันนะ

* รักษาใจเราก็พอค่ะ

ขอบคุณนะคะที่ร่วมแสดงความคิดเห็น





จากคุณ : Sunshine - [ 13-05-2020 13.40.33 IP:125.26.118.100 ]


ความคิดเห็นที่ 9
"รู้สึกเหมือนฝนตกในกระทู้ ได้ความรู้สึกเย็นสบายทุกครั้ง เลย"


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 13-05-2020 14.14.24 IP:223.24.190.125 ]


ความคิดเห็นที่ 10
@. 9

มีรอยยิ้มน้อยๆมาฝากค่ะ



จากคุณ : Sunshine - [ 13-05-2020 16.59.28 IP:125.26.118.100 ]


ความคิดเห็นที่ 11
.. แวะมาหา ได้รับรอยยิ้มแล้ว ขอบคุณค่ะ ..


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 14-05-2020 07.50.15 IP:223.24.144.163 ]


ความคิดเห็นที่ 12

@. 11 มีข้อความฝากถึงคุณค่ะ ^^

แนวคิดของฮุ่ยเหนิงคือ แทนที่จะไปชำระจิตให้สะอาดหรือทำให้มันว่างเปล่า ก็แค่ปล่อยจิตไป เพราะจิตมิใช่สิ่งที่จะจับต้องได้ การปล่อยจิตไปก็เท่ากับเป็นการปลดปล่อยความคิดความรู้สึกทั้งหลายที่วนเวียนในจิตไปโดยปริยาย

** วิถีเซนที่แท้คือการพบว่าธรรมชาติของแต่ละคนก็เหมือนที่ว่างที่ความคิดความรู้สึกทั้งหลายผ่านมาและผ่านไปในจิตเดิมแท้

....เฝ้าดู....





จากคุณ : Sunshine - [ 14-05-2020 08.32.50 IP:182.232.134.204 ]


ความคิดเห็นที่ 13
ได้พยายามเช่นใบบัว.....
ก็มีวอกแวกรายทางอยู่บ่อย
พอได้อาหารชั้นดี ก็ตระหนักขึ้นอีกไปอีกขั้น
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 14-05-2020 09.01.54 IP:223.24.144.163 ]


ความคิดเห็นที่ 14
~~ รากของชีวิต ~~

เมื่อคุณกลั้นน้ำตา
ทนกับความเศร้าใจ
..

เมื่อคุณไม่บ่นไป
ทนกับความอึดอัด
..

เมื่อคุณไม่แก้ตัว
ทนกับคำกล่าวหา
..

เมื่อคุณกลั้นความโกรธา
ทนกับคำดูหมิ่น
..

นัยน์ตาของคุณ
จะฉายแววอันเด็ดเดี่ยว

แล้วรากของชีวิต
...ก็จะยิ่งหยั่งลึกลงไป

~~

บทกวี : มิทสึโอะ ไอดะ

********************

ในชั่วชีวิตหนึ่งของคน
ย่อมพบเรื่องราวนานา
สุข ทุกข์ ดี เลว
เบิกบาน หดหู่
ชอบใจ ไม่ชอบใจ

ความอดกลั้นอดทน
ด้วยความเข้าใจ
...ในความเป็นไป

ทำให้ชีวิตเข้มแข็ง

เมื่อเข้มแข็ง...

จึงเปรียบเป็น "ต้นไม้ใหญ่"
ซึ่งไม่เพียงยืนหยัด ไม่หวั่นไหว
หาก...ยังเป็นที่พึ่งพิงอิงอาศัย
แก่สรรพสิ่งรอบตัว.

* เราชอบบทความนี้





จากคุณ : Sunshine - [ 14-05-2020 17.26.04 IP:182.52.196.24 ]


ความคิดเห็นที่ 15
ตรงใจเรามากเลยค่ะ รู้สึกดีมากเลย
มีคำหนึ่งที่ฝังใจเรา เพื่อเป็นแรงสู้กับทุกสิ่ง คือ
"เพชร ยังไงก็เป็นเพชร"
ขอบคุณที่แบ่งปันบทความนะคะ


จากคุณ : โอเคแบบธรรมดา - [ 14-05-2020 20.01.00 IP:223.24.156.148 ]




ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
ความคิดเห็น
Embed
ไฟล์ประกอบ
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
ชื่อ / e-mail
แจ้งทางอีเมล์
เมื่อมีผู้ตอบ
ไม่ต้องแจ้ง แจ้ง  ที่อีเมล์
ตัวอักษรที่คุณเห็น
 
Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com