LESLA : คุยเรื่องการเมืองอย่างสร้างสรร ด้วยการเปิดใจรับฟังทุกฝ่าย เพิ่มเติมข้อมูลในมุมมทุกด้าน เพื่อสร้างความสามัคคีในสังคมไทย
บ้านนี้ของทุกคนมีความรักรูปแบบเดียวกัน พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ทำให้สายใยที่มีให้กันเข้มแข็ง ถึงจะห่างหายกันไประยะหนึ่งความคิดถึงยังมีให้กันตลอดมา พื้นฐานจิตใจที่มีแต่ความรักของชาว Lesla จะเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยสร้างสังคมไทยให้เอื้ออาทรต่อกัน

 ร่วมแสดงพลังความรักของคนไทย ให้รู้ว่าพวกเรารักในหลวงมากแค่ไหน คลิกตรงนี้
 Lesla Horoscopes ดูดวงปี 2553 และพยากรณ์ต่างๆ  คลิกตรงนี้

ใจเย็นๆ นะคะ กำลังทำให้ Lesla ของพวกเราค่อยๆ สมบูรณ์ ยินดีรับคำแนะนำเพื่อช่วยกันให้มีทุกสิ่งที่ทุกคนต้องการ Email มาได้ที่ webmaster@lesla.com
Message : นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์  มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปากเป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรักมักรีบเร่งเร้ารุนแรงและหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกันไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้มีดีและจะประสบความสำเร็จแบบเวิร์คสุดสุดเชียวแหละ ขอเพียงเอาความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถอะ    ---    นิสัยคนเกิดวันจันทร์ เป็นคนปากหวาน พูดเก่งช่างจ้อช่างเม้าท์ ช่างเอาอกเอาใจ เขาเรียกว่าคนปากดีแต่ขี้น้อยใจ งอนเก่ง แต่หายไว ในเรื่องความรักทั้งหญิงและชายร้ายพอๆ กัน ซู่ซ่าๆ แว๊บมาแว๊บไป ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้ง เพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมากและมากเรื่องขี้รำคาญ ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูดไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลดในหน้าที่การงาน แต่ถ้าจะให้เหมาะน่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้ รับรองรุ่งสุด ๆ ขออย่างเดียวอย่าเจ้าเล่ห์มากนักเป็นพอ    ---    นิสัยคนเกิดวันอังคาร เป็นคนขยันยันแข็ง คล่องแคล้ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้าทะเยอทะยานและดันทุรังสูง เรื่องรักค่อนข้างจะหลายใจ พูดง่ายๆ ก็เจ้าชู้ไง มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ก็ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไปวันไหน ๆ ก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง เกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคุณก็นอนด้วยกันนะ หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอะไรประเภทนี้จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานไม่น้อยหน้าใครหรอก    ---    นิสัยคนเกิดวันพุธ มีความกระตือรือร้นและอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยจะรอบคอบ เป็นคนทำมาหากินเก่งพูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใสไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงานไง จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหญิงแล้วไซร้โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไมน่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญอย่าบ้างานจนเกิดเหตุ งานมีไว้ให้ทำเฉย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้บ้า หาเวลาดูแลเพศตรงข้ามบ้างและต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ    ---    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบปฏิภาณละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นทนายแหละดี ในเรื่องความรักไม่อยากจะพูด จืดสนิทจะหาคำหวานสักนิด...ยากส์ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า...โรแมนติก กะเขาหรือเปล่า แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดี ๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางทุกท่า...มาเถอะอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว ขอเพียงเลือกคู่ที่จะมาครองให้ดีเท่านั้นเอง    ---    นิสัยคนเกิดวันศุกร์ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวลช่างเอาอกเอาใจให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยรักงาม ทั้งหญิงชายเรียกได้ว่าเป็นวันของคนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบเรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้อะไรๆ ก็จะดีไปหมดทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวกสถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ    ---    นิสัยคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรักรักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่นใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไรไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทางเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่งความถือดีในศักดิ์ศรีลงบ้างจะเป็นคนที่มีอนาคต    ---   
รวมทุกกระทู้ กระดานเรื่องทั่วไป กระดานสำหรับหาเพื่อนใหม่ สำหรับเลส กระดานสำหรับวัยทำงาน มุมหนังสือ มุมนี้สำหรับคนอกหัก เรื่องบนเตียง International Friends อาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่ม คุยเรื่องกีฬา ท่องเที่ยว ปรึกษาและขอคำแนะนำด้านกฎหมาย คุยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องหนัง-เพลง โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เรื่องร้องเรียน
 

Sign In ] [ Register ]

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
   
นโยบายการคลัง

วันนี้ขอเอาที่เคยเขียนเรื่องนโยบายการคลังมาฝากนะคะ เผื่อจะช่วยให้ใครเข้าใจปัญหาเกี่ยวกับนโยบายดีขึ้น

นโยบายเศรษฐกิจ แบ่งเป็นใหญ่ๆได้สองประเภท

หนึ่งคือนโยบายการเงิน (Monetary Policy)
นั่นคือนโยบายเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เงินสำรองของธนาคาร อะไรพวกนั้น
นโยบายการเงินส่วนมากทำโดยธนาคารชาติ (Central Bank) ของประเทศ

สองคือนโยบายการคลัง (Fiscal Policy)
ซึ่งเป็นนโยบายที่มีผลทางการคลัง หรือมีผลโดยตรงกับรายรับรายจ่ายของรัฐบาลนั่นเอง
นโยบายการคลังก็เช่นนโยบายภาษี นโยบายใช้จ่ายต่างๆ จำนำข้าวถือเป็นนโยบายการคลัง
นโยบายการคลัง ทำโดยรัฐบาล

รัฐบาล(ของทุกประเทศ)มีรายได้มาจากภาษีและค่าธรรมเนียมเท่านั้น
รัฐบาลไม่ได้ผลิตสินค้าขาย รัฐบาลไม่ได้พิมพ์เงินใช้เอง
เงินทุกบาทที่รัฐบาลมีใช้มาจากภาษีและค่าธรรมนียมต่างๆที่ประชาชน(และนักท่องเที่ยว)จ่าย

รายได้ของรัฐบาลขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง
แต่โดยมากจะเป็นไปตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของเราเอง และเศรษฐกิจโลก
ถ้าเศรษฐกิจเราดี บุคคล/บริษัท มีรายได้เพิ่มขึ้น(ภาษีรายได้) ก็จะใช้จ่ายมากขึ้น(ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เรานำเข้าสินค้้้ามากขึ้น(ภาษีนำเข้า) ก็จะเสียภาษีให้รัฐมากขึ้น
ถ้าเศรษฐกิจโลกดี เราส่งออกได้มาก(ภาษีส่งออก) คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรามาก(ภาษีสนามบิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม) รัฐก็จะมีรายได้มากขึ้น
ดังนั้น ช่วงเศรษฐกิจดี รายได้ของรัฐบาลก็จะสูงตามไปด้วย
ถ้าเศรษฐกิจเรา หรือเศรษฐกิจโลกไม่ดี รายได้ของรัฐก็จะลดลง
นั่นคือรายได้ของรัฐนั้นไม่แน่นอน

ในขณะที่รายจ่ายของรัฐจะมีส่วนที่ค่อนข้างแน่นอน นั่นคือส่วนที่เป็นเงินเดือนข้าราชการ
และส่วนที่ไม่แน่นอน คือรัฐสวัสดิการต่างๆ เช่น รพ
ซึ่งรายจ่ายตรงนี้ก็อีกเหมือนกัน ขึ้นกับสภาพเศรษฐกิจ
ถ้าเศรษฐกิจดี คนมีรายได้ดี ก็อาจจะใช้บริการรัฐสวัสดิการน้อยลง
เช่นเมื่อป่วยบางคน อาจจะเลือกใช้บริการจาก รพ เอกชน
แต่พอเศรษฐกิจไม่ดี ตกงาน ไม่มีรายได้ ก็อาจจะหันมาใช้ 30 บาทแทน

รวมทั้งในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลเอง ก็อาจจะต้องทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
เพื่อประคองเศรษฐกิจไว้ ไม่ให้หดตัวรุนแรงเกินไป
(ถ้าใครสงสัยเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กับ นโยบายประชานิยม เราเคยเขียนไว้แล้วในกระทู้เก่าๆนะคะ)

นโยบายการคลังที่ยั่งยืน ก็คือนโยบายที่สามารถทำได้ในระยะยาว โดยไม่ทำให้รัฐบาลล่มจม
ดังนั้น นโยบายที่ยั่งยืน ก็คือพยายามไม่ใช้จ่ายเกินตัว ทำนโยบายสมดุล
แต่ในเมื่อวงจรเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้
ก็เป็นการยาก ที่รัฐบาลจะทำงบสมดุลตลอดเวลา
การทำนโยบายที่ยั่งยืน ก็คือการมีวินัยทางการคลัง
โดยการไม่ใช้จ่ายเกินตัว ไม่ใช้เงินจนหมด และรู้จักเก็บ
นั่นคือช่วงเศรษฐกิจดี ก็ไม่ใช้เงินที่มีจนหมด
ทำงบประมาณเกินดุล
เก็บรายได้ส่วนเกินไว้เป็นเงินคงคลัง ไว้ใช้จ่ายในเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี

และในบางเวลาที่จำเป็น ก็สามารถทำนโยบายขาดดุลแล้วกู้เงินมาโปะได้……ถ้า
นโยบายนั้นทำให้เรามีศักยภาพสูงขึ้น เพราะนั่นคือในอนาคตเราจะโตมากขึ้น รายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมของรัฐก็จะมากขึ้น พอที่จะจ่ายคืนหนี้ในอนาคตได้
เพราะอย่าลืม ว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินฟรี
คุณกู้ร้อยนึงวันนี้ ปีหน้าคุณต้องคืนเค้ามากกว่าร้อย
เพราะฉนั้น ถ้านโยบายนั้นไม่ทำให้ศักยภาพเราสูงขึ้น
ผลของนโยบายนั้นก็คือเราต้องกู้เพิ่มมากขึ้นๆเรื่อยๆ
เพราะรายจ่ายเราเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้เรายังเท่าเดิม
ถ้าจะไม่ให้รัฐบาลหนี้ท่วมหัวจนล้มละลาย
รัฐบาลก็ต้องลดรายจ่าย คือลดรัฐสวัสดิการลง
หรือเพิ่มรายได้โดยการขึ้นภาษี

ดังนั้น ไม่มีนโยบายไหนที่คุณได้ฟรีๆ
ทุกอย่างคุณเป็นคนจ่าย ไม่ทางใดก็ทางนึง ไม่วันนี้ก็วันหน้า
ถ้าคุณตายก่อนจ่าย ลูกหลานคุณก็ต้องจ่าย
สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลควรต้องตอบให้ได้ เวลาทำนโยบายใหม่ ก็คือ เราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายนโยบายนั้น

ทีนี้มาดูนโยบายจำนำข้าวกัน ว่าทำไมมันถึงเป็นปัญหา
นโยบายนี้ ในความเป็นจริงนั้น ทำไม่ได้แต่แรกแล้ว
เพราะราคาที่รัฐบาลสัญญานั้น สูงกว่าราคาตลาดมาก

นั่นคือทุกตันที่รับจำนำมา รัฐบาลขาดทุนแน่ๆ
รัฐบาลต้องหารายได้อื่นมาโปะตรงนี้
ซึ่งถ้านโยบายนี้ มีผลทำให้นโยบายนี้ไม่ได้ทำให้ชาวนาเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
หรือทำให้เศรษฐกิจภาคอื่นของเราดีขึ้น
รัฐบาลสามารถมีรายได้จาก sector อื่นมากพอที่จะชดเชยตรงนี้ได้ นโยบายนี้ก็ไม่เป็นปัญหา

แต่ตรงกันข้าม
นโยบายนี้ไม่ใช่แค่ไม่เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจเรา ไม่ช่วยให้รัฐบาลมีรายได้มากขึ้นเพื่อมาจ่ายส่วนที่รัฐต้องขาดทุนจากรัฐบาลนี้
ชาวนาเราไม่ได้ผลิตข้าวได้มากขึ้น หรือคุณภาพดีขึ้น เศรษฐกิจภาคอื่นของเราไม่ได้ดีขึ้น
นโยบายนี้กลับทำให้ศักยภาพเราลดลง เราแข่งขันกับชาติอื่นไม่ได้
นโยบายนี้ทำให้การส่งออกข้าวลดลง รัฐได้รับรายได้จากภาษีส่งออกข้าวลดลงไปอีก
แถมข้าวเก็บไว้นานคุณภาพก็ต่ำลง มีเสียหาย ราคาที่ขายได้ก็น้อยลง

ยกตัวอย่างเป็นตัวเลขง่ายๆ
ก่อนนโยบายนี้รัฐบาลมีงบประมาณสมดุล

สมมติจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน
ในขณะที่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 14,000 บาทต่อตัน
รัฐบาลไม่มีเงิน ต้องกู้มาที่อัตราดอกเบี้ย 3%
ข้าวเก็บปีนึงโดยเฉลี่ยข้าวจะเสียหาย 10% นั่นคือ 1 ตันเหลือใช้ได้แค่ 0.9 ตัน
และเพราะข้าวเก่าหนึ่งปี คุณภาพแย่ลง ขายจะได้แค่ 13,500 บาท ต่อตัน

คิดง่ายๆคือ จากรับซื้อมา จนรัฐบาลขายข้าวได้
ต้นทุนที่รัฐบาลต้องจ่ายให้ชาวนา = 15,450 บาทต่อตัน เพราะรัฐบาลต้องกู้เงินมาจ่าย ต้องเสียดอกเบี้ย
ในขณะที่รัฐบาลมีรายได้จากข้าวตันนี้เพียง 12,150 บาทต่อตัน

นั่นคือ ทุกๆตัน รัฐบาลต้องหาเงินมาโปะ 3,300 บาท ใครเป็นคนจ่าย?

นโยบายนี้ช่วยชาวนาจริงหรือ?
ใช่ ชาวนาได้รายได้มากวันนี้ แต่จะกู้มาโปะแบบนี้ได้กี่ปี
ในวันที่รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินได้แล้ว ชาวนามีอะไรติดตัวไหม
ชาวนาสามารถผลิตข้าวต่อไร่ได้เพิ่มขึ้นไหม คำตอบคือ ไม่
ตลาดส่งออกเรากว้างขึ้นมั้ย คำตอบคือ ไม่
ตรงกันข้ามลดลงซะด้วยซ้ำ เพราะคนที่เคยซื้อข้าวเราบางคนเค้าหันไปซื้อข้าวคนอื่นแทน
ชาวนามีความรู้ความสามารถพอที่จะไปทำอาชีพอื่นไหม คำตอบก็คือ ไม่ อีก

ถ้าจะทำนโยบายลักษณะนี้
ก็ควรรับจำนำเวลาที่ราคาข้าวในตลาดโลกตก หรือข้าวล้นตลาด ชาวนาไม่สามารถขายข้าวได้ (เพราะถ้าเอาออกมาขายตอนข้าวล้นตลาด ราคาก็ตก)
โดยรับจำนำที่ราคาเฉลี่ยสองถึงสามปีสุดท้าย หรือ index กับอัตราเงินเฟ้อ (แต่จริงๆคนระดับนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อเท่าไหร่)
หรือ อัตราการโตของ income per capita ของภาคเกษตรส่วนอื่นในไตรมาสก่อนหน้า (อันนี้น่าจะเหมาะกว่า ถ้ามีข้อมูล)
เพื่อเป็นการรักษารายได้ และคุณภาพชีวิตของชาวนา
วิธีนี้จะไม่เป็นภาระทางการคลัง และไม่ทำลายกลไกตลาด

ส่วนวิธีที่จะช่วยชาวนาได้จริงๆ คือการสนับสนุนให้เค้าพัฒนาตัวเอง
ให้เขาทำนาอย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น ให้เค้าได้ผลผลิตมากขึ้น หรือใช้ต้นทุนน้อยลง ด้วยการสนับสนุนของรัฐ
ไม่ว่าจะด้วยการรวมตัวกันมีโรงสี โกดังชุมชน เป็นสหกรณ์ เพื่อให้มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง หรือตัดพ่อต้าคนกลางออกไป
พัฒนาเมล็ดพันธุ์ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก
ให้ชาวนาเป็นเจ้าของที่ทำกิน แทนที่จะเช่าที่นายทุนทำนา
โดยให้ส่งทอดได้ในลักษณะมรดก เพื่อทำกินเท่านั้น
หรือพัฒนาปุ๋ยราคาถูก ที่เกษตรกรสามารถซื้อตรงจากรัฐบาลโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง (แล้วพ่อค้าคนกลางที่ขายปุ๋ยให้ชาวนานี่เค้าไม่ได้จ่ายภาษีเต็มๆนะคะ กล้าพูด เพราะเห็นมากับตัว)
พัฒนาทักษะ หรืออาชีพเสริม ให้เค้ามีรายได้ช่วงที่ไม่ทำนา
นโยบายเหล่านี้ นอกจากจะช่วยชาวนาและประเทศในระยะยาวแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพของทั้งตัวเค้า และประเทศเราให้สูงขึ้น
โดยไม่ต้องใช้เงินมหาศาล

นโยบายที่ดี ไม่จำเป็นต้องเห็นผลเร็ว หรือใช้เงินเยอะเสมอไปนะคะ


จากคุณ : 2 Cents - [ 24-07-2014 01.21.57 IP:204.97.104.30 ]

ความคิดเห็นที่ 1
โครงการนี้ผิดหลักการหลายเรื่อง :
1. รัฐมีหน้าที่บริหารประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่ซื้อขายข้าว หรือบริหารจัดการ/จัดเก็บข้าว ควรหานโยบายช่วยเหลือที่ดีกว่านี้
2. ใช้เงินเยอะ เอาเงินมาจมกับการรับจำนำข้าว 100%ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครมาไถ่คืน เพราะจำนำได้ราคาดีกว่าราคาตลาด
3. เงินส่วนที่ชาดทุนไป หลายแสนล้าน ถ้าเอามาใช้ในการเพิ่มรัฐสวัสดิการ ประชาชนส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์มากกว่าชาวนาเพียงกลุ่มเดียว

ปล นึกว่าเข้าผิดเว็บ นานๆจะได้เห็นกระทู้วิชาการขนาดนี้^^


จากคุณ : เด็กเสดสาดเมื่อนานมาแล้ว - [ 24-07-2014 06.49.52 IP:27.55.66.42 ]


ความคิดเห็นที่ 2
ความรู้เต็มเปี่ยมเลยคุณน้อง


จากคุณ : ษาละ - [ 24-07-2014 10.15.55 IP:75.27.166.179 ]


ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณๆ คห 1 ที่แวะมานะคะ
จริงๆไม่ได้คิดว่าที่เราเขียนมันวิชาการอะไรเลยนะคะ เรื่องใกล้ตัวทั้งนั้น

พี่นา
เวลาว่างๆ หรือเห็นอะไรเอ็มชอบเขียนบ่นบนเฟซน่ะค่ะ
ช่วงนี้ว่าง เลยเอาที่เคยเขียนไว้บางอัมาแปะ เผื่อใครสนใจน่ะค่ะ
พี่นาจะเอาอะไรจากเมืองไทยมั้ยคะ? แต่ตอนนี้มีคนอยู่ข้างๆแล้ว คงไม่ต้องการอะไรแล้วเนอะ


จากคุณ : 2 Cents - [ 26-07-2014 01.48.41 IP:204.97.104.30 ]


ความคิดเห็นที่ 4
เสียดายเว็บนี้ไม่มีให้กดปุ่ม like หรือ favorite


จากคุณ : lez - [ 27-07-2014 08.06.06 IP:124.120.137.128 ]




ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้
ความคิดเห็น
Embed
ไฟล์ประกอบ
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
ชื่อ
แจ้งทางอีเมล์
เมื่อมีผู้ตอบ
ไม่ต้องแจ้ง แจ้ง  ที่อีเมล์
ตัวอักษรที่คุณเห็น
 
Webmaster และผู้ดูแลจะลบกระทู้หรือข้อความในกระดาน ด้วยวิจารณญาณและเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
  • ห้ามมีการกล่าวร้ายกัน ด่าทอ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี หรือให้ร้าย เพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงต่อบุคคลหรือองค์กรใดๆ
  • ห้ามมีการใช้คำหยาบคาย คำเสียดสี หรือคำที่มีความหมายไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมนี้
  • สามารถร้องขอให้ลบกระทู้หรือคำตอบได้ โดยผู้ตั้งกระทู้หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนทำให้เสียหาย
  • ห้ามการโฆษณาซึ่งให้ประโยชน์ทางการค้ากับต่อเจ้าของสินค้าหรือสถานที่นั้น ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามมีการก่อกวนหรือทำลายบรรยากาศที่ดีของเวบบอร์ดนี้ในทุกกรณี
  • ห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

    contact us: 089-2189119 Email: webmaster@lesla.com