ถ้าไม่รัก... ตอนที่ 4
 
ถ้าไม่รัก... ตอนที่ 4

“คะพี่เขม... ไม่เป็นไรคะ” จูนวางสายจากหมอเขมไป เธอโทรมาบอกแฟนเธอว่าไม่ว่างมีธุระ... ซึ่งจูนก็เข้าใจเป็นอย่างดี
หลังจากเขมวางสายจากจูนไป เธอเดินไปหาแพรซึ่งถือแก้วไวด์รออยู่
“วันนี้พี่สั่ง สเต็กแซลม่อน” แพรพูดขึ้น “โรงแรมนี้ดี ขึ้นชื่อเรื่องนี้เลย”
“คะ....” เขมตอบรับ “แล้วมีธุระอะไรจะพูดกับเขมหรอคะ”
“เปล่าคะ แค่อยากสั่งลาแบบ ให้เขมตรึงใจเท่านั้น เพราะอีกนานกว่าจะเจอกันแบบนี้ มีโอกาสแบบนี้อีก”
“ตรึงใจ” เขมทวนคำ
“คะ....” เขมมองไปที่เสื้อของแพร เสื้อคลุมที่ปล่อยให้เห็นอกทั้งสองข้าง...
“เดี่ยว เด็กเสริฟมา รับเขาด้วยนะคะ”
ไม่นาน เด็กเสริฟ ก็แขนเขาเมนูจานใหญ่ ปกคลุมด้วยผ้าฝ้ายสีขาว... เด็กเสริฟช่วยกันยกจานใบใหญ่วางขึ้นโต๊ะ มันใหญ่มากจนเขมสงสัย
“ถ้าสงสัยก็เปิดดูสิคะ” แพรพูดขึ้น เธอให้ทิปเด็กเสริฟจำนวนมากพอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ... “เปิดสิ” เธอพูดอีกครั้ง หลังจากเด็กเสริฟออกไปหมดแล้ว
“........” เขมค่อยๆเปิดผ้าคลุมจานและฝาครอบจานออก
หญิงสาวหุ่นดี สวย นอนเปลือยกายอยู่บนถาดใบใหญ่ มีชูชิ ปลาแซลม่อน อาหารญี่ปุ่นวางตามร่างกาย และนอกเหนือจากนั้น... มีจานสเต็กวางอยู่
“มากินเนื้อสดดีกว่าคะ” แพรกระซิบข้างหูเขม เธอรินเหล้าใส่แก้ว และยื่นให้เขม “แบบนี้แรงกว่า และน่าจะเหมาะกับการกินเนื้อสดกว่านะคะ เขม”
เขมยิ้ม.... ค่อยๆใช้ตะเกียบหยิมแซลม่อนที่ปิดยอดอกของหญิงสาวในจานขึ้นมาชิม....

มันไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขม ที่เล่นกันมากกว่า 2 ....

“พี่ชักอยากรู้แล้วสิว่า เด็กที่ชื่อจูนมีอะไรดี” แพรเดินมาพร้อมกับน้ำชา ของเที่ยงในวันต่อมา
“ไม่รู้สิ รอยยิ้มมั้ง” เขมมองไปที่ร่างของหญิงสาว... เนื้อสดที่ทั้งคู่กินกัน... นอนแผ่หลาด้วยความเมื่อยหล้า “จูนทำให้เขมไม่อยากทำอะไรแบบนี้ แล้วรู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำ”
“นิยายรักรึไง...” แพรแซว “เธอก็รู้นะเขม”

จู่ๆภาพความทรงจำของเขมก็ลอยขึ้นมา ภาพที่แม่ถูกพ่อตบตี ภาพที่พ่อใช้เข็มขัดฟาดตามตัวเธอ...
“เขม.... เขมคะ” แพรเรียกให้เขมตื่นจากภวังค์ “เขม... น้ำตาเขมไหล”
“อ่อ ไม่มีอะไรหรอกคะ” เขมเดินไปที่หน้าต่าง
“คิดถึงแม่หรอ” แพรเดินตามมา
“...”
“ไม่ได้เจอพี่สุ” แพรหมายถึงแม่ของเขม “ไม่ได้เจอพี่สุมากี่ปีแล้ว”
“พรุ่งนี้ก็ครบ 25 ปีแล้วคะ” เขมพูดนิ่งๆ
“อยากไปหาแม่เธอไหมล่ะ” แพรถาม “พี่สุเขาบ่นหาเธอตลอด”
“บ่นหา...” เขมถอนหายใจ “ถ้าบ่นหาแล้วทิ้งเขมไว้กับพ่อทำไมทั้งๆที่รู้ว่าพ่อเป็นยังไง”
“แต่เขาก็ส่งเขมจนจบนานาชาติ จนเอ็นเข้าหมอ จนมาเป็นแพทย์ ทั้งพ่อทั้งแม่เขารักเขมนะ แต่ก็จะมีบางอารมณ์ที่เขาโกรธ แล้วควบคุมตัวเองไม่ได้”
“...” เขมจิบน้ำที่ตัวเองถืออยู่ ฟังแพรพูด
“เขมน่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดี... ให้อภัยเขานะคะ” แพรพูด
“พี่แพรก็พูดแบบนี้มา 25 ปีแล้ว” เขมมองมาที่แพร “มันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”
“เป็นจิตแพทย์แท้ๆ แต่ให้อภัยคนอื่นเพื่อตัวเองยังไม่เป็นเลย สมควรโดนลงโทษนะ” แพรตีเบาๆไปที่ไหล่ของเขม
“พี่แพรคะ เขมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ”
“ก็เพราะไม่ใช่เด็กไง ....เมื่อคืนถึงนอนกับพี่ได้ทั้งคืน” แพรแซว และนั่งลงบนเตียง “อีกรอบไหม...” เธอถามเขม และจับมือเขม

ไม่มีการปฏิเสธ... จากเขม




25 ปีก่อน
เด็กน้อยอายุ 7 ขวบนั่งร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน แพรสาววัยรุ่นเปรี้ยวเดินเข้ามาเห็นพอดี “มาร้องอะไรแถวนี้” สาววัยรุ่นถามเด็กน้อย
“แม่ทิ้งหนู”
“อ่าว...” สาววัยรุ่นนั่งลงข้างๆเด็กน้อย “แล้วบ้านเธออยู่ไหนล่ะ”
เด็กน้อยชี้ไปยังบ้านหลังใหญ่
“เธอเป็นลูกพี่สุหรอกหรอ น้องเขมใช่ไหม”
“คะ”
“งั้น มากินข้าวบ้านพี่ดีกว่า พี่อยู่คนเดียว”
“พี่ชื่ออะไรหรอคะ”
“แพร... พี่ชื่อแพร”


ไม่นาน เขมก็ได้ไปเรียนโรงเรียน ซึ่งอยู่ในระแวกเดียวกับที่ทำงานของแพร ...แพรอาสาดูแลเขมเอง ด้วยความที่เป็นเพื่อนเล่นของเด็กน้อยคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ถูกชะตาเป็นพิเศษ และด้วยฐานะของครอบครัวแพร เธอจะเลี้ยงเด็กเล็กๆอีก 10 คน ก็ย่อมไม่สะเทือนขนหน้าแข้งเธอ ...จึงไม่ยากที่แพรจะไปขอร้องพ่อของเขมให้แพรได้ดูแลเด็กหญิงเขม
“ลูกชู้... แพรจะทำอะไรก็ช่างเถอะ” พ่อของเขมพูดขึ้น “แต่อย่าให้มีเรื่องถึงพี่แล้วกัน”
“คะ...”
“ถ้าแพรไม่ใช่น้องไอ้เดช พี่ไม่อนุญาตหรอกนะ” เดชเป็นเพื่อนของพ่อของเขม และเป็นพี่ชายแท้ๆของแพร
“ค่าใช้จ่ายถ้าไม่พอให้แพรมาขอเองนะ อย่าให้มันมาเจอหน้าพี่เลย อารมณ์เสียเปล่าๆ”
พ่อของเขมวางแก้วเหล้า ก่อนจะเดินไปหาพี่ชายของแพร

“ทำไมพ่อทิ้งเขม” เด็กน้อยวัย 7 ขวบถามแพร
“ไม่ได้ทิ้งคะ... พ่อเขามีธุระต้องทำ เลยวานให้พี่ดูแลเขมไง” แพรยิ้มให้เด็กน้อย
“แล้วแม่เขมล่ะคะ” เด็กน้อยถาม
“แม่... พี่สุเขาไม่สบาย เลยต้องรักษาตัวที่อเมริกา เขมตั้งใจเรียนนะ แล้วเขมจะได้ไปอยู่กับแม่ไงคะ”
“เขมอยากเป็นหมอ เขมจะได้รักษาแม่ แม่จะได้อยู่ใกล้ๆเขม” เขมพูดน้ำตาคลอ.... แพรดึงเด็กน้อยมากอด สงสารจับใจ


วันเวลาผ่านไปจากเด็กน้อยกลายเป็นสาวสวยถึงขั้นหัวกระไดไม่แห้ง
เขมหญิงสาวที่ชอบว่ายน้ำใต้คอนโดของแพร...
“เขมคะ... จะขึ้นได้ยัง” แพรมาตามเขม
“คะ” เขมเป็นคนพูดน้อย และเป็นคนที่มีอดีตฝังใจ เธอเป็นคนเหงา เหงาทั้งๆที่มีใครต่อใครรอบตัว
“วันนี้พี่ทำสเต๊ก ของโปรดเขมนะ” แพรพูดขึ้น “รีบขึ้นมาแล้วไปเจอพี่ที่ห้องนะคะ”
เขมพยักหน้า
ไม่มีใครรู้ แม้แต่ตัวแพรเอง ว่าเธอปล่อยตัวปล่อยใจให้เด็กน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ที่เกินพี่น้องมันเริ่มต้น วันนั้น เขม เด็กวัยรุ่นอายุ 19 ปี นักศึกษาแพทย์ปี 1 ...เธอป่วย ตัวร้อนมาก มีแพร หญิงสาววัยย่างกลางคนนั่งเช็ดตัวให้อยู่
“ตัวร้อนจัง” แพรเช็ดตัวให้เขม และบ่นไป เธอมองไปที่หน้าของผู้ที่เป็นน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ คิ้วเข้มเรียวยาวเข้ารูปกับใบหน้ารูปไข่ จมูกสวยเหมาะกับโครงหน้า ดูรวมๆเหมือนหญิงโบราณ สไตย์สาวแขก มีเสน่ห์ น่าค้นหา แพรไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิงถึงวิ่งตามคลั่งไคล้เขมนัก
แพรค่อยๆใช้หลังนิ้วก้อยลูบไปตามคิ้วของเขม... ไรผม คาง คอ และ.... แพรจูบลงที่เปลือกตาของเขม...
เขมลืมตาขึ้น เธอมองผู้เป็นประหนึ่งพี่สาวที่แสนดี...
แพรจ้องมองไปยังดวงตาคมๆของผู้เป็นอดีตเด็กน้อยขี้แย...

ทุกอย่างเกินเลยกันตั้งแต่วันนั้น... และไม่มีทีว่า มันจะจบลง แม้แพรจะมีแฟน หรือว่าที่สามีในอนาคตอยู่แล้ว แต่ก็ยากที่แพรจะห้ามใจไม่ให้หลงรักเขมได้

หากตัดคำว่าน้องสาวไป ที่แพรมีให้เขมคือความห่วงใย และความรักในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่งล้วนๆ แต่หากมองในเรื่องบนเตียง มุมมองของแพร ความต้องการทางเพศ ในแบบฉบับของแพร คือความตื่นเต้นและเร้าใจ ...แพรไม่จำเป็นต้องรัก หากจะมีอะไรกับคนข้างหน้า และเขมก็เหมือนกัน ต่างกันตรงที่แพรได้ทุกอย่าง แต่สำหรับเขมต้องเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น NO MAN, NO TOM และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ณ วันนั้น แพรรักเขม... แต่สำหรับเขม เขมไม่รู้ว่าคืออะไร บางสิ่งในใจ คือห่วงใยแพรมากกว่าคนทุกคน แพรเหมือนกิ่งไม้เดียวที่เขมเหลืออยู่ ...กิ่งไม้สุดท้ายในชีวิต



“พรุ่งนี้รชาทำงานรึเปล่า” ทิมถามรชาก่อนจะนอน
“ทำสิ...” รชาตอบทั้งๆที่สายตาจ้องไปที่คอมพิวเตอร์
“พรุ่งนี้ไปส่งทิมที่ออฟฟิศหน่อยนะ แล้วเอารถไปใช้เลย” ทิมบอก “เดี๋ยวจะไปดูคอนแทรนด์เนอร์กับจูน”
“จ๊ะ” รชามองไปที่เฟซของทิม... เธอเห็นคนที่ชื่อภีร์ มาคอมเม้นท์สเตตัสของทิม ‘มีความสุขมากๆนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง’ เธอมองไปที่ทิม ซึ่งกำลังจัดเอกสารบางอย่างอยู่
“ว่าไง... มองทำไมคับรชา” ทิมถาม
“ทิม... ทิมเล่าเรื่องภีร์ให้รชาฟังได้ไหม” รชาถาม
“ภีร์หรอ ก็เพื่อนที่ดี... ทำไมหรอ” ทิมมองไปที่รชา
“เปล่า” รชานิ่งไป “ไม่พามาแนะนำให้รู้จัก”
“555” ทิมหัวเราะ “ไว้มันเข้ามาในเมืองอีก ทิมจะพามากินข้าวที่บ้านแล้วกัน”
“มีอะไรมากกว่าเพื่อนไหม”
“จะบ้าหรอรชา... ทิมกับภีร์เพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เลยสนิทกัน พอมันทำงานดันเสือกเลือกจังหวัดเขตชายแดน เลยไม่เจอกันนานหน่อย... นี้อย่าบอกนะว่ารชาหึง”
“ไอ้ทิม ฉันจะไปหึงนายทำไม ...เราเป็นแค่แฟนกัน ฉันจะไปหึงหวงอะไรแกได้” รชาประชด
“งั้นเรา...” ทิมเดินเข้ามาใกล้ๆรชา “เรามาทำให้มันมากว่าแฟนไหม รชาจะได้พูดตรงๆว่าหวงทิม”
พลั๊วววววว เสียงรชาใช้หนังสือฟ้าดไปที่หน้าทิม “พูดเล่นเฉยๆไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลยรชา... เออๆ ไม่ทำอะไรหรอก”
“งั้นก็ไปไกลๆได้ละ นู้น ลงไปนอนข้างล่างเลย” รชาทำเสียงแข็ง
“ทุกวันนอนเตียง ทิมก็ไม่ได้ทำอะไรรชานี่”
“ไม่ใช่วันนี้” รชาจ้องไปที่ทิม “ไปเลย รึจะนอนนอกห้อง”
ทิมเดินโซเซ เป็นหมาหงอนไปที่โซฟา... พร้อมกับบ่นเบาๆ “นี้สาบานได้ว่าบ้านกู”
“บ่นอะไรทิม” รชาหันมาแขวะ
“เปล่าค้าบบบบบ” ทิมลากเสียงประชด

คำสาป - [ 26-09-2013 10.32.41 IP:171.101.202.202 ]

ความคิดเห็นที่ 1
นายทิม งานเข้า ลุ้นต่อไปดีฟ่า!

จากคุณ : คนนนท์ - [ 26-09-2013 11.30.55 IP:124.121.70.7 ]


ความคิดเห็นที่ 2
สนุกดี ตามอ่านตลอด

จากคุณ : คนจร - [ 26-09-2013 14.27.12 IP:27.130.40.210 ]


ความคิดเห็นที่ 3
อยากนอนๆๆเตียงเดียวกัน.....กับทิมจังค่ะ. อิอิ

รออ่านอยู่นะค่ะ. ตื่นเต้นจังค่ะ

จากคุณ : อดีตเพลเกิลย์ - [ 26-09-2013 15.07.48 IP:110.169.167.23 ]