เธอที่ใช่ หรือใครที่เลือก 8
 
เธอที่ใช่ หรือใครที่เลือก 8

"ว่าไง..."ฝันนรากรอกเสียงงัวเงียไปตามสัญญาณไร้สาย ขณะที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง
"แม่จะมาหาคืนนี้ ลองชวนดูเผื่อแกสนใจ" ฟ้านรินทร์พูดออกไปแล้วก็แอบตั้งความหวังเล็กๆ ว่าพี่สาวจะยอมมา

"เหรอ..ขอคิดดูก่อนนะ ไว้เลิกงานแล้วจะโทรหา"

ฝันนราวางสายน้องสาว เขาตื่นได้เต็มตาเพราะได้ยินคำว่าแม่ นานแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้เจอ ผู้หญิงคนที่เขาเรียกว่า...แม่ และไม่เคยลืมว่าผู้หญิงคนนั้นเลือกความสุขสบายมากกว่าความรู้สึกของลูก
..............................................................

"ฝัน!!" เสียงเรียกของออรรินดึงสติของคนใจลอยให้กลับมา
"อะไร..เรียกซะดังตกใจหมด"เขาตอบรับเสียงเรียบๆ ขณะใช้หนังยางสีดำรัดผมให้เสร็จเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เป็นไรป่าว เห็นใจลอยคอยใคร" เธอถามเหมือนรู้ว่าเขากำลังคิดมาก เธอสนใจเราขนาดนั้นเลยเหรอ...ฝันนราอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้...

"คอยใครล่ะ คิดเรื่องงานแค่เดือนเดียวจะเสร็จเหรอ ออคิดดูดินานทีคุณภพจะมา กว่าจะอนุมัติอะไรสักอย่าง แค่สีผ้าม่านยังรอเป็นอาทิตย์ แล้วงี้เมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ" เขาแสร้งเอาเรื่องงานมาบังหน้า

"เอ่อ..จริงด้วย ออก็คิดๆอยู่เหมือนกัน"
คราวนี้เป็นออรรินบ้างที่ใจลอย กังวลว่าถ้าเป็นอย่างที่ฝันนราว่าจริง วินทิราจะว่าไงบ้าง คิดแล้วเธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่...

"เฮ้ออออ" เมื่อได้เห็นอาการของคนตรงหน้า ความดี๊ด้าของฝันนราก็หายไป ทำไมเธอต้องคิดมากที่ต้องอยู่ต่อ บางทีเธออาจมีคนรออยู่ก็ได้ ...คิดเป็นตุเป็นตะไปเองแล้วไงไอ่ฝัน...เขาด่าตัวเองในใจ
.....................................................

"น้องนันท์ครับ วันนี้พักเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ เย็นนี้พี่ต้องไปงานวันเกิดคุณรัตน์หน่อย เค้าอุตส่าห์เชิญมา"
"แต่เค้าไม่ได้เชิญนันท์ ไม่ไปก็ได้ใช่ไหมคะ"นันท์พิชาตอบขณะล้มตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนล้า หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง

"ครับ แล้วแต่น้องนันท์"ภพตามใจเธอ เพราะก่อนหน้านี้ก็คิดไว้แล้วว่านันท์พิชาต้องปฎิเสธแบบนี้ เธอไม่เคยสนใจใครที่ไม่รู้จักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
..........................................................................
เกือบทั้งวันฟ้านรินท์ไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากรอโทรศัพท์จากพี่สาว เขาพลิกข้อมือดูเวลาเกือบได้เวลาที่แม่จะมาถึงแล้ว แม่คงดีใจถ้าคนที่ไปรับไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว เมื่อคิดอะไรขึ้นได้เขาก็รีบเดินไปที่รถเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้ทันที

เนื่องจากทางบนเกาะค่อนข้างสะดวกเขาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงรีสอร์ทที่พี่สาวทำงานอยู่
ระหว่างทางเดินไปที่บ้านพักของฝันนรา เขาคิดตลอดทางว่าจะพูดยังไงให้พี่สาวยอมไปรับแม่กับเขา
แต่อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงแล้วแต่เขายังคิดประโยคนั้นไม่ออกเลย
...............................................................

ระหว่างนั้นเองฝันนราก็ไม่เป็นอันทำงาน สติเขาหลุดลอยไปหาแม่บ้าง ไปหาเรื่องแฟนของออรรินบ้าง คิดๆแล้วก็อยากจะถามเธอให้รู้แล้วรู้รอดว่ามีแฟนรึยัง แต่ไอ่ความไม่กล้าเนี่ยสิมันดันมีเยอะกว่าความกล้า

"แล้วตอนนี้อยู่ไหน" น้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ของออรริน ทำเอาฝันนราเปลี่ยนจากสนใจตัวเองมาเป็น สนใจการสนทนาที่แว่วมาทันที

"ก็ตามใจล่ะกัน โตแล้วคิดเองบ้างเถอะ"น้ำเสียงของเธอยังอยู่ในระดับเดิม ก่อนจะวางสายไป
ออรรินเหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนที่แอบฟังเธอหันมามองฝันนรา แต่เขาแกล้งก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือนไม่สนใจอะไร

"โทดทีนะ เวลางานแท้ๆแต่เรามาคุยเรื่องส่วนตัว" เธอออกตัวทันที
"ไม่เป็นไร ออโอเคป่าว" เขาถามน้ำเสียงเป็นห่วง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้
"โอเค ขอบใจนะ" เห็นหญิงสาวยิ้มได้เขาก็โล่งใจ อย่างน้อยเขาก็ทำให้เธอยิ้มได้

ฝันนราลอบมองหญิงสาวในชุดกางเกงยีนต์ เสื้อเชิ้ต ปรกติออรรินมักจะใส่กระโปรงมาทำงาน แต่อยู่ทีนี้เธอแต่งตัว....แบบนี้ก็...น่ารักไปอีกแบบ ฝันนราอมยิ้มกับความคิดของตัวเอง

.............................................................................
เสียงคลื่นกระทบฝั่งแว่วมาแต่ไกล นันท์พิชาเร่งจังหวะการเดินให้เร็วขึ้น วันนี้อากาศดี แดดไม่แรงมากหญิงสาวเลยถือโอกาสจะมานอนอาบแดดอย่างที่ตั้งใจไว้

แต่ทุกท่วงท่าของสาวสวยในชุดทรูพีชสีม่วงอมชมพู กับผ้าคลุมเนื้อบางที่ไม่ได้ปกปิดอะไรๆ ของเธอได้เลย กำลังอยู่ในสายตาของผู้มาเยือน ฟ้านรินท์ยืนจ้องภาพหญิงสาวเหมือนโดนมนต์สะกด ลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปจนหมด ตอนนี้เขารู้แค่ว่า...ดีใจ...ดีใจเป็นบ้า อยู่ดีๆนางฟ้าก็มาโปรดเขาอีกครั้ง

....หุ่นดีไม่แพ้หน้าตาเลยนะเนี่ย..... เขากำลังคิดว่าจะทำยังไงให้ได้รู้จักเธอมากกว่านี้

นันท์พิชาเองก็รู้สึกบางอย่าง เหมือนกำลังถูกจ้องจากสายตาใครบางคน หญิงสาวยกผ้ามาคลุมไหล่ พยายามตั้งสติ เกาะนี้ยังไม่ได้เปิดให้คนนอกเข้ามาใช้ บางทีมันอาจไม่ปลอดภัยถ้ามีคนไม่หวังดีแอบเข้ามา
ระหว่างนั้นเธอค่อยๆหันกลับไปมองข้างหลังอย่างระวังตัว

".............."นันท์พิชาถึงกับอึ้ง เขายืนอยู่ในระยะไม่ไกลจากเธอนัก แต่เธอจำได้ทันทีว่าเป็นเขา ฝันนราคนที่เธอหยุดคิดถึงเขาไม่ได้สักที

"..........."ฟ้านรินท์เองก็ทำอะไรไม่ถูก เขาคิดว่าตอนนี้หญิงสาวคงกลัวเขาแน่ๆ เผลอๆอาจคิดว่าเขาจะมาทำอะไรเธอรึป่าว

"ขอโทษนะ คือเรามาหาพี่สาวนะ เค้าทำงานที่นี้" ในที่สุดฟ้านรินทร์ก็แจ้งความประสงค์ออกมา
"ฝัน...จำเราไม่ได้เหรอ"นันท์พิชา ถามกลับน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ

ไม่ว่ายังไงวันนี้เธอต้องรู้ให้ได้ว่าตกลงเขาไม่มีความทรงจำเรื่องของเธอเลยจริงๆ หรือยังไง
แต่ก่อนที่จะมีคำตอบใดๆ คนที่เป็นคำตอบก็เดินมาพอดี

"อ้าว...ไอ่ฟ้ามาได้ไงเนี่ย" ฝันนราตะโกนทักทายน้องสาวโดยที่ไม่ทันเห็นว่ามีใครอีกคนยืนมองเขาอยู่
"........."ฟ้านรินทร์ไม่ตอบพี่สาว แต่เดินไปหานันท์พิชาใกล้ๆ โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไรกับเธอ ตอนนี้สมองเขาไม่สั่งการใดๆ มีแต่หัวใจที่สั่งแทน

"อ้าว...เธอวันนั้นนี้นา"ฝันนราทักทายนันท์พิชาเหมือนคนรู้จัก แต่เขาก็ไม่ได้เรียกชื่อเธอด้วยซ้ำ นันท์พิชาเกือบจะดีใจที่เขาจำเธอได้ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรแม้แต่ชื่อเธอเขายังไม่จำ

"รู้จักกันเหรอ มิน่าละเรียกเราว่าฝัน เราชื่อฟ้าเป็นน้องของฝัน" ฟ้านรินทร์รีบแนะนำตัวกับหญิงสาวในฝัน
"เราชื่อนันท์ ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะ" ประโยคสุดท้ายเธอตั้งใจให้คนที่พึ่งมา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไหร่

"เราก็ดีใจ วันก่อนที่ร้านของที่ระลึกอ่ะ ใจตรงกันเลยเนอะ" ฟ้านรินทร์รีบออกตัวรับ จนฝันนราอดสงสัยในอาการของน้องสาวไม่ได้ปรกติพูดจาดีๆแบบนี้ที่ไหนละ ท่าทางจะชอบสาวเซ็กซี่คนนี้ซะแล้ว

หลังจากทักทายกันพอสมควร นันท์พิชาขอตัวแยกออกมาก่อน โดยที่ไม่ยอมบอกทั้งสองคนว่าเธอมาทำอะไรทีนี้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องการให้ฝันนรารู้ว่าเธอเป็นนายหญิงของรีสอร์ท ทำไมต้องปิดด้วยอันนี้เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เธอคง...แคร์เขาละมั้ง


................................................
"เห้ย...มีเพื่อนสวยขนาดนี้ไม่แนะนำเลย" ฟ้านรินท์ต่อว่าพี่สาวขณะชะเง้อมองนันท์พิชาจนลับตา
"แค่เคยรู้จักไม่ได้สนิท แนะนำยังไงละ ชอบเขาก็ตามจีบเองแดะ"ฝันนราตัดความรำคาญ เขารู้นิสัยน้องสาวลองถ้าชอบอะไรต้องเอามาให้ได้นั่นแหละฟ้านรินท์

"เห้ย..มองจนคอจะหลุดตามเค้าไปแล้ว"เขาอดแซวน้องไม่ได้
"ก็อยากอยู่นะ แล้วรู้จักเขาได้ไงอ่ะ" ฟ้านรินท์ยังไม่พ้นเรื่องนันท์พิชา
"ก็..จำไม่ได้ละ รู้จักธรรมดานี้แหละ แล้วมาถึงนี้อย่าบอกว่าตามหญิงมา"ฝันนรารีบตัดบทเพราะไม่อยากเล่ารายละเอียดว่านันท์พิชามาอ่อยเขาถึงได้รู้จักกัน

"ก็มาชวน..ไปรับแม่เห้ยได้เวลาแล้วนี้หว่า ไปนะนะนะ"ฟ้านรินทร์ตกใจเมื่อมองเวลาที่ข้อมือมันได้เวลาที่แม่เขาจะมาถึงแล้ว เขารีบเร่งพี่สาวสุดความสามารถแต่...

"ไม่ไปไม่ว่าง งานยังไม่เลิก"ฝันนรารีบปฏิเสธด้วยเอาเรื่องงานมาอ้าง
"นายไม่ไปชั้นก็ไม่ไป"บางทีฟ้านรินท์ก็ทำตัวเหมือนเด็กที่ชอบเอาชนะ
"แล้วแต่....."แต่เขารู้นิสัยน้องสาวดี ไม่สนใจก็เลิกตื้อไปเอง
"ฝัน....ขอร้องไปหาแม่นะ"ฟ้านรินท์รั้งพี่สาวที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"นี้จะเอาให้ได้ไช่ไหม เฮ้ออ"คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ฝันนราเริ่มลำบากใจกับคำขอร้องของน้องสาว
"ฝัน....มาช่วยหน่อยสิ"เสียงออรรินดังขึ้นระหว่างการตัดสินใจนั้น
"อ้าว...ญาติมาเยี่ยมเหรอ งั้นออไม่กวนนะ" ออรรินมองหน้าฟ้านรินท์เป็นเชิงทักทาย แต่ดูท่าทางสองคนเหมือนกำลังคุยเรื่องเครียดกันอยู่เธอเลยไม่กล้าพูดอะไรต่อ สงบศึกสักวันละกัน

"ออ..คืนนี้ไปวันเกิดแม่กับฝันนะ"ฝันนราถือโอกาสชวนเธอไปด้วย
"วันเกิดแม่ฝันเหรอ เอ่อมีแต่คนในครอบครัวรึป่าวออไปด้วยจะดีเหรอ"เธอยังลังเลใจ

ฟ้านรินท์พอจะดูออกว่าถ้าออรรินไม่ไปพี่สาวเขาไม่มีทางตกลงเขาจึงทำบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนถึงกับอึ้ง
"ออ...ถือว่าขอร้องไปนะ" โดยเฉพาะคนที่โดนขอร้อง ถึงกับหน้าเหวอ ก็ปรกติฟ้านรินท์พูดดีๆกับเธอเป็นที่ไหน
"อืมๆ ไปก็ไปสิ" เธอตอบสั้นๆด้วยจำใจ ก็ถ้าขืนปฎิเสธนายฟ้าคงได้เกลียดขี้หน้าเธอจริงๆแน่

"ดีมาก....นายไม่ไปรับไม่เป็นไรเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะ" ฟ้านรินทร์ยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะรีบกลับไปรับผู้เป็นแม่

"นี้มันอะไรกันงงนะเนี่ย"ออรรินถามคนที่ยืนนิ่งอยู่
"ออไม่อยากไปรึป่าว"ฝันนราถามซ้ำ
"ก็ตอบตกลงนายนั่นไปแล้วไม่ไปเดี๋ยวตามมาด่าอีกละสิ คงต้องไปแหละ ว่าแต่วันเกิดแม่ฝันทำไมมาจัดซะไกลละ" ออรรินถามตามตรง
ฝันนราชอบที่เธอตอบมันทำให้เขาไม่รู้สึกลำบากใจมากนัก เธอมักจะพูดอะไรตรงๆ และแสดงออกได้ดีเสมอจนเขาอดปลื้มเธอมากขึ้นไม่ได้

"เรื่องแม่เหรอ...มันยาวไว้จะเล่าให้ฟังแต่ตอนนี้ไปทำงานเถอะเดี๋ยวไม่เสร็จ"เขายังไม่พร้อมจะเล่าอะไรตอนนี้
.............................................................
ท่ามกลางผู้คนที่มายืนออกันอยู่หน้าลิฟท์ วินทิรากำลังฝืนตัวเองไม่ให้ล้มลงไปซะก่อน ตอนนี้เขารู้สึกปวดหัวแล้วก็รู้สึกว่าเสียงของคนอื่นๆมันอืออึ้งเต็มหัวไปหมด

นานนับเดือนแล้วทีเค้าต้องเจอกับสภาพแบบนี้ ตอนนี้เจ้านายเขาลาออกเจ้านายใหม่ก็ไม่รู้บ้างานมาจากไหน แล้วก็คิดว่าลูกน้องเหมือนตัวเองใช้ทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็น วันหยุดบางทีเขาก็ต้องมาทำงาน

ระหว่างที่กำลังเดินเบียดผู้คนเข้าไปช่วงชิงพื้นที่ในกล่องขนส่งสี่เหลี่ยมเขาก็อดคิดถึงกำลังใจเดียวของเขาไม่ได้

ตอนกลางวันที่เขาโทรหาออรรินเขาเพียงต้องการกำลังใจจากเธอ แต่เธอกลับเห็นว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่มีความอดทน เขาแค่ปรึกษาว่าจะลาออก เธอก็อารมณ์เสียใส่เขา วันนี้เขาจึงจงใจไม่เอามือถือกลับมาด้วยทิ้งมันไว้ที่ทำงานเหละ ให้เธอเป็นห่วงเขาซะบ้าง
......................................................................








ไอหมอก - [ 02-12-2013 11.22.28 IP:172.16.0.146, 180.183.49.241 ]